Lamborghini Siån 2020 ใหม่ ขุมพลัง V12 พร้อมเทคโนโลยีซูเปอร์คาร์ปาซิเตอร์

6888
0

พบกับ Lamborghini Siån ใหม่ รถลัมโบร์กินีเครื่องยนต์ V12 รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด และยังถือว่าเป็นรถที่เร็วและแรงที่สุดเท่าที่ค่ายรถจาก Sant’Agata Bolognese เคยผลิตมา ใช่แล้วล่ะ! ลัมโบร์กินีเริ่มทำรถยนต์ไฮบริดแล้ว

แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดไว้หรอกนะ เพราะขณะที่คนทั้งโลกกำลังมองหารถยนต์เทอร์โบชาร์จขนาดเล็กและรถไฟฟ้า ลัมโบร์กินียังคงรักษาเครื่องยนต์ 12 สูบไว้อย่างเหนียวแน่นราวกับแหวนของกอลลัม พร้อมทั้งเพิ่มความร้อนแรงด้วยเทคโนโลยี Supercapacitor (ฟังดูเจ๋งชะมัดเลย) ที่จะทำให้รถคันนี้กลายเป็นรถที่เร็วและแรงที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเลยผลิตมา

เริ่มต้นกันที่ชื่อ “Siån” ซึ่งหมายถึง “แสงวาบของฟ้าผ่า” ตามสำเนียงของโบโลเนส แต่ด้วยสัญลักษณ์กลมๆ บนตัวอักษร a หลายคนอาจสงสัยว่ามันออกเสียง “ไซ-อาน” หรือ “ซี-อาน” กันแน่ แต่อันที่จริงมันออกเสียงว่า “ช่ะ-อาน” ต่างหากล่ะ

รถคันนี้ได้นำเอาเทคโนโลยีจาก Lamborghini Terzo Millenio ซึ่งเป็นต้นแบบไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่พัฒนาร่วมกับสถาบัน Massachusetts Institute of Technology ถูกเปิดตัวเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต่อยอดจนกลายมาเป็น Siån ในที่สุด โดยเฉพาะเทคโนโลยี Supercapacitor ที่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากกว่าแบตเตอรี่ถึง 100 เท่า สามารถชาร์จและปล่อยกระแสไฟได้อย่างรวดเร็ว รองรับการชาร์จซ้ำแล้วซ้ำอีกได้มากกว่าแบตเตอรี่ หากกล่าวโดยสรุปคือ มันมีน้ำหนักเบากว่าและเก็บพลังงานได้มากกว่าแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนนั่นเอง

Lamborghini Siån ติดตั้งซูเปอร์คาปาซิเตอร์ที่สามารถเก็บพลังงานได้มากกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักเท่ากัน และมีน้ำหนักเบากว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่ให้พลังงานเท่ากัน โดยกำลังไฟจะถูกส่งไปยัง e-motor ขนาด 48 โวลต์ กำลังสูงสุด 33 แรงม้า (BHP) ที่ถูกติดตั้งไว้ระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและล้อ แตกต่างจากระบบไมลด์ไฮบริดอื่นๆ ที่จะถูกติดตั้งเข้ากับชุดเกียร์ นั่นหมายความว่ารถรุ่นนี้สามารถขับขี่ในความเร็วต่ำด้วย e-motor ได้

แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ มันช่วยเพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ที่ยกมาจาก Aventador พร้อมวาล์วไอดีแบบไทเทเนียม รีดกำลังสูงสุดได้ถึง 774 แรงม้า (BHP) ที่ 8,500 รอบต่อนาที ซึ่งถือว่าแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผสานกับระบบไฮบริดอีก 33 แรงม้า ทำให้มีกำลังสูงสุด 807 แรงม้า เพื่อส่งไปยังล้อทั้งสี่ข้าง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 350 กม./ชม.

รถคันนี้มีระบบชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่เช่นเดียวกับรถไฮบริดรุ่นอื่นๆ แต่ด้วยระบบซูเปอร์คาร์ปาซิเตอร์ที่ให้การชาร์จและปล่อยกระแสไฟดีกว่าแบตเตอรี่ ทำให้มันสามารถชาร์จจนเต็มได้ในทุกครั้งที่รถเบรก สามารถสร้างแรงบิดเพื่อให้รถขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. และช่วยให้การเปลียนเกียร์นุ่มนวลขึ้นด้วย ส่วนเริ่องเสียงคำรามน่ะหรือ? เครื่องยนต์ V12 ของรถคันนี้ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

รูปลักษณ์ของ Siån ถือเป็น Design language ใหม่ของลัมโบร์กินี และถือเป็นการล้มล้างความเชื่อว่าลัมโบร์กินีมักทำดีไซน์ออกมาได้อย่างน่าเบื่อ มันมาพร้อมตัวถังสีเขียวตัดด้วยสีทองที่ให้ความหวือหวามากกว่า Avantador แต่มีเส้นสายคล้ายกับผลงานของ Gandini ที่ฝากไว้ในรุ่น Countach อีกทั้งยังรักษาเอกลักษณ์รูปตัว Y อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นช่องดักลมบริเวณประตูข้าง, ฝาครอบเครื่องยนต์, เส้นสายบนฝากระโปรงหน้า และไฟทรงรูปทรงตัว Y ที่ดึงมาจาก Lamborghini Terzo Millennio นั่นเอง

อย่างที่เห็นว่ามันมีส่วนคล้ายกับรุ่น Countach ไม่ว่าจะเป็นส่วนท้ายที่ยกตัวขึ้นเป็นลักษณะรูปหกเหลี่ยม, ไฟท้ายทรงหกเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากซูเปอร์คาร์ยุค 80 ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสวิตช์เกียร์คล้ายกับ Aventador ติดตั้งหน้าจอแบบ TFT แนวตั้ง ส่วนใครอยากได้หน้าจอใหญ่กว่านี้ล่ะก็ เชิญไปหา Tesla ได้เลย

ภายนอกถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์จนทำให้มีตัวถังที่ดูเพรียวลม พร้อมดีไซน์แบบเฉียบคมตามฉบับลัมโบร์กินี จากเดิมที่อากาศจะเข้าไปทางช่องดักลมบริเวณกันชนด้านหน้า คราวนี้ถูกออกแบบให้ไหลเข้าไปยังกระโปรงหน้าด้วย จากนั้นจะถูกเบี่ยงออกทางด้านข้างเพื่อส่งไปยังท่อไอดีและสปอยเลอร์ที่สามารถพับเก็บได้เพื่อความสวยงาม

Lamborghini Siån จะถูกผลิตขึ้นเพียง 63 คันเท่านั้น (ซึ่งถือว่าไม่น้อยถ้าเทียบกับ Veneno หรือ Aventador J อะไรพวกนั้น) ทั้งหมดมีเจ้าของเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าลัมโบร์กินีจะไม่เปิดยอมเปิดเผยราคาจำหน่าย แต่ก็คาดว่ามีราคาหลายล้านปอนด์เลยทีเดียว แต่ไม่ว่าอย่างไร เครื่องยนต์ V12 ของลัมโบร์กินียังคงไม่ตาย เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของขุมพลังไฮบริดในอนาคตนั่นเอง