เผยเหตุผลทำไม “ดีเจเพชรจ้า” ถึงหลงใหลใน “อเมริกันมัสเซิลคาร์”

1294
0

ดีเจเพชรจ้า” ชื่อของหนุ่มใหญ่มาดเท่ที่คนไทยคุ้นหน้ากันดี ซึ่งหลายคนพอจะรู้มาว่าเขาคนนี้มีรสนิยมเรื่องรถไม่เหมือนคนในวงการบันเทิงท่านอื่น “อเมริกันมัสเซิลคาร์” คือนิยามที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด

การที่เราจะหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมมีเหตุผลต่างๆ มากมายที่คอยกล่อมเกลาตัวเรา จากสนใจไปเป็นชอบ และจากชอบกลายเป็นหลงรักในสิ่งๆ นั้น โดยเฉพาะกับเรื่องรถยนต์ ที่หนุ่มใหญ่อย่างคุณวิเชียร กุศลมโนมัย หรือคนทั่วไปรู้จักในชื่อ “ดีเจเพชรจ้า” ชายคนที่มีคาแรกเตอร์แค่เพียงเห็นก็พอเดาออกแล้วว่า “อเมริกันเต็มตัว”

หากคุณติดตามข่าววงการบันเทิงมาบ้าง “ดีเจเพชรจ้า” มักปรากฎกายพร้อมกับข่าวคราวเกี่ยวกับรถคู่ใจในครอบครองเสมอ โดยแต่ละคันล้วนเป็นอเมริกันมัสเซิลคาร์ ทั้งจากแบรนด์ Ford, Dodge หรือแม้กระทั่ง Chevrolet ซึ่งคำถามมักมีตามหลังมาเสมอว่า เหตุใดชายผู้นี้ถึงเลือกแต่รถจากเมืองลุงแซมมาจอดในโรงรถ… ทำไมไม่เลือกรถยี่ห้ออื่นบ้าง? และในวันนี้เราจะพาไปรู้แง่คิดของดีเจเพชรจ้าที่คุณอาจไม่เคยทราบมาก่อน

รถคันโปรดของดีเจเพชรจ้าคือคันไหน?

เริ่มกันด้วยคำถามสุดหินว่าดีเจเพชรจ้ามีรถคันโปรดในดวงใจกี่คัน เพราะเท่าที่เรารู้มามักจะเห็นเขาถ่ายรูปคู่กับ Ford Mustang เปิดประทุนสีแดงบ่อยกว่าใครเพื่อน แต่เพื่อความชัวร์ไม่ต้องเดาก็ให้เขาบอกเราด้วยตัวเองดีกว่า

“โอ้โห!! เริ่มต้นมาก็ยิงหมัดหนักใส่ผมเลย เอาเข้าจริงผมรักรถของผมทุกคัน โดยใครที่ดูรายการ What the fast ในช่อง djpetjah channel บน Youtube จะเห็นว่ารถทุกคันที่ผมมีอยู่ผมตั้งใจเก็บงานละเอียด ให้เหมือนกับรถคันนั้นเพิ่งออกจากโรงงานมากที่สุด เพราะความคิดของผมคืออยากทำให้รถสภาพสมบูรณ์พร้อมเตรียมเก็บสะสม แบบพวก Collection car”

“เดิมทีรถคันที่ผมชอบที่สุดคันแรกก็คงเป็น Ford Mustang ปี 1969 โดยคันนี้เนี่ยอยู่ด้วยกันมา 10 ปี หลังจากนั้นผมได้รถในฝันมาจอด ณ โรงรถ นั่นก็คือเจ้า Chevrolet Corvette C3 ที่ผมมองเห็นจากในวอลเปเปอร์ตอนสมัยเด็ก และโชคชะตายังทำให้ผมเจอกับม้าป่าคันโปรด อย่าง Ford Mustang Convertible ปี 1965 ภายในช่วงเวลาเดียวกับตอนที่ได้ Corvette C3 มาอยู่ในอ้อมอก”

“เมื่อผมได้ Mustang 1965 กับ Corvette C3 มาพร้อมกัน จึงบังเกิดโปรเจ็กต์ปั้นรถให้กลับมางามเหมือนใหม่ ซึ่งพอทำรถสองคันนี้เสร็จ กลายเป็นว่าผมรู้สึกรักไม่แพ้ Mustang 1969 ที่อยู่ในใจมาก่อนหน้าเสียอย่างนั้น เพื่อไม่ให้ลูกชายคันแรกน้อยหน้า ผมเลยจับส่งไปฟิตความหล่อใหม่หมดที่อู่ประจำ และจนถึงตอนนี้ยังทำรถไม่เสร็จเลย ท้ายสุดหากให้ผมยืนยันคำตอบว่ารักรถคันไหนมากที่สุด ก็ตอบได้เพียงว่ารักรถเก่าทั้ง 3 คันนี้นี่แหละ”

“มีคนเคยบอกกับผมว่า คุณเพชรจ้ามีอัญมณีล้ำค่าอยู่ 3 เม็ด ซึ่งหมายถึงรถคลาสสิกทั้ง 3 คันที่อยู่ในการครอบครองของผม โดยอนาคตแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด มูลค่ารถเหล่านี้จะไม่ลดลงเสื่อมถอยตามกาลเวลา และผมยืนยันกับตัวเองว่าจะไม่ขายรถพวกนี้อย่างแน่นอน”

กว่าจะเป็นรถคันโปรดที่สมบูรณ์แบบ

เรายิงคำถามดีเจเพชรจ้าไปว่า ถ้ามีคนมาขอซื้อต่อคุณจะขายรถทั้ง 3 คันนี้ หรือไม่? ฟังดูอาจคล้ายกับเราจี้จุดชายคนนี้ให้เขายอมบอกความลับระหว่างการสร้าง กว่าจะเป็นรถคลาสสิกที่สมบูรณ์แบบในยุคปี 2020

“ถ้าขายออกไปผมก็ไม่รู้ว่าจะเอารถแบบนี้ที่ไหนกลับมาในสภาพนี้ได้อีก ไม่ใช่ว่าคุณมีเงินพร้อมแล้วจะหารถมาครอบครองได้ทันที ต้องไปตามหากันอีกบางคนใช้เวลาหานานหลายปี พอได้มาก็ต้องมีเวลาในการปลุกชีพรถอีกต่างหาก 13-15 เดือนนี่เป็นอะไรที่คุณต้องใส่ใจทุกรายละเอียด”

“บางทีช่างโทรมาให้ผมเข้าไปดูรถเพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกทางออกไหน เพราะไม่สามารถเนรมิตทุกอย่างให้ออกมาตามใจเราคิดได้ทั้งหมด เนื่องจากตัวเจ้าของรถกับช่างต้องร่วมใจกันสร้างรถ มิใช่จ่ายเงิน รอรถทำเสร็จ และค่อยเอาออกมาขับอย่างนี้ไม่ใช่”

 

รถคลาสสิก” ทำหลักล้านแต่ดูแลหลักหมื่น

เชื่อว่าผู้อ่านบางท่านก็หลงใหลในเสน่ห์รถคลาสสิกไม่แพ้ดีเจเพชรจ้า แต่ติดเรื่องการหาข้อมูลไม่ได้ว่ารถเก่าหล่านี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อดูแล ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นขณะเป็นเจ้าของ เราจึงได้สวมบทตัวแทนถามให้ในฐานะคนเล่นรถ

“ตอนได้รถมาคุณต้องทำเหมือนกับตอนได้บ้านมือสองหลังโทรมๆ สภาพร้างโครงสร้างพุพัง เริ่มจากทุบโละเอาโครงหรืออะไหล่เก่าที่พังออกทั้งหมด จนกลายเป็นโครงรถเปล่าๆ รอพร้อมสำหรับการสร้างขึ้นมาใหม่ หลังจากนี้แหละคุณจะรู้สึกเหนื่อยจนแทบไม่ได้พัก”

“อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้าว่ารถคลาสสิกเนี่ยมีเงินอย่างเดียวเล่นไม่ได้ คุณต้องศึกษาประวัติตลอดจนอะไหล่ต่างๆ ที่จะนำมาประกอบขึ้นเป็นรถ อย่างผมรู้ถึงขั้นที่ว่าน็อตตัวนั้น อะไหล่ชิ้นนี้ตรงรุ่นกับรถของผมที่กำลังทำอยู่ไหม เพราแต่ละชิ้นส่วนที่กล่าวมาบางครั้งจำเป็นต้องใช้ของแท้ตรงตามสเปคดั้งเดิมเท่านั้น”

“ทีนี้เรื่องค่าใช้จ่ายตอนทำผมหมดไปเป็นล้านบาทในแต่ละคัน แต่พอเสร็จสิ้นโปรเจ็กต์รถคลาสสิกพวกนี้ก็จะกลายเป็นเหมือนรถใหม่ป้ายแดงทันที แต่บอกก่อนนะว่ารถต้องทำทุกอย่างจบสมบูรณ์เต็มร้อย ทั้งตัวถัง เครื่องยนต์ เครื่องปรับอากาศ ระบบไฟฟ้า และช่วงล่าง นั่นทำให้ประเด็นต่อมาอย่างการบำรุงรักษาเทียบเท่ารถญี่ปุ่นทั่วไป ไม่แพงหู่ฉี่อย่างที่หลายคนกังวล ลำพังมีแค่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ของเหลวอื่นๆ กับพวกอะไหล่สิ้นเปลืองตามระยะการใช้งานเท่านั้นเอง”

Chevrolet Corvette C7 ขับดีที่สุดในคอลเลกชัน

รู้เรื่องราวความคลาสสิกรถคันโปรดของดีเจเพชรจ้าไปแบบเนื้อเน้นๆ เรามาดูรถสปอร์ตขับดีในดวงใจของชายคนนี้กันบ้างดีกว่า เพราะเชื่อว่าหลายคนไม่อาจคาดเดาได้ว่า เขาชอบสมรรถนะการขับขี่ของรถคันใดในคอลเลกชันมากที่สุด

“ขอบอกก่อนเลยว่ารถที่ผมครอบครองนั้นทั้งหมดเป็นรถสัญชาติอเมริกา ซึ่งคันขับดีที่สุดก็คือ Chevrolet Corvette C7 Stingray ปี 2016 โดยสื่อเมืองนอกตั้งฉายาให้ว่าเป็น King of American muscle cars แถมต่อท้ายว่าเป็นซูเปอร์คาร์อีกต่างหาก คราวนี้สมรรถนะนี่เรียกว่าทางตรงก็แรงสุดใจ พอเอาไปหวดบนสนามแข่งก็ทำได้ไม่แพ้ใคร”

“อย่างไรก็ตาม พอเริ่มขับด้วยความเร็วสูงรถจะรู้สึกมั่นใจน้อยลง ด้วยขุมพลังเบนซิน V8 ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลังราว 450 แรงม้า แรงบิด 624 นิวตันเมตร กับน้ำหนักตัวที่เบามาก เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับรถสัญชาติเยอรมันหรืออิตาลี ต้องบอกว่า C7 ยังสู้พวกนั้นไม่ได้ในประเด็นช่วงล่างกับการบังคับควบคุม”

“เคยมีเพื่อนถามผมนะว่าทำไมไม่ซื้อรถยี่ห้อมาเล่นบ้าง แบบพวก Porsche อะไรแบบนี้ ส่วนตัวผมคิดว่ารถอเมริกันมันเหมือนกับสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของผม แม้ว่ารถแบรนด์อื่นจะขับดีช่วงล่างเยี่ยมเครื่องแรงแถมประหยัดน้ำมันก็ตามที”

“อีกเรื่องคือผมไม่ค่อยชอบรถที่เหมือนใครบนท้องถนนด้วย เวลาคุณขับรถไปที่ไหนแล้วมีรถอเมริกันตัวแรงวิ่งผ่านหน้า มันเหมือนกับชายงามที่สาวๆ เห็นแล้วต้องหันมองตามเป็นตาเดียว นั่นแหละคือสิ่งที่ผมคิดว่าคือเสน่ห์ของรถพวกนี้”

“ท้ายสุดคงเป็นเรื่องการได้มาของเจ้ากระเบนตัวแรง Corvette C7 โดยซื้อจากผู้นำเข้าอิสระรายหนึ่ง ค่าตัวในตอนนั้นสู่ขอมาด้วยเงินราว 8 ล้านบาท พอได้มานับจากวันนั้นถึงวันนี้วิ่งใช้งานไปแค่หลักพันกิโลเมตร พูดง่ายๆ ว่าเน้นจอดมากกว่าขับ ค่าบำรุงรักษากับค่าใช้จ่ายนี่ก็ไม่เยอะ เชื่อว่าคนที่มีศักยภาพซื้อรถระดับนี้ได้ไม่มีปัญหาในการดูแลแน่นอน”

Ford Mustang Convertible ปี 1965 สร้างนานที่สุด

“ในบรรดารถสุดโปรดทั้ง 3 คันของผม Ford Mustang Convertible ปี 1965 เจนเนเรชั่นแรกสุดในตระกูลม้าป่าทรงพลัง คือรถที่ผมใช้เวลาเนรมิตให้กลับมาในสภาพโรงงาน หรืองามกว่าเดิมนานที่สุด เพราะตอนได้มานี่อย่าเรียกว่ารถเลย เพราะมีแต่โครงสร้างตัวถังเปล่าเท่านั้น ส่วนเวลาทำจนเสร็จรถวิ่งได้นี่ผมจำได้ไม่ละเอียดว่ากี่วันแต่รู้ว่านานสุด และเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำทั้งหมดผมไปประมาณ 1 ล้านบาท”

“หลังจากเตรียมเงิน เวลา และช่างที่รู้ใจ ก็เริ่มลงมือปลุกปล้ำอยู่กับตัวถังจนสมบูรณ์ตามที่คิดไว้ จนมาถึงประเด็นหัวใจหลักดวงใหม่ที่จะวางบนเจ้านี่ โดยส่วนตัวมีรสนิยมชอบเครื่องญี่ปุ่นเพราะมีกำลังดี ทนทาน หาอะไหล่ง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย ผมจึงยกเครื่องเบนซิน 6 สูบเรียง 2JZ ให้กำลัง 220 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โดยไม่มีการปรับจูนต่อ”

“อันที่จริงผมก็มีรถที่วางเครื่องอเมริกันเดิมๆ เหมือนออกจากโรงงาน แต่กับเจ้า Mustang Convertible ผมวางแผนว่าจะขับทุกวันเพราะผมชอบรถคันนี้มาก ตั้งแต่พาภรรยาไปทำธุระ ขับไปนู่นมานี่ทั่วไป ถ้าเอาไปวางเครื่องเดิมตรงรุ่นจากโรงงาน กรณีเกิดเสียระหว่างทางนี่เป็นไปได้บ่อยครั้ง แล้วช่างที่สามารถซ่อมแก้ไขอาการของเครื่องเหล่านี้มันมีน้อยมากในไทย พูดได้เลยว่าไม่เกิน 5 คน ที่เก่งแล้วซ่อมจบ ทำให้เวลารถเครื่องพังมาทีนึงต้องรอคิวเข้าซ่อมอย่างต่ำ 2 เดือน”

ก่อนจากกันไป ดีเจเพชรจ้าได้เผยถึงเหตุผลที่เขาชื่นชอบรถคลาสสิกสไตล์อเมริกันให้เราทราบ โดยเขาบอกว่า “รถเก่าอย่าง Mustang ที่คุณเห็นทั้งหมดตอนนี้ ผมมีประสบการณ์ในตอนเด็กกับคุณพ่อของผม ผมจึงอยากให้ลูกของผมได้มีโอกาสนั่งในรถรุ่นเดียวกับที่ผมเคยนั่งตอนเด็ก”