รีวิว MG ZS EV 2019 ใหม่ รถไฟฟ้าราคาคุ้มค่า พ่วงออปชั่นแน่นเอี๊ยด

985
0

รีวิว MG ZS EV 2019 ใหม่ รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าล้วนราคาเพียงล้านกว่าบาท แลกมาด้วยสมรรถนะที่ดีเกินคาดไม่น้อย พ่วงด้วยออปชั่นแน่นเอี๊ยดที่เจ้าตลาดได้แต่มองตาขวาง จะเด็ดขนาดไหนติดตามได้ในบทความนี้ครับ

MG ZS EV เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากค่าย MG ที่มาพร้อมราคาจับต้องได้ อันที่จริงแล้ว MG ZS EV ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาจำหน่ายถูกที่สุดในขณะนี้ เทียบกับ Nissan Leaf ที่มีราคาจำหน่ายเฉียด 2 ล้านบาท หรือ ครอสโอเวอร์เกาหลีอย่าง Hyundai Kona Electric ที่มีราคาจำหน่ายราว 1.8 ล้านบาท ไม่รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าหรูจากยุโรปอย่าง Audi e-tron และ Jaguar I-Pace ที่มีราคาทะลุ 5 ล้านบาทไปแล้ว

ดังนั้น MG ZS EV จึงกลายมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบสนองตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง และตอบโจทย์ลูกค้าที่อัดอั้นอยากเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มทน

MG ZS EV ใหม่ ถูกเปิดตัวเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมีให้เลือกเพียงรุ่นย่อยเดียวเท่านั้น ชูจุดขายด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันที่สุดเท่าที่มีให้ในตระกูล ZS รวมถึงระบบความปลอดภัยขั้นสูงหลายอย่างที่ติดตั้งมาให้ในรถรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก

ภายนอกพร้อมสีฟ้า Copenhagen Blue เฉพาะรุ่น EV เท่านั้น

ดีไซน์ภายนอกของ MG ZS EV ใหม่ ถูกยกมาจากรุ่นเบนซินแทบทั้งหมด จุดต่างมีเพียงดีไซน์กระจังหน้าที่ซ่อนเอาช่องชาร์จไฟไว้ด้านหลัง และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์คล้ายกังหันลมที่สื่อถึงการผลิตกระแสไฟฟ้านั่นเอง โดยรุ่น EV จะมาพร้อมตัวถังสีฟ้า Copenhagen Blue ซึ่งไม่มีในรุ่นเบนซิน ดังนั้น ถ้าพบเห็น MG ZS สีฟ้าวิ่งอยู่ไกลๆ บนถนน ก็รู้ได้ทันทีว่านื่คือเวอร์ชั่นไฟฟ้าอย่างแน่นอน

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกของรุ่น EV ยังคงเป็นไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ฮาโลเจนเช่นเดียวกับรุ่นเบนซิน พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติตามสภาพแสง และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติมาให้ กระจกมองข้างสามารถปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวด้านข้าง และที่ขาดไม่ได้ในเอ็มจี นั่นคือ Panoramic Sunroof เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น EV

ภายในใส่ออปชั่นแน่นเอี๊ยด

ภายในห้องโดยสารของรุ่น EV ตกแต่งด้วยโทนสีดำ ติดตั้งเบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารเป็นแบบปรับมือ 4 ทิศทาง ไม่สามารถปรับสูง-ต่ำได้ ขณะที่เอ็มจีระบุว่ามีการติดตั้งวัสดุแบบ Soft touch ในส่วนที่ต้องสัมผัสเป็นประจำ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ยังมีส่วนที่เป็นพลาสติกแข็งอยู่พอสมควร ทั้งบริเวณแผงคอนโซลและแผงประตู แต่เมื่อเทียบกับราคาและอุปกรณ์ที่ให้มา ก็ถือว่าสมเหตุสมผลและยอมรับได้

ชุดมาตรวัดความเร็วถูกออกแบบใหม่สำหรับเวอร์ชั่นไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยมาพร้อมมาตรวัดสำหรับแสดงระดับการใช้พลังงานไฟฟ้าและการชาร์จแบตเตอรี่ รวมถึงขีดแสดงปริมาณแบตเตอรี่แบบคร่าวๆ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถดูปริมาณแบตเตอรี่เป็นเปอร์เซ็นต์บนหน้าจออินโฟเทนเมนท์ได้ พร้อมกับหน้าจอแสดงข้อมูล Multi-information Display สามารถแสดงผลด้วยสี โดยรวมแล้วเป็นมาตรวัดที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย

หัวเกียร์ของรุ่น EV ถูกเปลี่ยนเป็นแบบปุ่มหมุนสีเงิน สามารถใช้งานได้ง่ายไม่ต่างกับคันเกียร์ปกติ ใกล้กับเป็นปุ่มควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ปุ่ม KERS (Kenetic Energy Recovery System) ที่สามารถปรับระดับการชาร์จไฟกลับมายังแบตเตอรี่เมื่อถอนคันเร่งได้ โดยเราสามารถเลือกได้ 3 ระดับ ระดับ 1 จะเป็นการชาร์จไฟกลับต่ำที่สุด ตัวรถจะมีอาการหน่วงน้อยที่สุด แทบไม่ต่างกับรถน้ำมันปกติ ขณะที่ระดับ 2 จะเพิ่มความหน่วงขึ้นมาอีกหน่อย ให้ความรู้สึกคล้ายกับเวลาถอนเท้าในรถเครื่องยนต์ดีเซล ส่วนระดับที่ 3 เป็นระดับที่มีแรงหน่วงสูงสุด ทันทีที่ยกเท้าจากคันเร่ง ตัวรถก็จะชะลอความเร็วลงอย่างรวดเร็ว จนผู้ขับขี่สามารถใช้แทนแป้นเบรกเลยก็ได้

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ คือ โหมด Eco ที่เน้นการประหยัดพลังงาน โหมด Normal สำหรับการขับขี่ปกติ และโหมด Sport ที่ช่วยเรียกพละกำลังได้ทันใจมากขึ้น

ตัวรถยังมีอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบ Auto Vehicle Hold, ระบบปรับอากาศดิจิตอล พร้อมไส้กรอง PM2.5 (ยังคงไม่ใช่ระบบปรับอากาศอัตโนมัติอยู่ดี), พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้, กุญแจ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start, กระจกไฟฟ้า เลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติฝั่งผู้ขับขี่ ส่วนบานอื่นๆ จะเลื่อนอัตโนมัติเฉพาะขาลงเท่านั้น

ระบบอินโฟเทนเมนท์ของ MG ZS EV เป็นแบบหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth และ USB สามารถแสดงภาพจากกล้องมองหลังได้ มีระบบ i-SMART ที่เพิ่มฟังก์ชั่นตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่และค้นหาสถานีชาร์จขึ้นมา และขับกำลังเสียงผ่านลำโพง 6 ตำแหน่งรอบคัน

ขณะที่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ใน i-SMART ยังมีให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบล็อก-ปลดล็อกประตูจากสมาร์ทโฟน, ระบบเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ, ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถ, ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติ, ระบบฟังเพลงออนไลน์, ระบบแนะนำร้านอาหารและที่พัก รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ที่ครอบคลุมการเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟและหน้าต่างฝั่งผู้ขับได้

ส่วนระบบความปลอดภัยในรุ่น EV ยังเสริมด้วยฟีเจอร์ขั้นสูง ได้แก่ ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection, ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (ส่งสัญญาณเตือนเท่านั้น ไม่ช่วยเบรกอัตโนมัติแต่อย่างใด), ระบบเตือนขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน Lane Change Assist (เตือนกรณีมีรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงขณะกำลังจะเปลี่ยนเลน), ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist, ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning, และระบบดึงรถให้กลับมาอยู่ในเลน Lane Departure Prevention

ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะรถคันนี้ยังมีระบบช่วยควบคุมความเร็วแบบแปรผันตามคันหน้าอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยขับตามคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ Intelligent High-beam Control และระบบเตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitor System

ส่วนระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบเบรก ABS/EBD/EBA, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home Light เป็นต้น

ขุมพลังไฟฟ้าของ MG ZS EV

MG ZS EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร พร้อมด้วยแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ขนาด 44.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 337 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

หากว่ากันตามจริง การทดสอบตามมาตรฐาน NEDC เป็นการทดสอบแบบเก่าที่ถูกแทนที่ด้วยมาตรฐาน WLTP ซึ่งให้ผลทดสอบใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่า ดังนั้น เราจึงไม่หวังที่จะเห็นระยะทางการขับขี่จริงออกมาเท่ากับที่เคลมไว้อยู่แล้ว แต่กระนั้น ระยะทางขับขี่ที่แสดงบนหน้าปัดก่อนเริ่มออกเดินทางอยู่ที่ 286 กิโลเมตร กับปริมาณแบตเตอรี่ 99% ก็ถือว่าเหลือเฟือกับการใช้งานโดยทั่วไป

ชุดแบตเตอรี่ของ MG ZS EV ถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้พื้นห้องโดยสาร ซึ่งช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลงด้วย โดยแบตเตอรี่ถูกออกแบบและซีลอย่างหนาแน่น ผ่านมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับ IP67 เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนรุ่นบนๆ ในปัจจุบัน รวมถึงมาตรฐาน American UL2580 จากอเมริกา โดยมีการทดสอบในสภาวะต่างๆ ทั้งการกระแทก, การฉีดน้ำเกลือ, การเผาไฟ ฯลฯ ซึ่งการลุยน้ำขังทั่วไปสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา แทบไม่ต่างอะไรกับรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป

ขณะที่การชาร์จไฟก็สามารถทำได้ผ่านอแดปเดอร์ที่ติดมากับรถ ต่อเข้ากับปลั๊กบ้านแบบ 3 ขา เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งใช้ระยะเวลาชาร์จนานที่สุด แต่สามารถติดตั้ง MG Home Charger ที่ใช้ระยะเวลาชาร์จ 0-100% ในเวลา 6.5 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที แต่กระนั้น สถานีชาร์จด่วนในปัจจุบันยังไม่เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในขณะนี้

ทดลองขับ MG ZS EV บนเส้นทางกรุงเทพฯ – พัทยา

เราเริ่มออกเดินทางจาก MG Drive Experience Centre บนถนนศรีนครินทร์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองพัทยา โดยหน้าจอแสดงระยะทางขับขี่อยู่ที่ 286 กิโลเมตร กับปริมาณแบตเตอรี่อยู่ที่ 99% ซึ่งเพียงพอกับการขับไปถึงพัทยาได้อย่างสบายๆ

ในช่วงออกตัวนั้น MG ZS EV สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วสมกับที่เป็นรถไฟฟ้า ด้วยแรงบิดกว่า 350 นิวตัน-เมตร ที่มีให้เค้นทันทีโดยไม่ต้องรอรอบเหมือนกับเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป จนเรียกได้ว่าเป็นเอ็มจีที่ให้ความกระฉับกระเฉงมากที่สุดเท่าที่วางจำหน่ายในขณะนี้

เอ็มจีเคลมอัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ไว้ที่ 3.1 วินาที ซึ่งเป็นย่านความเร็วทั่วไปสำหรับการขับขี่ในเมือง หากเร่งต่อเนื่องไปจนถึง 100 กม./ชม. ก็ใช้เวลาเพียง 8.2 วินาทีเท่านั้น ดังนั้น ใครกังวลเรื่องอัตราเร่งก็หายห่วงได้เลย

แต่หากเร่งความเร็วพ้น 120 กม./ชม. ขึ้นไป แรงดึงก็จะค่อยๆ แผ่วลง แต่ก็ยังมีกำลังไหลมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งไปจบที่ 150 กม./ชม. และถูกล็อกเอาไว้แค่นั้น ไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้อีก ซึ่งทางเอ็มจีก็ให้เหตุผลว่าที่ล็อกความเร็วสูงสุดไว้แค่นั้น เนื่องจากหากลูกค้าใช้ความเร็วมากกว่านี้ ปริมาณการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ก็จะยิ่งสูงมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ระยะทางขับขี่ลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็น และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

ว่ากันตามจริง ในชีวิตประจำวันก็คงไม่มีใครตะบี้ตะบันขับเกิน 150 กม./ชม. กันอยู่แล้ว เอาแค่ให้เกิน 120 กม./ชม. ไว้นิดหน่อยสำหรับเร่งแซงก็น่าจะเพียงพอแล้วล่ะ

จากนั้น เราเดินทางมาถึงสถานีชาร์จด่วนบริเวณเซเว่น-อีเลฟเว่น ธาราพัทยา รวมระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร หน้าจอแสดงระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ 29% แม้ว่าจะดูต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่ก็แลกกับการใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 120 กม./ชม. ตลอดทาง แถมยังมีบางจังหวะได้ลองท็อปสปีดกันด้วย ดังนั้น หากใช้ความเร็วตามปกติกันจริงๆ ประมาณ 100-110 กม./ชม. น่าจะมีตัวเลขไม่ต่ำกว่า 40% ให้เห็นอย่างแน่นอน

เมื่อมาถึงสถานีชาร์จด่วนบริเวณร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ธาราพัทยา ทางเอ็มจีก็ได้สาธิตการชาร์จแบบ Quick Charge ให้ได้ชมกัน ซึ่งมีความแตกต่างจากระบบชาร์จปกติตรงที่หัวชาร์จจะมีขนาดใหญ่กว่า และครอบคลุมถึงช่องเสียบแบบ DC บริเวณกระจังหน้า ซึ่งรถแต่ละคันใช้เวลาชาร์จราว 20 นาทีเท่านั้น เนื่องจากมีปริมาณแบตเตอรี่คงเหลืออยู่แล้ว
จุดนี้ก็เป็นข้อดีให้เราเห็นว่าหากอนาคตมีบริการชาร์จด่วนครอบคลุมในหลายๆ พื้นที่ การใช้งานรถไฟฟ้าก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินทางไปต่างจังหวัดเลย เพียงแต่ผู้ขับขี่จะต้องวางแผนก่อนเดินทางสักเล็กน้อยว่าจะแวะชาร์จไฟตามจุดไหนได้บ้าง ระหว่างรอก็นั่งจิบกาแฟไปพลาง ถือเป็นการแวะพักผ่อนไปในตัวด้วย

ทีนี้มาพูดถึงเรื่องช่วงล่างของ MG ZS EV กันบ้าง เพราะช่วงล่างของเวอร์ชั่นไฟฟ้ามีความนุ่มนวลกว่ารุ่นเบนซินอย่างเห็นได้ชัด ในตำแหน่งผู้ขับขี่จะรู้สึกเหมือนกำลังขับรถที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ จนเกิดเป็นอาการย้วยที่ความเร็วสูง ทำให้ความมั่นใจในการควบคุมพวงมาลัยลดลงไป ผิดกับช่วงล่างเอ็มจีรุ่นอื่นๆ ที่มักทำได้แน่นหนึบเหนือกว่าคู่แข่งเขาแทบทั้งหมด

แต่กระนั้น หากเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องเจอลูกระนาดหรือฝาท่อ ช่วงล่างของ MG ZS EV ก็จะให้ความนุ่มสบายเหนือกว่า C-SUV รุ่นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่ความเงียบภายในห้องโดยสาร ถือว่าเป็นข้อดีของรถไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องยนต์จุดระเบิดเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่มีเสียงเร่งเครื่องเข้ามารบกวน แต่กระนั้น ความเงียบกลับทำให้เสียงอื่นๆ ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงอัดฉีดน้ำยาแอร์ เสียงจากพื้นถนน ฯลฯ ซึ่งต้องบอกว่าดังในระดับใกล้เคียงกับ ZS เวอร์ชั่นปกตินั่นแหละครับ เพียงแต่เมื่อไม่มีเสียงเครื่องยนต์ให้ได้ยิน เสียงเหล่านี้จึงเด่นชัดขึ้นมาเท่านั้นเอง

จุดเด่นอีกอย่างของ MG ZS EV คันนี้ คือ ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด โดยเอ็มจีระบุว่าการนำรถเข้าเช็คระยะที่ศูนย์บริการตลอด 100,000 กิโลเมตร จะมีค่าใช้จ่ายเพียง 8 พันกว่าบาทเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายของเหลวที่ยังคงต้องมีการหล่อลื่นกันอยู่

ด้านการใช้งานระยะยาวของ ZS EV นั้น ทางเอ็มจีก็ให้การรับประกันแบตเตอรี่ไม่จำกัดระยะทาง 8 ปี นอกเหนือจากการรับประกันตัวรถ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ดังนั้น หากใครกังวลเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ก็น่าจะสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลายคนอาจใช้รถไม่ถึง 8 ปีด้วยซ้ำไป

สรุป MG ZS EV ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ที่สุดรุ่นหนึ่งในขณะนี้ ด้วยราคาจำหน่ายที่จับต้องได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก เช้าขับไปทำงาน เย็นกลับมาชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน อัตราเร่งจัดจ้าน ช่วงล่างมีอาการย้วยที่ความเร็วสูง แต่ก็แลกด้วยความนุ่มนวลนั่งสบาย วัสดุภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับที่เรียกว่า “สมราคา” ไม่ถึงกับพรีเมียมนัก แต่เทียบกับออปชั่นที่มีให้ และเทคโนโลยีรถไฟฟ้าแท้ๆ ก็ถือว่าน่าสนใจอย่างมากทีเดียวครับ

ราคาจำหน่าย MG ZS EV 2019 ใหม่ อยู่ที่ 1,190,000 บาท