Nissan เผยแผนพลิกฟื้นบริษัทให้ทำกำไรใน 4 ปี

579
0

Nissan ค่ายรถยักษ์ใหญ่เบอร์ต้นของญี่ปุ่น แถลงการณ์แผนพลิกฟื้นบริษัทระยะ 4 ปี ให้เติบโตพร้อมทำกำไรได้ยั่งยืน โดยผลดีตกเป็นของผู้บริโภคแทบทั้งสิ้น

ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเราเคยนำเสนอข่าวว่านิสสันเตรียมออกมาตรการรัดเข็มขัด เพื่อช่วยให้บริษัทฟันฝ่าอุปสรรค์อันหนักหนาช่วงไวรัสโควิด-19 ทำร้ายวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกไปให้ได้ ล่าสุดค่ายรถเมืองโยโกฮามาได้แถลงแผนการพลิกฟื้นบริษัทฉบับล่าสุดออกมา

แผนการพลิกฟื้นนิสสันระยะ 4 ปี เกิดขึ้นเพื่อทำให้องค์กรเติบโตแบบยั่งยืน มีเสถียรภาพทางการเงินที่คล่องตัว และสามารถสร้างผลกำไรให้งดงามต่อจากนี้ ซึ่งหลักแล้วเป็นการลดต้นทุนในทุกภาคส่วน ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร โรงงานกับสายการผลิต รุ่นรถยนต์ที่ขายทั่วโลก และกลยุทธ์การตลาดในอนาคต

หากให้อธิบายกลยุทธ์การกอบกู้แบรนด์นิสสันกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ทางบริษัทได้มุ่งเน้นหัวใจหลัก 2 ข้อด้วยกัน ก็คือ 1.กระบวนการทำให้เกิดประสิทธภาพ และ 2.การให้ความสำคัญกับตลาดหลักและรถยนต์รุ่นสำคัญ ที่ไล่เรียงทีละข้อดังต่อไปนี้

กระบวนการทำให้เกิดประสิทธภาพ

• ปรับกำลังการผลิตลง 20% ให้เหลือเพียง 5.4 ล้านคันต่อปี ภายใต้การปฏิบัติงานตามช่วงเวลาการทำงานตามมาตรฐานปกติ
• เพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้ได้มากกว่า 80% เพื่อเพิ่มผลกำไร
• ลดจำนวนรุ่นรถยนต์ทั่วโลกลง 20% (ให้เหลือเพียง 55 รุ่น จากเดิม 69 รุ่น)
• ลดต้นทุนแบบคงที่ลงประมาณ 3 แสนล้านเยน (ราว 8.8 หมื่นล้านบาท)
• ปิดโรงงานบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก
• ควบรวมการผลิตของรถยนต์รุ่นสำคัญต่าง ๆ ในอเมริกาเหนือ
• ปิดโรงงานในประเทศอินโดนีเซีย และมุ่งให้ความสำคัญกับโรงงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตแห่งเดียวในอาเซียน
• ร่วมมือบริษัทในกลุ่มพันธมิตรในการใช้ทรัพยากร เช่น การผลิต รุ่นรถยนต์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกัน

การให้ความสำคัญกับตลาดหลักและรถยนต์รุ่นสำคัญ

• มุ่งเน้นธุรกิจของนิสสันในประเทศญี่ปุ่น จีน และทวีปอเมริกาเหนือ
• ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตร เพื่อรักษาฐานทางธุรกิจของนิสสัน ในอเมริกาใต้
อาเซียน และยุโรป
• ยุติธุรกิจในเกาหลีใต้ ยุติธุรกิจของดัทสันในรัสเซีย รวมถึงปรับแผนการดำเนินธุรกิจของบางประเทศในอาเซียน
• ให้ความสำคัญกับรถยนต์รุ่นหลักในกลุ่ม C และ D Segment รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถสปอร์ต
• เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 12 รุ่น ในอีก 18 เดือนข้างหน้า
• เพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึง เทคโนโลยี e-POWER โดยตั้งเป้าจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 1 ล้านคัน ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2023
• ในประเทศญี่ปุ่น นิสสันจะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 2 รุ่น และรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี e-POWER จำนวน 4 รุ่น เพื่อเพิ่มสัดส่วนของยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ถึง 60% ของยอดขายทั้งหมด
• นำระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ProPILOT มาใช้ในรถยนต์มากกว่า 20 รุ่นที่วางขายใน 20 ประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะมีรถยนต์จำนวนกว่า 1.5 ล้านคัน ที่ใช้ระบบ ProPILOT ภายในสิ้นปี 2023

ทางนิสสันคาดการณ์ว่าถ้าทุกอย่างเดินไปตามแผนที่วางไว้ ผลลัพธ์คือบริษัทมีอัตรากำไรที่ 5% พร้อมกินส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ทั่วโลกคิดเป็น 6% เมื่อสิ้นสุดงบประมาณปี 2023 ซึ่งรวมรายได้จากร่วมลงทุนในจีนมากถึง 50% เลยทีเดียว