Suzuki Swift Sport 2020 ใหม่ เพิ่มระบบไมลด์ไฮบริด 48 โวลต์

966
0

Suzuki Swift Sport อาจเป็นฮ็อตแฮทช์รุ่นท้ายๆ ที่หันไปใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ แต่กลับเป็นรุ่นแรกๆ ที่เริ่มติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ฟังดูเหมือนพวกเขาไม่ยอมปล่อยเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์เลย

Suzuki Swift Sport ยังคงติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร แต่เสริมด้วยเทคโนโลยีไมลด์ไฮบริด เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขายังสามารถวางจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้ได้เมื่อรัฐบาลเริ่มบังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษฉบับใหม่ที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา เข้มงวดมากจนกระทั่งรถออฟโรด Jimny จะต้องยุติการจำหน่ายลงอย่างน่าเสียดาย

รถคันนี้สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้มากกว่า 50 ไมล์ต่อแกลลอน (มากกว่า 17.7 กม./ลิตร) และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงจาก 135 เหลือ 127 กรัมต่อกิโลเมตร แม้ว่าจะไม่ได้แตกต่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ซูซูกิคำนวณแล้วว่าสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงปีละ 129 กิโลกรัม เทียบเท่ากับสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกเรียงกันถึง 21 สระเลยทีเดียว

พละกำลังลดลงเล็กน้อย (เหลือ 127 แรงม้า) แลกกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย (เป็น 235 นิวตัน-เมตร) และมาในช่วงรอบเครื่องยนต์ที่กว้างกว่า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 9.1 วินาที ทำให้รถคันนี้กลายเป็น Suzuki Swift Sport ที่เชื่องช้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา น่าคิดว่าถ้า Swift ตัวแรงคันนี้กลับไม่แรงอย่างที่ควรจะเป็น แล้วรถคันนี้ควรจะขายให้กับใครกันแน่?

ไม่เพียงเท่านี้ ราคาจำหน่ายของ Suzuki Swift Sport ใหม่ ยังเพิ่มขึ้นเป็น 21,570 ปอนด์ (ประมาณ 850,000 บาท) เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายพันปอนด์ทีเดียว มันจึงไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว แต่กระนั้น ซูซูกิก็เพิ่มทางเลือกด้วยระบบเช่าระยะยาวเพียงจ่ายเดือนละ 249 ปอนด์ (ประมาณ 9,900 บาท) ได้

อย่างไรก็ดี ระบบไฮบริดของ Swift Sport ใหม่ ใช้ระบบไฟแบบ 48 โวลต์ เช่นเดียวกับที่พบใน Audi S หรือ Mercedes-AMG ไม่ใช่ระบบ 12 โวลต์เหมือนกับรถบางรุ่น โดยระบบไฟจะไม่ถูกนำไปใช้ในการขับเคลื่อนโดยตรง แต่จะช่วยให้เครื่องยนต์ติดขึ้นและเสริมแรงบิดในช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นจุดที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำงานอย่างเต็มกำลัง อีกทั้งยังช่วยรักษาความเร็วขณะวิ่งบนมอเตอร์เวย์ได้อีกด้วย

การลดความเร็วและการเบรกจะช่วยปั่นกระแสไฟเช่นเดียวกับรถไฮบริดอื่นๆ โดยซูซูกิระบุว่าระบบไมลด์ไฮบริดทั้งหมดมีน้ำหนักเพียง 15 กิโลกรัม ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักรวมเพียง 1,025 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนแบตเตอรี่และคอนเวอร์เตอร์ถูกติดตั้งไว้ใต้เบาะนั่งคู่หน้าเพื่อประสิทธิภาพการกระจายน้ำหนักเป็นสำคัญ

ตอนนี้เราอยากรู้ว่ามันจะส่งผลในด้านความสปอร์ตอย่างไรบ้าง เพราะ Swift Sport เจเนอเรชั่นที่ 3 ก็ถูกพัฒนาให้ซอฟท์ลงจากรุ่นก่อนหน้า การติดตั้งระบบไฮบริดก็คงทำให้รถคันนี้ซอฟท์ลงไปอีก แต่ก็มีบางสิ่งที่ช่วยทำให้ขับสนุกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ธรรมดาที่มีอัตราทดชิดกว่าเดิม และท่อไอเสียแบบสปอร์ตที่ฉลาดมากขึ้น

แต่ว่าไม่จะเป็นอย่างไร Suzuki Swift Sport ก็ถือว่าโชคดีที่ยังคงมีจำหน่ายต่อไป