รวม 11 รถยนต์ไฟฟ้า-ไฮบริดเปลี่ยนโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

2169
0

Nissan Leaf (2010)

อาจกล่าวได้ว่า Nissan Leaf ที่เปิดตัวย้อนไปเมื่อปี 2010 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลกที่วางจำหน่ายในระดับ Mass โดยในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา นิสสันสามารถทำยอดจำหน่ายไปได้เกือบครึ่งล้านคัน (ขึ้นแท่นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในยุโรปในปีที่ผ่านมา และยังเป็นรถยนต์ขายดีที่สุดในนอร์เวย์อีกด้วย) ส่งผลให้ลดการใช้น้ำมันไปได้กว่า 3.8 ล้านบาร์เรลต่อปีเลยทีเดียว

 

Vauxhall Ampera (2011)

Vauxhall Ampera (หรือที่ชาวอเมริกันรู้จักกันในชื่อ Chevrolet Volt) เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกๆ ที่วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร และถือว่าเป็นรถที่ดีเยี่ยมคันหนึ่ง ด้วยขุมพลัง 148 แรงม้า ที่มาจากมอเตอร์ไฟฟ้า 71 แรงม้า และเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.4 ลิตร อีก 85 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าด้วยชุดเกียร์อันแสนสลับซับซ้อน แม้ว่ายอดขายจะไปได้ค่อนข้างดีในยุโรป แต่ GM ก็หยุดการวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา

 

Renault Zoe (2012)

Renault Zoe มีสัดส่วนยอดจำหน่ายคิดเป็นกว่า 1 ใน 5 ของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วยุโรป ด้วยตัวถังขนาดเล็กเทียบเท่า Fiesta แต่มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ระยะทางขับขี่และมีราคาจำหน่ายที่เหมาะสม แม้ว่าดีไซน์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงเวลาที่วางจำหน่าย แต่เรโนลต์ก็มีการปรับปรุงแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และสามารถทำระยะทางเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตั้งแต่รุ่นปี 2013 เป็นต้นมา

 

Tesla Model S (2012)

Tesla Model S จัดว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของเทสล่าที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2012 และกลายเป็นรุ่นสร้างชื่อของเทสล่านับตั้งแต่นั้นมา อีกทั้งยังสามารถชิงลูกค้าจากแบรนด์หรูอย่าง Audi และ Mercedes-Benz ได้อีกด้วย คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ จะสามารถผลิตรถเช่นนี้ออกมาได้

 

Mitsubishi Outlander PHEV (2013)

ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่ง Mitsubishi จะสามารถสร้างชื่อเสียงในฐานะรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดขายดีที่สุดในอังกฤษได้ อันเป็นผลจากการนำขุมพลังไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มาใช้กับเอสยูวีเป็นครั้งแรก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ชื่นชอบเอสยูวีอยู่แล้ว แถมยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่างหาก โดยมิตซูบิชิระบุว่าลูกค้ากว่าครึ่งหนึ่งแทบไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลยในแต่ละสัปดาห์

 

BMW i3 (2013)

i3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในตระกูล i ของ BMW โดยในช่วงแรกสามารถเลือกได้ทั้งเวอร์ชั่นไฟฟ้าล้วน หรือรุ่น Range Extender ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดเล็กสำหรับปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่โดยเฉพาะ แต่ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวล้ำไปมาก ทำให้ปัจจุบันมีเพียงรุ่นไฟฟ้าล้วนเท่านั้น ตัวรถถูกสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมแรงอัด (CFRP) ที่แม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ก็ช่วยให้น้ำหนักเบา แถมยังเข้าโค้งได้สนุกตามฉบับ BMW แท้ๆ อีกด้วย

 

The Holy Trinity (Porsche 918, McLaren P1, LaFerrari) (2013)

แม้ว่าไฮเปอร์คาร์เหล่านี้จะไม่ใช่ขุมพลังไฟฟ้าล้วน แต่เมื่อ Ferrari, Porsche และ MaLaren เริ่มติดตั้งแบตเตอรี่ให้กับไฮเปอร์คาร์ระดับแฟลกชิปเหล่านี้ ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นคู่แข่งที่กลืนกันไม่ลงนับตั้งแต่นั้นมา

 

Toyota Mirai (2014)

แม้ว่าพลังงานไฮโดรเจนจะไม่ได้รับความนิยมในรถยนต์เท่าไหร่นัก แต่โตโยต้าก็พยายามเข็น Mirai ออกมาได้สำเร็จในปี 2014 ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างมาก และตั้งเป้าวางจำหน่ายราว 100 คันต่อปีเท่านั้น ไม่ใช่เพราะปัญหาจากตัวรถหรอกนะ แต่เป็นปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีเติมเชื้อเพลิงมากกว่า เทียบกับค่าตัวที่สูงราว 66,000 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือราว 2,600,000 บาท หลายคนจึงหันไปเล่น Hyundai Nexo ที่มีขนาดใหญ่กว่า (และขับดีกว่า) นั่นเอง

 

Tesla Model 3 (2017)

Tesla Model 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่หลายคนเฝ้ารอมาแสนนาน และทำให้ BMW 3 Series และ Mercedes-Benz C-Class ให้เป็นรถที่ดูเฉิ่มเชยไปในทันที ด้วยยอดจองนับแสนคันจากลูกค้าที่เห็นเพียงแค่ภาพบนหน้าจอเท่านั้น พวกเขากล้าวางเงินจองโดยไม่เคยนั่งหรือขับรถคันนี้ด้วยซ้ำไป

 

Jaguar I-Pace (2018)

Jaguar ชิงเปิดตัว I-Pace ก่อนคู่แข่งอย่าง Audi และ Mercedes-Benz ส่งผลให้มันกลายเป็นคู่แข่งคันแรกของ Tesla ที่มาพร้อมดีไซน์ของจากัวร์ยุคใหม่ ช่วงล่างของ I-Pace ให้การยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี และสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 200 ไมล์ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ผลิตเริ่มหันมาพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแท้ๆ ที่ลูกค้าอยากครอบครองจริงๆ

 

Porsche Taycan (2019)

Taycan เป็นรถยนต์แห่งปี 2019 ของท็อปเกียร์ มันคือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของปอร์เช่ และยังเป็นอนาคตของรถยนต์สมรรถนะสูงอีกด้วย ซึ่ง Taycan ไม่เพียงแต่ให้ความรู้สึกในการขับขี่แบบปอร์เช่แท้ๆ เท่านั้น แต่มันยังมีระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ที่จะกลายเป็นมาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ทั้งหมดนี้ถือรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดที่เปิดตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แล้วรถรุ่นใหม่ในอนาคตล่ะ?

 

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็ก

แม้ว่า Renault Zoe จะทำตลาดมานานพอสมควรแล้ว แต่ปี 2020 จะกลายเป็นปีแห่งรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น Honda, Mini, Peugeot และ Vauxhall ที่ล้วนแต่เตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้าที่สามารถขับขี่ได้ไกลกว่า 200 ไมล์ และมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นราว 25,000 ปอนด์ หรือ 1 ล้านบาท

 

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่

Polestar 2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากแบรนด์สมรรถนะสูงของวอลโว่ซึ่งจะถูกเปิดตัวในปี 2020 นี้ด้วยเช่นกัน ขณะที่ฟอร์ดเองก็เตรียมส่ง Mustang Mach-E ลงชิงชัยในศึกครั้งนี้ ส่วน BMW ก็เตรียมเปิดตัวรถตระกูล i รุ่นใหม่ และโฟล์คสวาเกนก็เตรียมส่ง ID.3 กับเขาด้วยเหมือนกัน

 

รถกระบะไฟฟ้า

รถกระบะไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าจับตามอง ซึ่งประเดิมด้วย Tesla Cybertruck เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ Ford ก็อยู่ระหว่างการพัฒนารถกระบะไฟฟ้าที่ใช้พื้นฐานเดียวกับ F-150 รวมไปถึง Rivian ด้วย (ฟอร์ดลงทุนใน Rivian ไปมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยจะเริ่มเดินสายการผลิตช่วงครึ่งหลังของปี 2020 นี้

 

ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า

ไฮเปอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดมันล้าสมัยไปแล้ว เพราะไฮเปอร์คาร์ขุมพลังไฟฟ้ากำลังจะมาในปี 2020 นี้ ไม่ว่าจะเป็น Tesla Roadster, Lotus Evija, Rimac Concept Two และ Pinninfarina Battista (Aspark Owl ด้วย)

 

Start-up

ค่ายสตาร์ทอัปหลายแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Byton, Lucid, Faraday Future และอีกมากมาย ต่างก็เตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ลงสู่ตลาด แม้ว่าหลายค่ายจะดูไปได้ดี แต่ก็ต้องมาลุ้นว่าจะประสบความสำเร็จในระยะยาวหรือไม่ ส่วนค่ายที่เริ่มวางจำหน่ายจริงแล้วอย่าง Nio ก็ต้องมาดูว่าจะพ้นปี 2020 นี้ไปได้หรือเปล่า