เทียบสเปก Mazda2 2020 ไมเนอร์เชนจ์ทั้ง 7 รุ่นย่อย รุ่นไหนคุ้มค่าสุด?

34202
0

Mazda2 2020 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เป็นรถซับคอมแพ็คอีกหนึ่งรุ่นที่ลงมาปรับโฉมกระตุ้นตลาดหลังจากที่มีการเปิดตัว All-new Honda City และ All-new Nissan Almera ไปก่อนหน้านี้

แม้ว่าจะยังคงใช้ตัวถังเดิม แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิมพอสมควร อีกทั้งยังคงเป็นรถในกลุ่มซับคอมแพ็คเพียงรุ่นเดียวที่มีเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตรให้เลือก

Top Gear Thailand จึงพาคุณผู้อ่านไปเปรียบเทียบสเปกของ Mazda2 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ทั้ง 7 รุ่นย่อย ว่าจะน่าสนใจขนาดไหน

รุ่น 1.3 E/1.3 E Sports ราคา 546,000 บาท

– เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 1.3
– G-Vectoring Control Plus
– i-STOP/i-ELOOP
– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED
– ไฟหน้าปรับระดับอัตโนมัติ
– กระจกหน้าแบบลดเสียงรบกวน
– สปอยเลอร์หลัง
– เบาะนั่งหุ้มผ้า
– เบาะนั่งผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้
– มาตรวัดเครื่องยนต์ดิจิตอล
– กระจกไฟฟ้าและ Jam Protection ฝั่งผู้ขับ
– ไฟอ่านหนังสือคู่หน้า
– ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
– พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง
– วิทยุ FM/AM/MP3/USB/AUX
– Bluetooth
– ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
– ลำโพง 4 ตำแหน่ง
– ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
– ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
– ระบบเบรก ABS/EBD/BA
– ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA
– ล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

 

รุ่น 1.3 C/1.3 C Sports ราคา 602,000 บาท
(เพิ่มจากรุ่น 1.3 E/1.3 E Sports)

– ระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
– กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
– ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
– เบาะนั่งหุ้มผ้าสีน้ำตาล
– แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยสีดำเงา
– กรอบช่องแอร์สีเงิน
– เบาะนั่งด้านหลังปรับพับแยกแบบ 60:40
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– แผ่นปิดห้องเก็บสัมภาระท้าย (รุ่น Hatchback)
– Center Display ขนาด 7 นิ้ว
– รองรับ Apple CarPlay
– ระบบจดจำเสียง Voice Recognition
– ลำโพง 6 ตำแหน่ง
– ช่อง SD Card สำหรับระบบนำทาง
– กุญแจ Smart Keyless Entry
– เซ็นเซอร์กะระยะท้าย 4 จุด
– ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

 

รุ่น 1.3 S/1.3 S Sports ราคา 627,000 บาท
(เพิ่มจากรุ่น 1.3 C/1.3 C Sports)

– ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Signature
– กระจังหน้าสีดำเปียโน
– กันชนหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม
– เสาอากาศแบบครีบฉลาม
– ปลายท่อไอเสียโครเมียม
– เบาะนั่งหุ้มผ้าสีน้ำเงิน
– แผงคอนโซลหุ้มหนังสีน้ำเงิน
– กรอบช่องแอร์สีเงินซาติน
– พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง
– มือจับประตูสีเงินซาติน
– หน้าจอ Active Driving Display
– Cruise Control
– มาตรวัดรอบแบบอนาล็อก
– กล้องมองภาพด้านหลัง

 

รุ่น 1.3 S Leather/1.3 S Sports Leather ราคา 648,000 บาท
(เพิ่มจากรุ่น 1.3 S/1.3 S Sports)

– เบาะนั่งหุ้มหนังสีเทาและผ้า Grand Luxe Suede สีดำ
– แผงคอนโซลหุ้มหนังสีเทา
– กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีขาว

รุ่น 1.3 SP/1.3 SP Sports ราคา 690,000 บาท
(เพิ่มจากรุ่น 1.3 S Leather/1.3 S Sports Leather)

– แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
– กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
– Advanced Blind Spot Monitoring
– Rear Cross Traffic Alert
– เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด

 

รุ่น XD/XD Sports ราคา 782,000 บาท
(เพิ่มจากรุ่น 1.3 SP/1.3 SP Sports)

– เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 1.5
-ไม่มี- แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
-ไม่มี- กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
-ไม่มี- Advanced Blind Spot Monitoring
-ไม่มี- Rear Cross Traffic Alert
-ไม่มี- เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด
– ดิสก์เบรกหลัง
– ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

 

รุ่น XDL/XDL Sports
ราคา 799,000 บาท
(เพิ่มจากรุ่น XD/XD Sports)

– แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
– กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
– Advanced Blind Spot Monitoring
– Rear Cross Traffic Alert
– เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด

 

เครื่องยนต์

– เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 1.3 ลิตร กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Activematic และโหมด Sport ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

– เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Activematic ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 26.3 กม./ลิตร

เทียบออปชั่นและราคาแล้วถือว่าคุ้มค่าไม่เบาทีเดียว