6 อันดับปัญหา “รถเร่งไม่ขึ้น” มีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง?

414
0

“รถเร่งไม่ขึ้น” อาการดังกล่าวมักเกิดกับรถยนต์ที่ใช้งานมาพักใหญ่ โดยบทความนี้จะพูดถึงสาเหตุปัญหา 6 อันดับ พร้อมวิธีแก้ไขให้รถของคุณกลับมาเร่งได้แรงดังเดิม

เจ้าของรถทุกคนล้วนใส่ใจกับอัตราเร่งสำคัญเป็นลำดับต้นๆ หากวันใดเกิดอาการรถเร่งไม่ขึ้นคงทำให้ร้อนใจอยู่ไม่สุข โดยส่วนใหญ่แล้วปัญหานี้มักไม่แสดงอาการเด่นชัดว่าส่วนใดคือสาเหตุ ดังนั้นในบทความนี้จึงรวบรวมต้นตอแห่งปัญหาทั้ง 6 อันดับมาให้ผู้อ่านได้จดไว้เป็นเช็คลิสต์

1.กรองอากาศเครื่องยนต์

เริ่มต้นอันดับแรกกันด้วยกรองอากาศซึ่งทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองมิให้หลุดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ โดยเมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่งกรองดังกล่าวจะเริ่มปล่อยให้อากาศไหลผ่านได้น้อยลง ยิ่งถ้าคุณขับรถในบริเวณที่มีฝุ่นคละคลุ้งบ่อยครั้งนั่นทำให้กรองตันไวกว่าปกติ

บางคนมีคำถามในใจว่าแล้วจะต้องเปลี่ยนหรือทำความสะอาดกรองอากาศเมื่อใด เอาเป็นว่าถ้าคุณขับรถในเมืองหรือพื้นที่ปกติทั่วไปที่มิได้มีฝุ่นละอองจำนวนมาก ระยะเวลา 1 ปี คือมาตรฐานสำหรับการเปลี่ยนกรองอากาศ ส่วนใครที่ใช้กรองอากาศแบบถอดล้างพร้อมเคลือบน้ำยาได้ การถอดออกมาทุก 3-4 เดือน ก็ช่วยให้รถวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ

2.แอร์โฟลว์เซ็นเซอร์

เชื่อหรือไม่ว่าบางคนถอดกรองอากาศมาล้างหรือเปลี่ยนเป็นประจำ แต่ไม่ทราบว่าใกล้ๆ กันมีแอร์โฟลว์เซ็นเซอร์ (อุปกรณ์วัดปริมาณอากาศและอุณหภูมิ) ซึ่งเมื่อใดที่คุณรู้สึกว่ารถเริ่มมีอาการรอบเดินเบาไม่นิ่ง รถเร่งไม่ค่อยออก หรือเร่งแล้วเสียงเครื่องทำงานดังกว่าปกติ ทั้งหมดล้วนมีสาเหตุมาจากเซ็นเซอร์สกปรกได้ทั้งนั้น

วิธีการแก้ไขปัญหาไม่ได้ยากเกินกว่าการถอดเปลี่ยนกรองอากาศ เพียงคุณหาซื้อน้ำยาทำความสะอาดแอร์โฟลว์เซ็นเซอร์ แล้วทำการถอดเซ็นเซอร์ออกจากหลังกรองอากาศด้วยความระมัดระวัง จากนั้นฉีดน้ำยาตรงบริเวณขดลวดจนคราบสกปรกหลุดออกหมด และรอให้แห้งจึงค่อยใส่กลับตำแหน่งเดิม

3.หัวเทียน

รถของใครขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน หากพบอากาศเครื่องยนต์เดินไม่เรียบหรือเร่งไม่ค่อยออก หัวเทียนเสื่อมสภาพอาจเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญของปัญหานี้ เพราะเมื่อใดการจุดระเบิดทำได้ไม่สมบูรณ์จะส่งผลตรงต่อพละกำลังที่เครื่องยนต์ผลิตได้ และตามมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ

จริงๆ ปัญหานี้ป้องกันได้ด้วยการเปลี่ยนหัวเทียนทั้งชุดตามระยะในคู่มือ ซึ่งค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับว่ารถของคุณใช้สเปกหัวเทียนแบบไหน จำไว้เสมอว่าให้เปลี่ยนตรงตามที่ระบุไว้บนคู่มือประจำรถเสมอ เพราะการใช้หัวเทียนเบอร์แรงกว่ามิได้ช่วยเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์แต่อย่างใด

4.คอยล์จุดระเบิด

ถ้ารถของคุณมีอาการเครื่องสั่น รอบเดินเบาไม่นิ่ง รถเร่งไม่ออก และได้ทำการเปลี่ยนหัวเทียนชุดใหม่แล้วแต่ปัญหาดังกล่าวยังไม่ถูกแก้ไข ให้สันนิษฐานว่าคอยล์จุดระเบิดบนรถของคุณกำลังมีปัญหา เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังหัวเทียน และหากเกิดเสื่อมสภาพขึ้นมาย่อมส่งผลตรงต่อการจุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้

วิธีการขจัดปัญหาคอยล์หัวเทียนเสียนั้นทำได้ไม่ยาก แต่ต้องแลกกับเม็ดเงินจำนวนมากสักหน่อยหากรถของคุณเป็นชุดคอยล์รวม ส่วนรถของใครใช้คอยล์จุดระเบิดแบบแยกเฉพาะลูกสูบ เวลาเสียขึ้นมาก็เพียงถอดตัวเก่าทิ้งแล้วใส่ตัวใหม่เข้าไปแทนที่ โดยปกติแล้วคอยล์มักจะเริ่มเสียหลังใช้งานเกิน 5 ปี หรือเลขไมล์รถวิ่งทะลุหลักแสนกิโลเมตร

5.กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

อุปกรณ์ที่คนหลงลืมว่าต้องทำการเปลี่ยนคงหนีไม่พ้นเจ้ากรองน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเรียกต่างกันไปในรถต่างชนิดเครื่องยนต์ เช่น กรองเบนซิน, กรองดีเซล โดยกรองชนิดนี้ทำหน้าที่เหมือนกันคือคอยดักจับเศษโลหะหรือฝุ่นละอองที่แขวนลอยอยู่ในน้ำมัน เมื่อใดที่กรองเชื้อเพลิงใช้งานมานานจนเศษฝุ่นผงเข้าไปอุดตัน รถก็จะเริ่มมีอาการเดินไม่เรียบไปถึงเครื่องเร่งไม่ค่อยออก

ทีนี้ขั้นตอนการคลี่คลายปัญหาก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงนำคู่มือรถยนต์ของคุณมาเปิดดูว่ากำหนดการเปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงทำทุกระยะเท่าใด ซึ่งตามปกติแล้วรถวิ่งไป 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กม. ก็ควรเปลี่ยน เพราะอยู่ในช่วงเหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ทั่วไป

6.น้ำมันเครื่อง

สาเหตุลำดับสุดท้ายของปัญหารถเร่งไม่ออกมาจากน้ำมันเครื่อง ของเหลวอันมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องเครื่องยนต์ให้มีสภาพสมบูรณ์ตลอดการใช้งาน แต่เมื่อใดที่สารหล่อลื่นดังกล่าวมิได้ถูกเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ มันจะเริ่มมีความเหนียวข้นจนไม่หลงเหลือประสิทธิภาพในการหล่อลื่นและปกป้องขุมพลังอีกต่อไป รังแต่จะสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนต่างๆ ตลอดจนทำให้เครื่องยนต์บริโภคเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก

อันที่จริงปัญหานี้ไม่ค่อยเกิดกับรถยนต์ที่เจ้าของใช้งานเป็นประจำ เพราะกลุ่มคนเหล่านั้นมักนำรถเข้าเช็คระยะที่ศูนย์บริการตามปกติ โดยไม่สำคัญว่าน้ำมันเครื่องที่คุณเปลี่ยนจะใช้แบบกึ่งสังเคราะห์หรือสังเคราะห์ 100% เพียงเปลี่ยนถ่ายตามระยะซึ่งระบุไว้ในคู่มือ หรือดูจากฉลากบนแกลลอนน้ำมันเครื่องเท่านั้นเอง

เพียงคุณตรวจเช็คทั้ง 6 ข้อที่เราบอกในบทความนี้ปัญหา “รถเร่งไม่ขึ้น” ก็จะหมดไป