รีวิว Toyota GR Yaris 2020 ใหม่ ซูเปอร์มินิขับสี่ตัวจี๊ด

1035
0

ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินข่าว Toyota Yaris ใหม่

ใช่แล้วล่ะ Yaris ไม่ใช่รถที่คุณจะต้องขับให้ได้ก่อนตายหรอก หากแต่นี่คือ Yaris ที่พัฒนาโดย Gazoo Racing ซึ่งเป็นแผนกมอเตอร์สปอร์ตของโตโยต้า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Gazoo สามารถคว้าชัยชนะรายการแข่งขัน Le Mans ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาไฮเปอร์คาร์ที่สามารถพิชิตการแข่งต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงได้ รวมถึงรายการ World Rally Championship ด้วย

มาถึงตอนนี้ โตโยต้าต้องการ Yaris รุ่น 3 ประตูสำหรับลงแข่งขันแรลลี่รายการต่อไป แต่ปัญหาคือ Yaris มีเพียงเฉพาะรุ่น 5 ประตูนี่สิ…? ไม่ใช่อีกต่อไปแล้วล่ะ

 

อย่างไรเสียมันยังคงดูเหมือน Yaris ที่โดนเฉือนประตูหลังออกนั่นแหละ

สเปกของ GR Yaris มันช่างดูประหลาดราวกับนักกีฬาโอลิมปิกชาวรัสเซียที่โกงการแข่งขันด้วยการโด๊ปยา ตัวถังภายนอกถูกออกแบบเป็นพิเศษที่ดูเหมือนกำลังนั่งสมาธิพร้อมกับกกไข่ไปด้วย หลังคาทำจากวัสดุฟอดจ์คาร์บอนไฟเบอร์และลดความสูงลง 95 มม. เบาะนั่งคู่หลังจึงไม่มีความจำเป็นในรถคันนี้

 

เราไม่อยากได้ห้องโดยสารกว้างๆ หรอก แต่ขอความจี๊ดแบบสุดๆ ไปเลยดีกว่า

ซุ้มล้อถูกขยายออกเพื่อรองรับระยะห่างระหว่างล้อที่กว้างขึ้น พร้อมทั้งติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์น้ำหนักเบาที่สุดในตลาด และสามารถเลือกได้ทั้งหมด 3 โหมดขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบแบบไหน

หากเลือกออปชั่นเป็น Circuit Pack จะมาพร้อมกับล้อฟอดจ์อัลลอยจาก BBS และยางที่หนึบขึ้น รวมถึงเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปและระบบกระจายแรงบิด ระบบเกียร์ธรรมดาที่ถูกเชื่อมเข้ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก ขณะที่ความยาวแชสซีส์ถูกเฉือนออกไป 21 มม. เพื่อให้สอดคล้องกับกฎการแข่งขันแรลลี่ R5 โดยเครื่องยนต์แบบ 3 สูบเทอร์โบดังกล่าวสามารถรีดกำลังสูงสุดได้ถึง 260 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 353 นิวตัน-เมตร

ปัจจุบันยังไม่มีคู่แข่งตรงของ GR Yaris ไม่มีรถเล็กคันไหนที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมเครื่องยนต์ที่แรงขนาดนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นซูเปอร์คาร์แห่งปี 2020 ที่ชอบเลนแคบๆ เพลิดเพลินในวันที่อากาศแย่ๆ และขับตกหลุมได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

 

มาเจาะลึกให้ฟังหน่อยสิ

ได้เลย! รถคันนี้สามารถเลือกโรลเคจเป็นออปชั่นเสริมได้สำหรับใครที่อยากได้ฟีลเหมือนขับแรลลี่ ตัวถังแบบอะลูมิเนียมและคาร์บอนช่วยลดน้ำหนักลงได้ 38 กิโลกรัม ขณะที่ล้อฟอดจ์อัลลอยก็ช่วยลดน้ำหนักลงได้เช่นกัน แต่รถคันนี้ยังคงติดตั้งระบบปรับอากาศ, ระบบนำทาง และที่วางแก้วสำหรับถ้วยชาของคุณย่าได้ โดย มร.ซาอิโตะ หัวหน้าวิศวกรของ GR Yaris กล่าวว่า เขาอยากให้รถคันนี้เป็นสิ่งที่เขาภูมิใจในอีก 20 ปีข้างหน้า

ชักเริ่มรู้สึกถึงคำว่าชาตินิยมแล้วสิ!

โตโยต้ารู้สึกเจ็บลึกๆ ที่ต้องพัฒนารถร่วมกับ BMW Z4 และ Subaru BR-Z ดังนั้น รถคันนี้จึงถูกพัฒนาโดยโตโยต้าทั้งหมด ซึ่งญี่ปุ่นก็มักทำอะไรจี๊ดๆ ให้เราเห็นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Honda Civic Type R, Nissan GT-R และ Lexus LFA

 

หากนำ GR Yaris ไปขับขี่บนถนนตามชนบทของอังกฤษจะเป็นอย่างไร?

เรื่องนั้นคงต้องรอไปก่อน เพราะเรามีโอกาสขับรถคันนี้เพียง 2-3 ชั่วโมงบนสนาม Estoril ในประเทศโปรตุเกสเท่านั้น ซึ่งพื้นผิวสนามทั้งเปียกและเจิ่งนองไปด้วยน้ำ แถมเรายังเซ็นยินยอมว่าจะไม่เอาเรื่องใดๆ หากเกิดว่าขับรถโปรโตไทพ์เหล่านี้แล้วเกิดล้อหลุดจนเรากลายเป็นผีไปเสีย

เบาะนั่งของรถคันนี้ให้ความกระชับเป็นอย่างดี หากแต่ติดตั้งไว้สูงเกินไปหน่อย ขณะที่เครื่องยนต์ถูกติดขึ้นและอยู่ในรอบเดินเบาอย่างเงียบๆ เมื่อขับไปได้สักระยะจะสังเกตได้ว่า พวงมาลัยมีน้ำหนักค่อนข่างดี ไม่คมหรือหนักจนเกินไป คันเกียร์มีน้ำหนักเบาแต่ไม่รู้สึกกลไกของมันเท่าไหร่นัก โดยรวมแล้วมันดูค่อนข้างสุภาพมากกว่าที่เราคิดไว้

การขับขี่ทำได้อย่างคล่องแคล่วและปรับตัวได้ง่าย ช่วงล่างให้การซับแรงพอสมควร เทียบกับ Fiesta ST ที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังถูกนวดหลังโดย Anthony Joshua ขณะที่ยาริสกลับนั่งสบายมากกว่า แต่ยังคงคุมอาการตัวถังอย่างอย่างแน่นหนึบอย่างที่รถแรลลี่ควรจะเป็น

 

รถคันนี้สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ไหม?

GR Yaris ไม่มีโหมดการขับขี่ใดๆ ให้เลือกเหมือนกับรถรุ่นอื่น พวงมาลัย, คันเร่ง และช่วงล่างล้วนถูกเซ็ตมาอย่างพอเหมาะพอเจาะทั้งสิ้น แต่หากมีเสียงแผดดังขึ้นกว่านี้อีกจะดีมาก เทียบกับ Fiesta ST ที่ให้เสียงดุดันมากกว่านี้ ถึงกระนั้น มันก็ไม่ได้ปล่อยเสียงเครื่องยนต์ปลอมๆ ผ่านทางลำโพงแต่อย่างใด

สิ่งเดียวที่คนขับสามารถเปลี่ยนได้ คือ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หากอยู่ในโหมด Normal จะมีสัดส่วนการกระจายกำลังหน้า-หลังแบบ 60:40 ขณะที่โหมดสปอร์ตจะเป็นแบบ 30:70 ส่วนโหมด Defcon Track เป็นการกระจายกำลังแบบ 50:50 เท่ากันทั้งหน้าและหลัง ซึ่งซาอิโตะซังระบุว่ารถคันนี้สามารถตั้งค่าให้ส่งกำลังไปยังล้อหน้าหรือหลังได้ 100 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย

 

แรงไหม?

มันแรงทีเดียวนะ หากแต่ธรรมชาติของเครื่องยนต์ 3 สูบ ที่มีแรงเฉื่อยอยู่บ้างนั้น ทำให้การดาวน์ชิฟท์ไม่รวดเร็วอย่างที่ควร แต่กระนั้น มันก็มีแรงบิดมหาศาล, น้ำหนักเบา และให้การยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยม ในโหมด Sport จะสังเกตได้ว่าแรงบิดถูกส่งไปยังล้อคู่หลังในขณะที่ตัวรถกำลังออกจากโค้ง อีกทั้งสามารถควบคุมเบรกได้อย่างมั่นใจ แต่ถึงอย่างไร GR Yaris มันก็ไม่ได้ดิบเถื่อนจนเกินไป เพราะมันยังคงปล่อยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมอาการเองได้บ้าง เพื่อให้สามารถเพ่งสมาธิไปที่การทำความเร็วเป็นสำคัญ แบบที่รถแข่งแรลลี่ยุคใหม่เป็นกัน

 

นั่นถือเป็นข้อผิดพลาดหรือเปล่า?

เราก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แถมยังพูดไม่ได้เต็มปากว่ารถคันนี้ “ดีเกินไป” เราคาดหวังว่ารถคันนี้จะมีความดิบให้เห็นบ้าง แต่มันกลับให้ความอ่อนโยนกว่าที่คิด จนทำให้มันขาดความน่าตื่นเต้นอย่างที่ควรจะเป็น

แต่หากเทียบกับสเปกที่ได้ รวมถึงงบที่ใช้ในการพัฒนารถรุ่นนี้ เราแทบเหลือเชื่อว่า GR Yaris จะสามารถเป็นโตเป็นผู้ใหญ่ได้ขนาดนี้ มันให้ความรู้สึกคล้ายกับ VW Golf R มากกว่าที่จะเป็น Mitsubishi Evo หรือ Subaru Impreza WRX ในอดีต

หากคุณเป็นนักแข่งแรลลี่มืออาชีพ คุณจะหลงรักรถคันนี้อย่างแน่นอน แต่หากเป็นพวกขี้โม้ที่ชอบเสียงท่อไอเสียดังลั่นแบบเรา อาจต้องเอารถคันนี้ไปขับบนทางกรวดเพื่อให้สามารถวาดลวดลายได้ดั่งใจเสียหน่อย

แม้ว่า GR Yaris จะไม่ใช่รถดิบเถื่อนขนาดนั้น แต่มันก็แรงกว่าที่คิด ซึ่งซาอิโตะซังระบุว่ารถคันนี้มีความพร้อมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งเราหวังว่าในระหว่างนี้ Gazoo จะใส่ความเป็นรถแข่งลงไปอีก มากกว่าที่จะใส่ความเป็นยาริสลงไป

 

สเปก

กำหนดวางจำหน่าย: ปลายปี 2020
เครื่องยนต์: 3 สูบ 1.6 ลิตรเทอร์โบ กำลังสูงสุดมากกว่า 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุดมากกว่า 353 นิวตัน-เมตร
ระบบส่งกำลัง: ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อนสี่ล้อ
สมรรถนะ: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.0 วินาทีโดยประมาณ ความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. โดยประมาณ
CO2 และอัตราสิ้นเปลือง: ไม่มีข้อมูล
น้ำหนักตัวรถ: 1,100 กิโลกรัมโดยประมาณ
ราคาจำหน่าย: ยังคงเป็นความลับ แต่สูงกว่า 30,000 ปอนด์ (ราว 1,179,000 บาท)