Jaguar F-Type 2020 ใหม่ เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว

140
0

การปรับปรุงดีไซน์ผลงานออกแบบของ Ian Callum ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ Julian Thomson ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบคนใหม่ของจากัวร์ เพราะ F-Type Coupe เรียกได้ว่าเป็นรถที่สวยงามลงตัวมากพออยู่แล้ว

บัดนี้ขอเสียงปรบมือต้อนรับ F-Type โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ที่มาพร้อมไฟหน้าดีไซน์เกรี้ยวกราดกว่าเดิม อีกทั้งยังมีกรหน้าที่ยื่นยาวและเตี้ยลงกว่ารุ่นก่อนด้วย ขณะที่กระจังหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมช่องดักลมด้านข้างดีไซน์ใหม่ เสริมด้วยไฟท้ายใหม่เช่นกัน ตัวรถโดยรวมดูดุดันเกินกว่าที่จะเป็นรถสปอร์ตจากจากัวร์ จนเราคิดว่ามันอาจทำให้ใครบางคนรู้สึกไม่ชอบได้เลย

F-Type เวอร์ชั่นคูเป้ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2013 หลังจากที่เวอร์ชั่นเปิดประทุนถูกเปิดตัวก่อนหน้าไปสักระยะ แต่มาครั้งนี้ จากัวร์เลือกเผยโฉมรุ่นคูเป้ก่อน และปล่อยภาพรุ่นเปิดประทุนมาเพียงภาพเดียว ซึ่งเราจะนำมาให้ชมกันเต็มๆ อีกครั้งในภายหลัง แต่กระนั้น คุณก็ยังอยากได้รุ่นคูเป้อยู่ดี ด้วยแนวหลังคาที่ลาดเทอย่างสวยงาม
นอกจากนี้ จากัวร์ยังปลดเครื่องยนต์ V6 และเกียร์ธรรมดาออกไป จากเดิมที่มีขุมพลังและเกียร์ให้เลือกถึง 8 แบบด้วยกัน จึงไม่แปลกใจนักที่จะมีเครื่องยนต์บางตัวหายไป

F-Type รุ่นเริ่มต้นติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 296 แรงม้า (BHP) มีให้เลือกเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น ขยับขึ้นมาเป็นรุ่นเครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตรซูเปอร์ชาร์จ กำลังสูงสุด 444 แรงม้า (BHP) แรงบิดสูงสุด 580 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะลูกเดิมที่ถูกปรับปรุงใหม่ สามารถเลือกได้ทั้งขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ

F-Type รุ่นท็อปสุดในปัจจุบันคือรุ่น R ก่อนที่จะมีเวอร์ชั่น SVR ออกมาในภายหลัง แม้ว่าจะถูกติดตั้งเครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตรซูเปอร์ชาร์จ แต่รีดกำลังได้ 567 แรงม้า (BHP) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร เทียบเท่ากับรุ่น SVR เดิม อีกทั้งยังติดตั้งสปริงและโช้คอัพใหม่ และเลือกออปชั่นเสริมเป็นจานเบรกคาร์บอนเซรามิกที่ลดน้ำหนักลงได้ถึง 21 กิโลกรัม

ในรุ่นเครื่องยนต์ 4 สูบ มาพร้อมท่อไอเสียแบบวางกลาง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.​ ได้ในเวลา 5.7 วินาที ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ V8 ใช้เวลา 4.6 วินาที (เท่ากันทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ) และทำความเร็วสูงสุดได้ 285 กม./ชม. ส่วนรุ่น R ทำอัตราเร่งได้ในเวลาเพียง 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 300 กม./ชม. มาพร้อมปลายท่อไอเสียแบบ 4 ท่อ ติดตั้งอยู่แต่ละข้างของกันชนท้าย

ภายในห้องโดยสารยังคงดีไซน์ถอดแบบมาจากรุ่นเดิม มาตรวัดแบบอนาล็อกถูกแทนที่ด้วยหน้าจอขนาด 12.3 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะจากัวร์ยังจัดวางมาตรวัดรอบไว้อย่างเด่นชัดเช่นเดิม

ราคาจำหน่ายในสหราชอาณาจักรเริ่มต้นที่ 54,060 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 2,118,000 บาท) เพิ่มขึ้นจากเดิม 2,000 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 78,000 บาท)