Mazda CX-30 ใหม่ มุ่งสู่เชียงใหม่ในกิจกรรมมาสด้าคาราวาน “ปันสุข”

656
0

เราได้ขับ Mazda CX-30 2020 ใหม่ พร้อมทัพรถยนต์มาสด้าสีแดง โซล เรด คริสตัล มุ่งสู่เชียงใหม่เพื่อร่วมมอบสิ่งดีๆ ให้เด็กที่โรงเรียนบ้านสันทราย ภายใต้ชื่องานมาสด้าคาราวาน “ปันสุข” 

นับตั้งแต่ไวรัสโควิด-19 ระบาดทั่วโลกจนทำให้เศรษฐกิจโลกและเมืองไทยต่างหยุดชะงัก นอกจากบริษัทใหญ่น้อยที่ได้รับผลกระทบแล้วประชาชนคนทั่วไปต่างเดือดร้อนไม่แพ้กัน ยิ่งในส่วนภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ด้วยแล้ว หลายครอบครัวล้วนประสบปัญหาการเงินไม่น้อยไปกว่าภาคธุรกิจอื่นเลย

มาสด้า เซลล์ ประเทศไทย แม้จะได้รับผลจากยอดขายที่ตกลงมาตั้งแต่ไวรัสร้ายเริ่มระบาดช่วงต้นปี แต่ช่วงนี้พวกเขาเริ่มมีสถานการณ์ดีขึ้นจนได้เริ่มดำเนินโครงการมาสด้าคาราวาน ปันสุข ซึ่งมีทั้งหมด 4 ทริป และเราได้ร่วมกิจกรรมครั้งที่ 3 มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการขับขี่ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุด Mazda CX-30 2020 ใหม่ เป็นระยะทางกว่า 700 กม. ผ่านเส้นทางทุกรูปแบบ

เพื่อให้การเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ครบถ้วนเราจึงขอเริ่มจากภาคการขับขี่ CX-30 จากกรุงเทพมหานครมุ่งสู่เชียงใหม่กันก่อน โดยรถของผู้เขียนมีพี่ๆ สื่อมวลชนนั่งไปด้วยรวมทั้งสิ้น 4 ท่าน ทำหน้าที่เป็นพลขับรวมถึงสลับไปนั่งทุกตำแหน่งในรถ เพื่อหาคำตอบว่าการเดินทางไกลกับครอสโอเวอร์คันนี้จะตอบโจทย์การใช้งานในครอบครัวได้หรือไม่

Mazda CX-30 คนขับรู้สึกอย่างไร?

ขึ้นชื่อว่าเป็นรถยนต์จากเมืองฮิโรชิม่าย่อมมีจุดเด่นเรื่องการขับขี่อยู่แล้ว CX-30 เองขับสนุกไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า Mazda 3 เลย พวงมาลัยให้การตอบสนองแม่นยำหนักแน่นกำลังดี เหมาะสมต่อการเดินทางไกลไม่ทำให้คนขับต้องประคองพวงมาลัยจนเมื่อย ยิ่งได้ระบบ GVC Plus เข้ามาช่วยให้การบังคับในโค้งเป็นได้อย่างมั่นใจและลดอาการโยน พอเจอทางโค้งทีไรเราเป็นต้องกดคันเร่งเพื่อสร้างความสนุกสนานทุกครั้งไป

กำลังเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด การันตีว่าในเงื่อนไขผู้ใหญ่ 4 คนนั่งเต็มคันพร้อมสัมภาระ ครอสโอเวอร์คันนี้พาตัวเองเร่งสู่ความเร็วสูงได้ไม่แบบหนืดช้า เพียงกดคันเร่งเต็มเท้ารถก็พร้อมทะยานแซงได้แบบเหลือๆ ดังนั้นใครที่กังวลว่าเดินทางไกลแล้วจะไม่ปลอดภัย CX-30 ถือว่าตอบสนองด้านกำลังได้ดีเลยทีเดียว

จุดสำคัญที่เรารู้สึกว่าใครก็ตามที่กำลังสนใจจะซื้อ CX-30 ไปใช้งาน นั่นก็คืออาการของระบบเบรกที่ไม่ค่อยเหมือนครอสโอเวอร์ญี่ปุ่นคันอื่นในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะในย่านความเร็วต่ำหรือขับมาด้วยความเร็วแล้วต้องการหยุดรถให้จอดสนิท ผู้ขับขี่จะต้องกดแป้นเบรกให้ลึกมากกว่าปกติแล้วตัวรถจึงจะหยุดได้ตามที่คิด ซึ่งสาเหตุเกิดจากมาสด้าต้องการให้การเบรกแบบรุนแรงแล้วรถไม่ทำให้คนนั่งหัวสั่นหัวคลอน แต่กลายเป็นผู้ขับขี่ที่รู้สึกว่ารถเหมือนจะเบรกไม่ค่อยอยู่แทน

อย่างไรก็ตาม การเบรกในสถานการณ์อื่นๆ ทำได้ดีมาก เช่นเบรกที่ความเร็วสูงชะลอความเร็วลงมาอยู่ในระดับปลอดภัย ซึ่งหากผู้ขับขี่เริ่มปรับตัวเข้าหารถได้แล้วเจ้า CX-30 จะสร้างความมั่นใจให้ได้ไม่แพ้คู่แข่งคันอื่น

ผู้โดยสารรู้สึกอย่างไรบ้าง?

ประเด็นช่วงล่างเองตั้งแต่ที่มาสด้าชี้แจงรายละเอียดว่าด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม เสียงติติงก็มีหนาหูไปในทางเดียวกันว่าลดต้นทุน ขับขี่ไม่ดีบ้างละ หรือความนุ่มนวลหายไป ซึ่งจากที่ได้อยู่กับเจ้านี่เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร เรากล้าตอบได้ว่ามีบางข้อเป็นไปตามที่ใครหลายคนตั้งคำถามเอาไว้จริง

ก่อนอื่นในตำแหน่งผู้โดยสารด้านหน้าข้างคนขับ ตำแหน่งนี้นั่งสบายมีความรู้สึกแทบไม่แตกต่างจากผู้ขับขี่ แต่ถ้าขยับไปนั่งเบาะหลังแล้วล่ะก็จะเริ่มรู้สึกว่า CX-30 มิใช่รถที่เหมาะสมต่อการเดินทางไกลเท่าใด เนื่องด้วยตัวพนักพิงเบาะที่มีองศาตั้งชันบวกกับพนักพิงศีรษะที่ดันเข้ามามาก ทำให้การนั่งรถนานๆ ระยะทางเกิน 400 กม. มีความเมื่อยล้าสะสมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อบวกกับพื้นที่วางขาที่น้อยหรือมากขึ้นอยู่กับสรีระผู้ขับขี่ ถ้าคนขับตัวสูงปรับเบาะเลื่อนมาด้านหลังเยอะคนนั่งด้านหลังหัวเข่าจะติดชิดหลังเบาะ

ไม่เพียงเท่านี้ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมยังมีอาการสั่นสะเทือนเมื่อเจอถนนคอนกรีตกับทางขรุขระชัดเจน ข้อนี้ทำให้การนั่งด้านหลังไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์สักเท่าไร แต่ยังดีที่ประเด็นเสียงรบกวนทั้งจากเสียงเครื่อง เสียงลม และเสียงถนน ทำได้ดีมากอยู่ในลำดับเบอร์ 1 ของกลุ่ม ซึ่งข้อนี้ผู้อ่านต้องลองไปขับ นั่ง และช่างใจดูว่าคุณจะใช้รถคันนี้พาครอบครัวเดินทางไกลบ่อยขนาดไหน

Mazda พาเยี่ยมมาสด้าเชียงใหม่ และมุ่งหน้าไปหาเด็กๆ ที่โรงเรียนบ้านสันทราย

หลังนอนพักค้างแรมหนึ่งคืนเช้าวันรุ่งขึ้นขบวนรถมาสด้าที่มีตั้งแต่ Mazda 2, Mazda 3, Mazda CX-3, Mazda CX-30, Mazda CX-5, Mazda CX-8 และ Mazda MX-5 RF ทุกคันล้วนมีตัวถังสีแดง โซล เรด คริสตัล มุ่งหน้าสู่โชว์รูมของมาสด้าเชียงใหม่ สาขาสารภี จากทั้งหมด 5 สาขา กระจายตัวอยู่ในเชียงใหม่จนถึงลำพูน

จุดเด่นของโชว์รูมมาสด้าเชียงใหม่ สาขาสารภี คือการลงทุนกว่า 30 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างศูนย์ซ่อมตัวถังและสีเพียงแห่งเดียวในเชียงใหม่ (เฉพาะมาสด้า) รองรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในส่วนนี้ได้มากถึง 200 คันต่อเดือน และโชว์รูมทุกแห่งในเครือรวมกันดูแลซ่อมบำรุงรถได้สูงสุด 1,400 คันต่อเดือน

คุณนิศารัตน์ ศิริมหาราช รองผู้อำนวยการฝ่ายขายและฝ่ายบริการ บริษัท มาสด้า เชียงใหม่ จำกัด ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่ามาสด้าเชียงใหม่ขายรถในปี 2562 ได้ถึง 700 คัน จากยอดรถมาสด้าทั้งหมดในแถบจังหวัดภาคเหนือ 4,500 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง 15% และในเชียงใหม่เองพวกเขาครองตลาดถึง 50% ซึ่งเกิดจากชื่อเสียงที่สั่งสมมาเป็นเวลากว่า 31 ปี

เมื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับทางมาสด้าเชียงใหม่เสร็จสิ้น คณะของเรามุ่งไปยังโรงเรียนบ้านสันทราย เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษา ตลอดจนเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนที่นั่น ซึ่งทางมาสด้า สื่อมวลชน ครู และนักเรียนล้วนมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ ร่วมกัน

การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กับมาสด้านอกจากจะได้พิสูจน์สมรรถนะของ Mazda CX-30 2020 ใหม่ ยังได้ร่วมมอบความสุขให้แก่เด็กๆ ที่ขาดแคลนโอกาส รวมถึงรับรู้ข้อมูลการตลาดของมาสด้าในจังหวัดเชียงใหม่อย่างครบถ้วน