ขั้นตอนสอบ ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ปี 2563 มีอะไรบ้าง?

639
0
ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 2563

ผู้อ่านท่านใดต้องการขอรับ “ใบขับขี่รถจักรยานยนต์” ในปี 2563 แต่ไม่ทราบว่าต้องเตรียมเอกสารรวมถึงมีขั้นตอนตลอดจนค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง บทความนี้เตรียมทุกคำตอบไว้ให้คุณแล้ว

หากคุณมีความคิดจะซื้อสองล้อคันใหม่เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันแต่ยังไม่มี ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ เอาเป็นว่าหาที่นั่งเงียบๆ ในการอ่านทุกรายละเอียดอันได้แก่ คุณสมบัติ เอกสารสำคัญ การจองคิว ขั้นตอนการสอบปฏิบัติ รวมถึงค่าใช้จ่าย เพื่อให้การขอรับใบขับขี่เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วที่สุด

คุณสมบัติผู้ขอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์

– มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ซีซี
– มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว
– มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ สำหรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ
– สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้
– รู้ถึงข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
– ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับขี่รถได้
– ไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายขณะขับขี่รถ
– ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
– ไม่ถือครองใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว
– ไม่ใช่ผู้ที่อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่

จองคิวทำใบขับขี่ผ่านแอปพลิเคชัน DLT SMART QUEUE

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้

– บัตรประชาชนตัวจริง กรณีเป็นคนไทย หรือ หนังสือเดินทาง (PASSPORT) กับใบอนุญาตการทำงาน (WORK PERMIT) พร้อมสำเนา กรณีผู้ขอเป็นชาวต่างชาติ
– ใบรับรองแพทย์ โดยให้แจ้งกับแพทย์ผู้ตรวจว่าต้องการนำไปใช้ประกอบการขอใบขับขี่
– ใบรับรองการอบรม กรณีได้ทำการอบรมนอกกรมการขนส่งทางบกมาเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการดำเนินการ

1.จองคิวเข้ารับการอบรม ทำได้ 3 วิธี

– จองคิวอบรมด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานประกอบคำขอ โดยแนะนำให้ไปถึงก่อน 08.00 น.
– จองคิวอบรมทางโทรศัพท์ผ่านหมายเลข 1584 หรือเบอร์โทรของสำนักงานขนส่งแต่ละเขต
– จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT SMART QUEUE

ทดสอบสายตาทางลึกเพื่อทำใบขับขี่

2.ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 4 ขั้นตอน

– ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับขี่
– ทดสอบสายตาทางลึก
– ทดสอบสายตาทางกว้าง
– ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรคเท้า)

3.อมรบใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

– ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรทางบก 30 นาที
– ความรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย 30 นาที
– ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายหมายการขนส่งทางบก กฎหมาย แพ่ง อาญา 30 นาที
– ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ผู้ขับรถ และการบำรุงรักษารถ 30 นาที
– ความรู้เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ และมารยาทในการขับรถ 30 นาที
– ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพพลานามัย 30 นาที
– หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ 30 นาที
– หัวใจของการบริการทางขนส่ง 30 นาที
– การตรวจความพร้อมของรถก่อนและหลังการใช้งาน 30 นาที
– ความรู้เกี่ยวกับการขับรถลากจูง และการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัย 30 นาที

ทำข้อสอบใบขับขี่ 50 ข้อ

4.ทดสอบข้อเขียนผ่านทางระบบ Electronic Examination (E-exam)

ข้อสอบแบบปรนัยมีจำนวนทั้งสิ้น 50 ข้อ โดยจะสุ่มคำถามขึ้นมาจากเนื้อหาที่ได้อบรมจากหมวดต่างๆ ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์ต้องทำข้อสอบได้ขั้นต่ำ 45 คะแนน หรือ 90% ของคะแนนเต็ม และกรณีสอบไม่ผ่านสามารถสอบใหม่อีกครั้งภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน

5.ทดสอบปฏิบัติ 5 ท่า (ใช้รถจักรยานยนต์ของตนเอง หรือ เช่าจากสำนักงานขนส่ง)

– การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
– การขับรถทรงตัวบนทางแคบ
– การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัว Z
– การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัว S
– การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่

6.ชำระเงินค่าธรรมเนียม ถ่ายรูป และรับใบขับขี่

เมื่อผู้ขอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์ทดสอบปฏิบัติทั้ง 5 ข้อผ่าน ให้ทำการชำระเงินค่าธรรมเนียม อันมีค่าคำขอ 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท ซึ่งปิดรับชำระเงินเวลา 15.30 น. จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนรอคิวถ่ายรูปพิมพ์ใบอนุญาต และรอรับใบขับขี่

หวังว่าทุกขั้นตอนกับรายละเอียดทั้งหมดในบทความนี้ จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถขอรับ ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้สมดังใจหมายด้วยความสะดวกรวดเร็วที่สุด