10 อันดับปัญหา ‘ไฟเครื่องยนต์โชว์’ มีเหตุเกิดจากอะไรบ้าง?

14910
0

เมื่อใดก็ตามที่ ‘ไฟเครื่องยนต์โชว์’ เจ้าสัญลักษณ์สีเหลืองรูปเครื่องยนต์นั้นทำเอาเจ้าของรถกุมขมับ เพราะนอกจากจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถ แล้วยังต้องเตรียมเงินไว้ซ่อมอีกต่างหาก วันนี้เราจึงมาเผย 10 อันดับแรกของปัญหาไฟโชว์

รถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะบริเวณเครื่องยนต์ที่มีอุปกรณ์ทำงานขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นจุดที่อะไหล่มีโอกาสเสียขึ้นได้ และเจ้าไฟเครื่องยนต์จะสว่างขึ้นทันทีเมื่อพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น

เราได้ประเด็นอันน่าสนใจจากสถิติที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ CarMD แห่งอเมริกา ที่มีการเก็บข้อมูลปัญหาไฟเครี่องยนต์นับตั้งแต่ปี 2010 ถึงปี 2019 โดยแสดงให้เห็นว่าปีที่ผ่านมาปัญหาหม้อพักแคทาไลติคคอนเวอร์เตอร์เสีย ขึ้นมาอยู่บนอันดับ 1 แซงหน้าเซ็นเซอร์วัดอ็อกซิเจนที่ครองแชมป์อยู่นานถึง 8 ปี

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาบทความนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านไปดูว่า 10 ปัญหาไฟรูปเครื่องสีเหลืองโชว์ มีสาเหตุและวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง ที่ทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวและเตรียมตัวได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

1.เปลี่ยนแคทาไลติคคอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter)

เริ่มต้นด้วยเบอร์ 1 ไฟเครื่องโชว์ประจำปี 2019 อย่างปัญหาแคทฯ ตันหรือเสีย ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ทำหน้าที่บำบัดไอเสียก่อนปล่อยสู่อากาศภายนอก ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานเท่าใดกรองตัวนี้ก็เสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากไอน้ำมันที่เผาไหม้ไม่หมดไปเกาะอุดตันอยู่ภายใน และเป็นสาเหตุให้กรองไอเสียตันไปในที่สุด

เมื่อเป็นหนักถึงขั้นไฟเครื่องโชว์ รถยนต์สุดรักของคุณจะเริ่มปรากฏอาการเร่งไม่ค่อยออก รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ และเริ่มได้กลิ่นไอเสียแปลกไปจากเดิม ฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นให้คุณนำรถเข้าไปตรวจเช็คยังศูนย์บริการ หรือไม่ก็อู่ที่ชำนาญการซ่อมบำรุงรถยี่ห้อนั้น และค่าใช้จ่ายอาจเริ่มต้นที่หลักพันไปถึงหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถยนต์เป็นหลัก

2.เปลี่ยนอ็อกซิเจนเซ็นเซอร์ (O2 Sensor)

ดูเหมือนว่าปัญหาเกี่ยวกับอากาศที่ไหลเข้าออกเครื่องยนต์จะติด 2 อันดับแรก ปัญหาไฟเครื่องโชว์ โดยเจ้าอ็อกซิเจนเซ็นเซอร์นั้นทำหน้าที่ตรวจคุณภาพไอเสียว่ามีค่าในระดับมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งทำงานร่วมกับกล่องอีซียูในการสั่งจ่ายน้ำมันกับอากาศให้มีความเหมาะสม

ทันทีที่เจ้า O2 Sensor เสียพร้อมกับไฟเครื่องสว่างวาบ รถจะมีอาการกระตุกคล้ายกับเครื่องยนต์ใกล้ดับ ถึงแม้ว่ารถมีกระตุกแต่ยังพอขับต่อไปได้ ดังนั้นให้พยายามนำรถเข้าจอดยังจุดปลอดภัยเพื่อรอคอยการช่วยเหลือ และการเสียของเซ็นเซอร์ตัวนี้มีราคาไม่สูงนัก อยู่ในหลักพันบาทแต่ไม่เกินหมื่นบาท

3.เปลี่ยนคอยล์จุดระเบิดและหัวเทียน (Ignition Coil and Spark Plug)

เมื่อใดที่รถของท่านเกิดอาการเครื่องเดินไม่เรียบ รถเร่งไม่ออก หรือบางครั้งก็ดับไปเสียดื้อๆ ปัญหาคอยล์จุดระเบิดหรือหัวเทียนเสียก็อาจเป็นหนึ่งความพังที่ต้องเจอ ซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับรถที่มีอายุการใช้งานหลายปีหรือวิ่งมากกว่าแสนกิโลเมตร ไม่ก็คนที่มิได้เปลี่ยนหัวเทียนตามระยะทางที่ผู้ผลิตกำหนดไว้

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามมาหลังไฟเครื่องโชว์แล้วระบุได้ว่ามีสาเหตุจากคอลย์จุดระเบิดเสีย อยู่ในช่วง 2,000-8,000 บาท แปรผันตามแบรนด์รถยนต์ที่ใช้กับอะไหล่ว่าเป็นของแท้หรือของเทียบ ส่วนหัวเทียนนั้นค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก หัวละไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงหลักพันต้นๆ

4.ตรวจฝาถังน้ำมันหาย หรือปิดไม่แน่น (Fuel Cap)

ในเมืองไทยปัญหาฝาถังน้ำมันปิดไม่แน่นหรือฝาน้ำมันหายคงไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ต่างจากที่สหรัฐอเมริกาซึ่งผู้คนจำเป็นต้องเติมน้ำมันในสถานีบริการเอง โดยรถยนต์เวอร์ชันเมืองลุงแซมจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการปิดฝาถังน้ำมันทุกคัน ต่างจากรถบ้านเราที่ไร้ระบบดังกล่าว เหลือหน้าที่ไว้ให้กับพนักงานตามปั้มน้ำมันคอยปิดฝาถังเท่านั้น

5.ตรวจสอบเซ็นเซอร์วัดมวลอากาศ (Mass Air Flow)

ขาซิ่งยุคเก๋าจนถึงปัจจุบันต้องรู้จักสิ่งนี้ดี นั่นก็คือเซ็นเซอร์วัดมวลอากาศที่หลายคนนิยมเปลี่ยนไปเป็น ‘แอร์โฟล์วซิ่ง’ ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ติดตั้งอยู่บริเวณหลังกรองอากาศเข้าเครื่องยนต์ คอยวัดปริมาณอากาศที่ไหลเข้าสู่ท่อไอดีไปจนถึงห้องเผาไหม้ ให้อยู่ในเกณฑ์ดีที่สุดสำหรับการจุดระเบิดสร้างกำลังงาน

แต่เมื่อใดที่เซ็นเซอร์ตัวนี้เกิดทำงานผิดปกติหรือเสียขึ้นมา อาการที่ผู้ขับขี่รับรู้ได้ก็คือช่วงเช้าตอนสตาร์ทรถใหม่จะได้กลิ่นไอเสียเหม็นกว่าปกติ ลามมาเครื่องยนต์เดินไม่นิ่งมีอาการสั่นในรอบเดินเบา เร่งไม่ค่อยออก และกินน้ำมันกว่าปกติ ซึ่งวิธีแก้ไขกรณีสกปรกสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ แต่หากเสียก็ต้องเปลี่ยนใหม่สถานเดียว

6.เปลี่ยนคอยล์จุดระเบิด (Ignition Coil)

เจ้าคอยล์จุดระเบิดนั้นมีอาการเสียอยู่หลายสาเหตุ เมื่อระบบตรวจพบความผิดปกติจะแสดงไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ขึ้นมา อาจเกิดจากคอยล์บางตัวไม่สามารถจ่ายกระแสไฟไปยังหัวเทียนเพื่อจุดระเบิดได้ตามปกติ ขณะติดเครื่องรถจะมีอาการสั่นไปจนถึงการขับขี่มีการกระตุก ไม่สามารถเร่งกำลังได้เต็มที่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าคอยล์ของท่านลาโลกไปแล้ว

7.เปลี่ยนวาล์วระบบควบคุมไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิง (Emissions Purge Control Valve)

เจ้าวาล์วควบคุมไอระหายน้ำมันเชื้อเพลิง รับหน้าที่กักกันมิให้ไอน้ำมันในถังกักเก็บระเหยออกสู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงหน้าที่ควบคุมการไหลของไอระเหยน้ำมัน โดยขณะกำลังอุ่นเครื่องระบบจะเปิดให้ไอน้ำมันที่สะสมอยู่ในถังดักไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิง หรือคนไทยติดปากว่า ‘ถังชาโคล/กรองชาโคล’ เข้าสู่ห้องเผาไหม้อย่างเหมาะสม

แต่กรณีที่เกิดความผิดปกติไอระเหยน้ำมันจะไหลเข้าห้องเผาไหม้น้อยหรือมากกว่าปกติ เครื่องยนต์จะเดินไม่เรียบในช่วงรอบเดินเบา ซึ่งอาการดังกล่าวคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ คอยล์จุดระเบิด หัวเทียน เป็นต้น ดังนั้น เมื่อไฟเอนจิ้นโชว์การเข้าไปยังศูนย์บริการจึงเป็นคำตอบอันเหมาะสม

8.เปลี่ยนหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injector)

หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงในภาระงานปกติทำหน้าที่ฉีดน้ำมันให้เป็นฝอยละเอียด เพื่อส่งต่อไปผสมกับอากาศในท่อไอดีก่อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ แต่หากหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดเสียหรือตันขึ้นมา อาการที่ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้แก่ รอบเดินเบาไม่นิ่ง ลูกสูบบางตัวไม่ทำงาน ส่งผลโดยตรงต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

ในรถยนต์สมัยใหม่จะมีหัวฉีดเท่ากับจำนวนลูกสูบ หรือบางคันมาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ที่เพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์และความประหยัดน้ำมัน นั่นหมายความว่าหากหัวฉีดเสียขึ้นมาก็อาจจ่ายเงินมากกว่าปกติ

9.เปลี่ยนโซลินอยด์ระบบควบคุมไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิง (Purge Solenoid)

ไอน้ำมันที่จะไหลจากถังน้ำมันสู่ชั้นบรรยากาศถูกควบคุมโดยโซลินอยด์ตัวนี้ ซึ่งกล่องอีซียูรับบทควบคุมการเปิดปิดของวาล์วดังกล่าว ทว่าหากมันเกิดเสียขึ้นมารถยนต์จะสตาร์ทได้ยากกว่าปกติ รวมถึงปรากฎอาการสั่นในช่วงรอบเครื่องยนต์เดินเบา

10.เปลี่ยนเทอร์โมสตัท (Thermostat)

ปัญหาสุดท้ายใน 10 อันดับปัญหาไฟเอนจิ้นโชว์ตกเป็นของ ‘เทอร์โมสตัท’ หรือ ‘วาล์วน้ำ’ ที่ทุกคนทราบดีว่าสิ่งนี้มีหน้าที่ควบคุมการไหลของน้ำหล่อเย็นในระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ โดยปกติแล้ววาล์วตัวนี้จะปิดเมื่ออุณหภูมิน้ำหล่อเย็นยังไม่ถึงที่ตั้งไว้ และเปิดให้น้ำไหลเวียนครบระบบเมื่ออุ่นเครื่องได้อุณหภูมิทำงาน

เมื่อวาล์วน้ำเกิดเสียหรือตันอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นจะสูงเกินระดับปกติ อาจทำให้เครื่องยนต์ หม้อน้ำ และท่อยางทางเดินเกิดความเสียหาย ดังนั้น เมื่อไฟโชว์ก็ให้ตรวจเช็คที่ศูนย์บริการหรืออู่ที่ท่านไว้ใจได้ ก่อนความเสียหายจะลุกลามบานปลายเกินกว่าการเปลี่ยนแค่เทอร์โมสตัทตัวเดียว

หวังว่า 10 ปัญหาไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ในบทความนี้ จะช่วยให้ผู้อ่านรับมือกับสถานการ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากท่านเห็นว่าบทความนี้ดีและมีประโยชน์ ขอให้ถ่ายทอดต่อกับทุกคนที่ท่านรู้จัก ทางทีมงาน TopGear Thailand จักยินดีเป็นอย่างยิ่ง