First Drive: Ferrari F8 Spider 2020 ใหม่ แรงบ้าพลังกับราคา 26,350,000 บาท

Ekachai Suksomkij
876
0

รถคันนี้คืออะไรกันแน่?

คุณไม่ใช่คนเดียวหรอกที่มึนงงกับชื่อรุ่นอันหลากหลายของ Ferrari ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น 812 Superfast, 812 GTS, SF90 Stradale, GTC4Lusso, GTC4Lusso T, Monza SP1/SP2, Roma, Portofino, F8 Tributo และ F8 Spider ที่เรากำลังจะพูดถึงในบทความนี้ (นี่ยังไม่รวม 488 Pista และ 488 Pista Spider ที่เป็นเวอร์ชั่นพิเศษอีกนะ)

อันที่จริง Ferrari F8 ถูกพัฒนามาเพื่อทำตลาดต่อจาก 488 GTB และ 488 Spider เดิม จึงถือว่าเป็นเฟอร์รารี่ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าตระกูล 812 Superfast/GTS แต่อย่าเพิ่งคิดว่าสมรรถนะของมันจะจิ๊บจ้อยไปเสียล่ะ เพราะขุมพลัง V8 Mid-engine ใน Ferrari F8 Spider สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ International Engine of the Year Award มาถึง 4 ปีซ้อน และยังขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษอีกด้วย

เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบชาร์จ ความจุ 3.9 ลิตร สามารถรีดกำลังสูงสุด 720 แรงม้า (CV) ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 770 นิวตัน-เมตร ที่ 3,250 รอบต่อนาที ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังด้วยเกียร์ F1 Dual-clutch 7 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น นั่นเทียบได้กับอัตราเร่งของ Lamborghini Murciélago LP 670–4 SuperVeloce จากเมื่อสมัย 10 กว่าปีที่แล้ว และหากคุณมีถนนเหลือๆ ก็ยังสามารถกดไปถึง 200 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 8.2 วินาที

ส่วนความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม. นั่นก็น่าจะเพียงพอให้คุณแม่บ้านขับออกไปจ่ายตลาดในเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ (ถ้าบ้านของคุณอยู่ใกล้กับออโตบาห์นในเยอรมนีน่ะ)

หากพูดโดยสรุปก็คือ Ferrari F8 Spider เป็นเวอร์ชั่นเปิดหลังคาของ F8 Tributo ที่ถูกเปิดตัวในไทยไปเมื่อกลางปี 2562 ที่ผ่านมา แม้ว่ามันจะไม่ฮาร์ดคอร์เท่ากับ 488 Pista Spider แต่มันถูกปรับปรุงจาก 488 Spider เดิมอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานดีไซน์ตามฉบับเฟอร์รารี่ยุคใหม่ รวมถึงสมรรถนะที่เทียบชั้นได้กับตัวโหดอย่าง 812 GTS ขุมพลัง V12

 

มันจอดช่องซูเปอร์คาร์ได้ไหม?

ได้สิ ถ้าคุณขับ Ferrari F8 Spider ไปห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมืองล่ะก็ คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่ต้องวนหาที่จอดอีกเลยตลอดชีวิต แต่หากช่องจอดเกิดเต็มขึ้นมาจริงๆ คุณอาจต้องต่อสู้กับความรู้สึกกระอักกระอ่วนเวลาที่พนักงานพยายามคะยั้นคะยอให้คุณจอดรถในช่องคนพิการ (ไม่ดีนะ อย่าทำเลย) จากนั้นก็พึงระลึกได้ว่ารถคันต่อไปที่คุณจะซื้อก็ต้องจอดช่องซูเปอร์คาร์ได้เหมือนกัน

 

แล้วมันต่างอะไรกับ F8 Tributo บ้างล่ะ?

หากคุณมองไปยัง F8 Spider แล้วรู้สึกว่ามันมีบางอย่างเหมือนกับ 488 Spider ก็ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะทั้งคู่ยังคงใช้ชิ้นส่วนร่วมกันหลายอย่าง ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ มันเปรียบได้กับการปรับไมเนอร์เชนจ์เสียมากกว่าจะเป็นโมเดลใหม่ถอดด้าม แต่ที่เห็นได้ชัดคือชุดหลังคาที่ยกกลไกการเปิด-ปิดมาจาก 488 Spider ทั้งหมด ซึ่งใช้เวลาในการเปิด-ปิดทั้งสิ้น 14 วินาที แต่บางจังหวะจะมีการยกชุดหลังคาจนตั้งชัน จึงมีการจำกัดความเร็วขณะเปิด-ปิดอยู่ที่ 45 กม./ชม. เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจากแรงปะทะของลม

ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้เฉือนหลังคาเดิมออกแบบดื้อๆ เท่านั้น หากแต่มีการเสริมความแข็งแรงของแชสซีส์เพื่อทดแทนโครงสร้างช่วงบนของตัวรถที่หายไป พร้อมทั้งออกแบบตัวถังตั้งแต่ B-pillar ขึ้นใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับชุดหลังคาแข็งที่เพิ่มขึ้นมา โดยในรุ่น Spider มีความโดดเด่นกว่า Tributo ตรงสันแอโรไดนามิกแบบคู่บริเวณด้านหลังศีรษะของผู้โดยสาร ที่ช่วยลดความเขินของคุณขณะเปิดหลังคาลงได้บ้าง ซึ่งสันที่ว่านี้ถูกออกแบบลาดเทไปทางด้านหลังจรดกับสปอยเลอร์ที่ใช้ฐานยึดแบบ Swan Neck สไตล์รถแข่งสูตร 1

 

แล้วห้องโดยสารล่ะเป็นอย่างไร?

ไฮไลท์เด่นของห้องโดยสาร F8 Spider อยู่ที่หน้าจอสัมผัสสำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่สำหรับผู้โดยสารโดยเฉพาะ ซึ่งแสดงข้อมูลสำคัญได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว, รอบเครื่องยนต์ หรือกระทั่งแรงจีที่ดึงให้แผ่นหลังของคุณแนบชิดอยู่กับพนักพิง ขณะที่หน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ยังคงความอนุรักษ์นิยมสไตล์รถแข่ง ด้วยมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ที่โดดเด่นอยู่ตรงกลางพร้อมจอบอกตำแหน่งเกียร์แบบดิจิตอล ประกบด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลที่จำเป็นอีก 2 จอ

ตัวเบาะนั่งแทบจะไม่มีอะไรต้องติ แม้ว่าตัวเบาะจะถูกออกแบบเน้นความเพรียวบาง แต่เบาะนั่งแบบ Standard Racing Carbon Seat ในรถทดสอบคันนี้ถูกคำนึงถึงสรีระของผู้โดยสารมาเป็นอย่างดี มันสามารถโอบกอดคุณและยึดรั้งร่างกายขณะสาดโค้งแรงๆ แต่ยังคงให้ความสบายในวันที่คุณอยากขับรถกินลมเล่นเท่านั้น ขณะที่คุณภาพวัสดุและการประกอบก็อยู่ในระดับที่น่าประทับใจอย่างที่คุณคาดหวังจากแบรนด์อิตาเลียนแห่งนี้

พวงมาลัยสามก้านแบบท้ายตัดถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลง และถือเป็นศูนย์รวมเอาปุ่มควบคุมต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, ปุ่มเปิดไฟสูง หรือกระทั่งปุ่มไฟเลี้ยวที่ชวนให้คุณเผลอหลงทิศเวลาหมุนพวงมาลัย แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือสวิตช์ Manettino สไตล์รถแข่งสูตร 1 อันเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์รารี่ โดยหากคุณหมุนไปยังโหมด Race ล่ะก็ จะเป็นการเปิดฟังก์ชั่น Ferrari Dynamic Enhancer หรือ FDE+ เวอร์ชั่นล่าสุด ที่ใช้ซอฟท์แวร์ช่วยปรับแรงดันเบรกในล้อข้างที่เหมาะสมขณะเข้าโค้งและขณะออกจากโค้ง ทำให้ตัวรถควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

มันขับเป็นอย่างไรบ้าง?

เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบชาร์จของ Ferrari F8 Spider เรียกได้ว่าไม่เหมือนกับเครื่องยนต์เทอร์โบที่ไหนในโลกอีกแล้ว มันสามารถตอบสนองฝีเท้าบนแป้นคันเร่งได้แบบทันทีทันใด เห็นได้ชัดว่าคำโฆษณา “Zero turbo lag” ของเฟอร์รารี่ไม่ได้เกินความจริงเลยแม้แต่น้อย

ทันทีที่กดคันเร่งแบบจมมิด แรงม้าทั้ง 720 ตัว และแรงบิดกว่า 770 นิวตัน-เมตร พร้อมใจกันกระชากแผ่นหลังของคุณให้ยึดตรึงอยู่กับพนักพิงจนแทบลืมหายใจ เพียงอึดใจเดียวคุณก็แตะความเร็ว 160 กม./ชม. บนสนามปทุมธานีสปีดเวย์เรียบร้อยแล้ว จุดเด่นสำคัญของเครื่องยนต์บล็อกนี้อยู่ที่พละกำลังมีพร้อมรอใช้ในทุกรอบเครื่องยนต์ แม้ว่าคุณจะใช้ความเร็วเพียง 60 กม./ชม. ในตำแหน่งเกียร์ 5 อยู่ล่ะก็ แต่ทันทีที่คุณเติมคันเร่งลงไป พละกำลังก็จะไหลมาเทมาแบบเกินคาดเลยทีเดียว

แม้ว่าเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ของ F8 Spider จะสู้เครื่องยนต์ V12 ไร้เทอร์โบใน 812 Superfast ไม่ได้เสียทีเดียว แต่มันก็ให้ความเร้าใจอยู่ไม่น้อย อันที่จริงมันจะส่งเสียงคำรามอย่างแผ่วเบาเวลาที่คุณใช้ความเร็วคงที่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกดคันเร่ง เสียงแผดก้องจากปลายท่อไอเสียก็ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้คุณได้เป็นอย่างดี

การตอบสนองของพวงมาลัยทำได้อย่างยอดเยี่ยม มันช่วยให้คุณสามารถสื่อสารกับพื้นถนนผ่านช่วงล่างได้เป็นอย่างดี คาดเดาทิศทางได้ง่าย มันคือพวงมาลัยที่พัฒนามาเพื่อความสนุกในการขับขี่อย่างแท้จริง ขณะที่ซอฟต์แวร์ FDE+ (Ferrari Dynamic Enhancer) ในโหมด Race จะช่วยส่งแรงดันเบรกไปยังล้อข้างใดข้างหนึ่งที่เหมาะสม ช่วยให้คุณเข้าโค้งไปตามไลน์ได้อย่างที่ใจคิด แต่หากคุณเผลอกดคันเร่งอย่างแรงในขณะเข้าโค้งล่ะก็ ระบบ Side Slip Control 6.1 จะทำหน้าที่ไม่ให้ตัวรถหลุดโค้งจนลื่นไถลออกไป

 

สรุปแล้วฉันควรจะซื้อ F8 Spider ไหม?

Ferrari F8 Spider เป็นรถที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความฮาร์ดคอร์ในแบบ 812 GTS และความอ่อนโยนจนสามารถใช้ได้ในทุกวันแบบ Portofino มันถูกปรับปรุงขึ้นจาก 488 เดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเครื่องยนต์เทอร์โบคู่อันทรงพลังที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์เด่นที่สุดของรถรุ่นนี้ เพราะมันทำให้ F8 Spider กลายเป็นรถที่มอบความตื่นเต้นได้ทุกครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัยอย่างที่คู่แข่งไม่สามารถทำได้

อันที่จริง Ferrari F8 Spider กลับกลายเป็นรถที่ถูกพูดถึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเฟอร์รารี่มัวแต่ง่วนอยู่กับ SF90 Stradale และ Roma รวมไปถึงข่าวลือเรื่องเอสยูวีอย่าง Purosangue แต่ถ้าคุณได้มีโอกาสครอบครอง F8 Spider แล้วขับมันออกไปตามท้องถนนแล้วล่ะก็ มันจะทำให้คุณลืมรถรุ่นอื่นไปเลย

ราคาจำหน่าย: เริ่มต้น 26,350,000 บาท