รถยนต์ 8 รุ่นในตำนานที่คุณไม่เคยรู้ว่าใช้ชิ้นส่วนมาจากรุ่นอื่น

790
0

แม้ว่ารถยนต์บางรุ่นจะถูกสร้างขึ้นเพื่อกลายเป็นตำนาน แต่บางครั้งพวกมันกลับถูกหยิบยืมชิ้นส่วนมาจากรถบ้านๆ ที่คุณอาจไม่ถึง เช่นเดียวกับทั้ง 8 คันที่คุณกำลังจะได้เห็นนี้

 

1.ไฟท้าย Noble M12 จาก Ford Mondeo

Noble M12 ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 2000 ไปจนถึง 2008 โดยรถสปอร์ตไวด์บอดี้ขุมพลัง V6 กำลังสูงสุด 350 แรงม้าคันนี้ เคยสร้างชื่อเสียงในฐานะรถที่มีจำนวนการผลิตต่ำมาแล้ว

แต่ชื่อเสียงดังกล่าวคงจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่ได้ไฟท้ายจาก Ford Mondeo Mk1 ที่วางจำหน่ายช่วงปี 1992-1996 นั่นเอง

 

2.กระจกมองข้าง TVR Griffith, Lotus Esprit MK2 และ Jaguar XK220 จาก Citroen CX

ยิ่งรถแรงมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่จะถูกแซงก็ลดน้อยลงไปเท่านั้น นั่นถือเป็นตรรกะที่ไม่ผิดเพี้ยนนัก แถมยังแปลว่าคุณมีโอกาสใช้กระจกมองข้างน้อยลงด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้จากผู้ผลิตรถยนต์สัญขาติอังกฤษในช่วงยุค 1980 และ 1990 ที่ร่วมกันใช้กระจกมองข้างจาก Citroen CX กันแทบทั้งนั้น คุณสามารถพบเห็นได้ทั่วไปหมดจนแทบคิดว่ามันร่วงลงมาจากท้องฟ้าหรืออย่างไร ไม่ว่าจะเป็น Aston Martin Virage, McLaren F1 รวมถึงรถยนต์แทบทุกรุ่นของ TVR, Venturi และ Marcos

 

3.ไฟท้าย Land Rover Discovery จาก Austin Maestro Van

Land Rover ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน แต่ก็เคยอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมั่นคงนักในยุคปี 1980 ซึ่งแม้ว่า Range Rover ยุคแรกๆ จะเป็นโมเดลที่แสดงออกถึงความเปลี่ยนแปลงของแลนด์โรเวอร์ แต่ Discovery กลับเป็นคำตอบแท้จริงของครอบครัวที่กำลังมองหารถยนต์ระดับหรูและทนทานควบคู่กันไป

แชสซีส์แบบขั้นบันได, ประตู และกระจกบังลมหน้า ล้วนแต่ถูกนำมาจาก Range Rover เพื่อประหยัดต้นทุนทั้งสิ้น ขณะที่ไฟท้ายถูกยกมาจากรถตู้ Maestro Van ที่ได้รับความนิยมในช่วงปี 1980

 

4.ไฟท้าย McLaren F1 จาก Bova Futura

McLaren F1 ถือเป็นรถที่เจ๋งที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก มันสามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดทันทีที่เปิดตัว แถมปัจจุบันมักถูกประมูลด้วยราคาไม่ต่ำกว่า 1 ล้านปอนด์ แต่อย่าไปบอกใครล่ะว่ารถคันนี้ใช้ไฟท้ายมาจากรถโค้ช

ลองนึกภาพว่าใครบางคนที่ McLaren เดินไปบอกกับ Ron Dennis ว่าพวกเขากำลังจะติดตั้งไฟท้ายของรถโค้ช Bova Futura จากเนเธอร์แลนด์ เข้ากับซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลก

 

5.ไฟท้าย Lotus Esprit จาก Rover SD1

คุณควรยอมรับว่า Rover SD1 รุ่นปี 1976 ถือเป็นรถคันสุดท้ายในยุครุ่งเรืองของโรเวอร์ แล้วรถรุ่นไหนล่ะที่จะใช้ชิ้นส่วนจาก SD1 สุดเจ๋งเหล่านี้ถ้าไม่ใช่ Lotus Esprit MK1

Esprit ถือเป็นหนึ่งในรถที่ให้ความสำคัญกับไฟท้ายไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น Series 1 ที่นำไฟท้ายมาจาก Fiat X1/9 และ Series 4 ที่นำมาจาก Toyota AE86

 

6.มือเปิดประตู Lamborghini Urraco จาก Morris Marina

Morris Marina ถือเป็นรถครอบครัวที่น่าเบื่อที่สุดแห่งยุคปี 1970 ซึ่งไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเลย หากพูดอีกทางหนึ่งคือ มันเป็นรถที่ British Leyland ตั้งเป้าเทียบชั้นกับ Volkswagen Golf ซึ่งเราไม่แปลกใจเลยที่อุตสาหกรรมรถยนต์ของอังกฤษต้องล่มสลายไป

มือเปิดประตูของ Morris Marina อาจเป็นชิ้นส่วนที่สวยที่สุดของรถรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียบไปกับตัวถัง แม้แต่ Range Rover, Lotus Esprit และ Reliant Scimitar ก็ล้วนแล้วแต่ใช้มือเปิดประตูของ Morris Marina แต่รถที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น Lamborghini Urraco คันนี้

 

7.ไฟท้าย Aston Martin DB7 จาก Mazda 323F

Mazda 323F รุ่นปี 1989-1994 เป็นหนึ่งในรถที่ได้รับความนิยมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น มันเป็นรถที่ขับสนุก มีไฟหน้าแบบป๊อปอัป และทนทานตามฉบับญี่ปุ่น ซึ่งความดีงามทั้งมวลถูกส่งต่อไปยังไฟท้ายของ Aston Martin DB7 ในปี 1994 นั่นเอง

อันที่จริงแล้ว DB7 เป็นโปรเจคที่นำเอา Jaguar F-Type มาปรับโฉมอย่างเร่งด่วน หลังถูกปฏิเสธการพัฒนาจาก Ford ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในขณะนั้น เนื่องจากผู้บริหารของฟอร์ดต้องการเพิ่มรถยนต์จีทีรุ่นเริ่มต้นให้กับแบรนด์ Aston Martin แต่ด้วยต้นทุนที่จำกัด ทำให้พวกเขาต้องหยิบยืมชิ้นส่วนมาจากรถรุ่นอื่นแทน

นั่นส่งผลให้ DB7 ถูกใช้ชิ้นส่วนจากรถหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างจาก Citroen CX, สวิตช์หน้าต่างจาก Ford Scorpio, ที่จับประตูจาก Mazda MX-5 แต่กระนั้น ไฟท้ายของมันก็ดูดีกว่าที่เคยติดตั้งใน Mazda 323F เป็นไหนๆ

 

8.ไฟหน้า MG XPower SV จาก Fiat Punto

MG XPower SV ถือเป็นรถรุ่นสุดท้ายของ Rover ก่อนที่จะถูกขายให้กับจีน

ซึ่งอันที่จริงมันเกือบดูแย่กว่านี้ เพราะโรเวอร์เคยมีความคิดที่จะนำชิ้นส่วนจากรถรุ่นเก่าๆ มาประกอบร่างกลายเป็นรถรุ่นนี้ อันจะเห็นได้จากรถตันแบบ MG X80 ในปี 2001 ที่ดูเหมือนกับ MG TF ถูกขยายร่างออก โดยไฟหน้าของ Fiat Punto ก็ดูสวยลงตัวดีอยู่แล้ว แต่เมื่อพวกเขาตัดสินใจนำมาใส่เข้ากับ XPower SV ที่มีตัวถังบึกบึนกว่ากลับดูไม่ลงตัวเท่าไหร่นัก

อันจะเห็นได้จากยอดขายของรถรุ่นนี้ในปี 2005 ที่มีผู้สั่งซื้อทั้งหมดเพียง 9 คัน ก่อนจะตกเป็นของจีนในที่สุด