รีวิว Suzuki Ciaz 2020 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีดีที่สวยหรูเกินใคร

3791
0

รีวิว Suzuki Ciaz 2020 ใหม่ มีการปรับไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ท่ามกลางกระแส COVID-19 ไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เติมความหรูหราทันสมัยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รีวิวนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับรายละเอียดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

Suzuki Ciaz โฉมไมเนอร์เชนจ์ยังคงมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อยเช่นเดิม และยังเป็นหนึ่งในอีโคคาร์ไม่กี่รุ่นที่ยังคงมีเกียร์ธรรมดาให้เลือก แม้ว่าจะมีสัดส่วนยอดขายเกียร์ธรรมดาอยู่น้อยนิด แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ก็เป็นพวกที่เปลี่ยนใจยากเสียด้วยสิ

รุ่นย่อยของ Suzuki Ciaz ใหม่ ประกอบด้วย GL MT, GL CVT, GLX CVT และ RS CVT ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นที่เราทดสอบในครั้งนี้ ก็คือ RS CVT ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานครบครันที่สุดนั่นเอง

 

» ภายนอกเพิ่มไฟหน้า LED

ดีไซน์ของ Suzuki Ciaz ไมเนอร์เชนจ์มีการออกแบบให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงเน้นความหรูหราและตัวถังที่มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ในรุ่น RS มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟหรี่ LED ดีไซน์รับกับกระจังหน้าแบบใหม่ โดยมีปุ่มปรับระดับสูง-ต่ำจากภายในรถ เสริมความหรูด้วยโครเมียมบนฝากระโปรงหน้าและบริเวณไฟตัดหมอก

ขณะที่ดีไซน์ส่วนอื่นๆ แทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ จะมีก็เพียงกันชนท้ายที่ถูกตกแต่งด้วยโครเมียมเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น โดยในรุ่น RS เป็นเพียงรุ่นเดียวที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน ได้แก่ สเกิร์ตหน้า-หลัง, สเกิร์ตข้าง, สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก รวมถึงขอบประตูและที่เปิดประตูภายนอกแบบโครเมียม ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วลายเดิมแต่เปลี่ยนเป็นสีเทาดูดุดันมากขึ้น

 

» ภายในมีอุปกรณ์มาตรฐานให้แบบครบๆ

ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำเช่นเคย ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังจากโรงงาน สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้เฉพาะฝั่งผู้ขับ เบาะหลังมีพนักพิงศีรษะให้ 2 ตำแหน่ง ซึ่งยังคงไม่สามารถปรับระดับได้เหมือนรุ่นก่อนหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่ผมชอบใน Ciaz ตั้งแต่รุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ ก็คือ เบาะนั่งคู่หน้าที่มีขนาดใหญ่กว่ารถอีโคคาร์หลายๆ รุ่น พร้อมทั้งปีกขนาดใหญ่ที่โอบกระชับร่างกายได้ดี ไม่อึดอัด จึงถือเป็นเบาะนั่งที่ออกมามาได้ดี แม้ว่าฟองน้ำในตัวเบาะจะค่อนข้างนิ่มไปเสียหน่อย

นอกจากนี้ เบาะนั่งคู่หน้ายังมีกล่องเก็บของที่สามารถใช้เป็นที่วางแขนมาให้ด้วย ไม่จำเป็นต้องไปหาติดตั้งเพิ่มเติมเอง เพราะอีโคคาร์ส่วนมากมักจะให้มาแบบโล้นๆ หรือไม่ก็เป็นที่วางแขนแบบพับได้มาแทน แม้ว่าขนาดพื้นที่เก็บกล่องเก็บของจะค่อนข้างเล็ก แต่ก็พอเก็บของกระจุกกระจิกไม่ให้รกหูรกตาได้

ภายในห้องโดยสารของรุ่น RS เป็นเพียงรุ่นเดียวที่ถูกติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีระบบนำทางมาให้ในตัว หรือจะใช้งาน Google Maps ผ่าน Apple CarPlay ก็ย่อมได้ โดยจำเป็นต้องต่อสายผ่าน USB เท่านั้น ยังไม่สามารถเชื่อมต่อแบบ Wireless เหมือนกับรถบางรุ่นได้ (แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นรถยุโรปราคาหลายล้านทั้งนั้น) มีลำโพงมาให้ 6 จุด

ในรุ่น RS ยังเป็นรุ่นเดียวที่ได้กล้องมองภาพขณะถอยหลังพร้อมเส้นกะระยะ รวมถึงมีเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลังแบบ 4 จุดมาให้ เผื่อว่าใครจะไม่ถนัดมองจากหน้าจอเพียงอย่างเดียว

ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติพร้อมสวิตช์ควบคุมหน้าตาเรียบง่าย เพิ่มความพิเศษเหนือกว่าคู่แข่งด้วยช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งให้แรงลมไม่แพ้ด้านหน้า

ขณะที่อุปกรณ์อื่นๆ ก็อยู่ในระดับมาตรฐานของรถปี 2020 ถึงจะไม่ได้โดดเด่น แต่ก็มีให้แบบครบๆ เช่น กุญแจแบบ Keyless Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Keyless Push Start, กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลงอัตโนมัติฝั่งผู้ขับ, พวงมาลัยปรับระดับสูง-ต่ำได้, ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, จอแสดงข้อมูลการขับขี่, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว และที่วางแขนสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เป็นต้น

ด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยในรุ่น RS ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 5 ที่นั่ง พร้อมด้วยชุดซ่อมยางฉุกเฉินมาให้ ซึ่งดูค่อนข้างน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบว่าคู่แข่งเขามีระบบควบคุมเสถียรภาพและระบบป้องกันล้อหมุนฟรีเป็นอุปกรณ์มาตรฐานกันหมดแล้ว

 

» เครื่องยนต์บล็อกเดิม เน้นความทนทาน

ด้านขุมพลังของ Suzuki Ciaz ไมเนอร์เชนจ์ ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส K12B ความจุ 1.25 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ (เฉพาะรุ่น GL MT เท่านั้น)

จะเห็นได้ว่า Ciaz ยังคงใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตรเดิมๆ ไม่มีระบบเทอร์โบเหมือนกับคู่แข่งบางรุ่น ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดด้อยของ Ciaz ไปแล้ว แต่คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ยืนยันถึงความทนทานของเครื่องยนต์บล็อกนี้ โดยเล่าว่ามีบริษัทเช่ารถยักษ์ใหญ่รายหนึ่งได้ซื้อ Ciaz ไปทำเป็นรถเช่าให้กับลูกค้า โดยรถแทบทุกคันล้วนแต่ไม่มีปัญหาด้านเครื่องยนต์ใดๆ เลย

แต่แล้วจู่ๆ กลับมีรถหนึ่งคันที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ซึ่งซูซูกิก็ได้เรียกกลับมาตรวจสอบรถคันนั้นโดยเฉพาะ ปรากฏว่าต้นเหตุของปัญหารถคันดังกล่าวคือ ไม่เคยมีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่ป้ายแดงจนกระทั่งใช้งานไปแล้วมากกว่า 50,000 กิโลเมตร ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาก็ง่ายดายมาก เพียงแค่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่เท่านั้น เครื่องยนต์ก็สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ต่อไป ถือเป็นการการันตีความทนทานของเครื่องยนต์บล็อกนี้ได้ไม่แพ้เจ้าตลาด

ขณะที่ช่วงล่างยังคงเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมคอยล์สปริงด้านหน้า ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมด้วยระบบเบรกแบบหน้าดิสก์ หลังดรัมทุกรุ่นย่อย

 

» ขับขี่นุ่มนวล นั่งสบาย แต่พวงมาลัยทื่อไปหน่อย

ด้านการขับขี่ของ Suzuki Ciaz 2020 ใหม่ ต้องบอกตามตรงว่าเหมือนกับรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ “ทุกประการ” เพราะซูซูกิเองไม่ได้มีการปรับจูนเครื่องยนต์หรือช่วงล่างใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งล้ออัลลอยก็ยังเป็นขนาด 16 นิ้วลายเดิม ดังนั้น ถ้าใครเคยขับรุ่นก่อนหน้ามาแล้ว โฉมใหม่นี้ก็ไม่ต่างกัน

ขุมพลัง 1.2 ลิตร 91 แรงม้า พ่วงเกียร์อัตโนมัติ CVT ของ Ciaz ยังคงให้การตอบสนองในแบบอีโคคาร์ยุคแรก มีพละกำลังให้เรียกใช้พอประมาณ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและไม่ได้รีบร้อนเท่าใดนัก แต่ก็มีข้อดีที่การเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ทำได้อย่างลื่นไหลและนุ่มนวลตามสไตล์ CVT

ส่วนใครที่ต้องการเค้นกำลังจริงๆ ก็มีปุ่ม Sport บริเวณคันเกียร์ให้ใช้งาน ช่วยเลี้ยงรอบให้สูงกว่าปกติ ทำให้ตอบสนองต่อฝีเท้าได้ทันใจกว่า เหมาะสำหรับการเร่งแซง หรืออยู่ในสถานการณ์คับขัน แต่ถึงกระนั้น หากเหยียบคันเร่งแบบจมมิด ไม่ว่าจะอยู่ในโหมดปกติหรือ Sport กำลังที่ได้ก็แทบไม่ต่างกัน

ขณะที่ช่วงล่างของ Ciaz ก็เน้นที่ความนุ่มนวล นั่งสบาย บวกกับเบาะนั่งที่บุด้วยฟองน้ำนิ่มๆ ยิ่งช่วยซับแรงสะเทือนเข้ามาห้องโดยสารได้ดี ขณะที่การเก็บเสียงก็ทำได้ดีเช่นกัน แม้ว่าเสียงลมจะเริ่มดังเข้ามารบกวนตั้งแต่ความเร็วประมาณ 90 กม./ชม. ขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้ดังชัดเจนจนน่าเกลียด เอาเป็นว่าคุณยังสามารถพูดคุยสนทนากับคนภายในรถได้โดยไม่ต้องเพิ่มเสียงของตัวคุณเองแต่อย่างใด

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกไม่ปลื้มกับ Ciaz เท่าไหร่ คือ พวงมาลัยที่อัตราทดค่อนข้างกว้าง ทำให้การตอบสนองดูเฉื่อยชาไปเสียหน่อย ขณะที่ฟีลลิ่งการหมุนพวงมาลัยก็ถือว่าค่อนข้างทื่อ จนรู้สึกว่ามันเป็นรถที่ไม่เน้นความสนุกในการขับขี่เอาเสียเลย

แต่หากเป็นผู้ใหญ่ที่ชอบขับรถแบบเรื่อยๆ ไม่ชอบแซงหรือเปลี่ยนเลนบ่อยๆ อาจจะชอบเซ็ตติ้งพวงมาลัยแบบนี้ เพราะสามารถประคองพวงมาลัยได้แบบไม่ต้องเกร็งมือนัก เนื่องจากมันไม่ไวเท่ากับคู่แข่งบางรุ่น

 

» สรุป

Suzuki Ciaz 2020 ไมเนอร์เชนจ์ยังคงเป็นอีโคคาร์ที่โดดเด่นเรื่องความกว้างขวาง ขนาดตัวถังที่ใหญ่โตจนเกือบจะเท่ากับ C-Segment บางรุ่น ดีไซน์ภายนอกมีการปรับปรุงให้ดูทันสมัยและภูมิฐานมากขึ้น เน้นจับกลุ่มลูกค้าที่มองหาความเรียบง่าย ไม่หวือหวา เหมาะสำหรับใช้งานเป็นรถครอบครัว ตอบสนองชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

อุปกรณ์มาตรฐานมีให้แบบครบๆ แม้ว่าจะไม่แน่นเอี๊ยดเหมือนกับคู่แข่งบางรุ่น แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป จะขาดก็เพียงระบบความปลอดภัยที่มีเพียงแค่ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และเบรก ABS/EBD เท่านั้น เพราะปัจจุบันควรมีระบบควบคุมเสถียรภาพ (ESP) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานได้แล้ว

ด้านสมรรถนะการขับขี่ต้องยอมรับว่าคงจะสู้กับคู่แข่งที่หันไปใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ หรือกระทั่งเครื่องยนต์ดีเซลไม่ได้ แต่สมรรถนะที่มีก็ถือว่าพอใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป หากมีความกังวลว่าเครื่องยนต์เทอร์โบเมื่อใช้ไปนานๆ จะมีปัญหาตามมาหรือไม่นั้น ก็สามารถหันกลับมามอง Ciaz ที่หายห่วงเรื่องของความทนทานได้

ราคาจำหน่าย Suzuki Ciaz RS 2020 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ อยู่ที่ 675,000 บาท