Ford Mustang Mach-E 2020 ใหม่ ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าตัวแรงมาแล้ว

2669
0

รถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่จากฟอร์ดถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันมีตัวถังแบบครอสโอเวอร์ 5 ประตูเช่นเดียวกับคู่แข่งอีกหลายรุ่น แต่สิ่งที่ทำให้คุณอยากได้รถคันนี้ เพราะมันใช้ชื่อว่า Mustang Mach-E นั่นเอง

แม้ว่าชื่อ Mustang จะดูไม่เข้ากับรถสไตล์ครอสโอเวอร์เท่าไหร่นัก แต่ Mustang Mach-E ก็มีดีไซน์หลายส่วนที่ดูคล้ายกับ Mustang จริงๆ อีกทั้งยังใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นมาตรฐาน (AWD ก็มีให้เลือกเช่นกัน) ที่ให้ความแรงตามฉบับ Mustang แถมยังมีเสียงคำรามแบบเครื่องยนต์ V8 ให้ฟังอีกด้วย

“มันให้ฟีลลิ่งการขับขี่เหมือนกับมัสแตงทุกประการ” มร.Dave Pericak หัวหน้าวิศวกรผู้รับผิดชอบรถยนต์ระดับไอคอนของฟอร์ดกล่าว ซึ่งเคยเขาดูแลทั้ง Mustang, Focus, Fiesta ST และ Focus RS จึงถือว่าไว้ใจได้ แต่เราก็ยังฟันธงไม่ได้จนกว่าตัวรถจะออกวิ่งบนถนนจริงๆ

ผู้สนใจสามารถวางเงินจองผ่านเว็บไซต์ได้แล้ว มันมีราคาเริ่มต้นเกินกว่า 40,000 ปอนด์สเตอร์ลิงนิดหน่อย และจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นไป ขณะที่รุ่นท็อปสุดเรียกว่า “First Edition” มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD และแบตเตอรี่ลูกใหญ่ มีราคาจำหน่ายราว 58,000 ปอนด์สเตอร์ลิง

ราคาระดับนั้นคุณสามารถซื้อเอสยูวีไฟฟ้าสำหรับขับขี่ทางไกลอย่าง Audi e-Tron มากกว่าจะเป็นคู่แข่งของ Kia E-Niro หากพูดให้เห็นภาพชัดๆ มันคือ BMW X3 ที่มีห้องโดยสารขนาดกว้างพอกันกับ X5

รุ่นเริ่มต้นของ Mustang Mach-E มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 75kWh พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 280 ไมล์ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ขณะที่แบตเตอรี่ขนาด 99kWh สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 370 ไมล์เลยทีเดียว โดยรุ่นเริ่มต้นสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.0 วินาที หากเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ AWD จะใช้เวลาเร็วกว่านั้นประมาณ 1 วินาที

ขณะที่รุ่น GT จะตามมาให้หลังประมาณ 6 เดือน พ่วงด้วยกำลังสูงสุด 465 แรงม้า และมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 5 วินาที อันที่จริงวิศวกรชาวอเมริกันระบุว่ามันมีอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ไม่ถึง 4 วินาทีด้วยซ้ำไป เพื่อรองรับความแรงระดับนั้น จึงมีการปรับปรุงช่วงล่างแบบ Adaptive และระบบเบรกใหม่ พร้อมชุดแต่งแอโรคิตภายนอกและล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารเสริมด้วยเบาะนั่งแบบสปอร์ตเพิ่มความกระชับมากยิ่งขึ้น

Mustang Mach-E มาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์เกือกม้า แต่มันก็ไม่ใช่กระจังหน้าจริงๆ เสียทีเดียว เพราะมันไม่มีช่องรับอากาศแต่อย่างใด (แบตเตอรี่อาศัยอากาศจากช่องดักลมใต้กันชนหน้าเพื่อช่วยระบายความร้อน และสามารถเปิด-ปิดครีบได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์) ไฟหน้าได้แรงบันดาลมาจาก Mustang รวมถึงไฟท้ายแบบ 3 แถว และเส้นสายบนกระโปรงหน้าที่ดูแข็งแรง

แนวหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเทไปทางด้านท้ายแบบรถคูเป้ แต่เพื่อรักษาเฮดรูมสำหรับผู้โดยสารหลังเอาไว้ ฟอร์ดจึงออกแบบให้มีลักษณะเป็นโป่งนูนขึ้นมาแล้วตกแต่งด้วยสีดำเพื่อรักษาบุคลิกของตัวรถ

Jason Castriola เป็นผู้ออกแบบรถครอสโอเวอร์คันนี้ ซึ่งเขาเคยฝากผลงานไว้กับรถต้นแบบ Saab Pheonix, Ferrari P4/5 by Pininfarina และไฮเปอร์คาร์ SSC Tuatara รวมถึงมีกลิ่นอายของฟอร์ดยุโรป จึงมีขนาดเหมาะสมสำหรับใช้งานบนถนนของยุโรป

ภายในห้องโดยสารถูกติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 15.5 นิ้ว ซึ่งเท่าที่เราเคยสัมผัสก็พอบอกได้ว่ามันใช้งานง่าย เพราะมีอินเตอร์เฟสแบบปุ่มขนาดใหญ่แทนที่จะต้องเข้าไปยังเมนูต่างๆ ขณะที่ระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ถูกออกแบบให้เนียนไปกับหน้าจอ

แต่คุณควรลองใช้ระบบนำทางในตัวที่สามารถแสดงการจราจรได้ เพราะมันสามารถแสดงสถานีชาร์จไฟได้ด้วย อีกทั้งยังสามารถบอกความเร็วในการชาร์จและจำนวนจุดชาร์จที่ว่างอยู่แบบเรียลไทม์ได้ โดยไม่ว่าคุณจะใช้เครือข่ายสถานีชาร์จของอะไรก็ตาม ระบบนำทางก็สามารถแนะนำข้อมูลและพาไปยังจุดชาร์จที่เหมาะสมเพื่อให้คุณเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างรวดเร็วที่สุด

แม้ว่าฟังก์ชั่นดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ก็ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นทีเดียว

หน้าจอหลักถูกติดตั้งลอยตัวออกมาจากแผงคอนโซล พร้อมช่องเก็บของและแป้นชาร์จมือถือด้านล่าง สามารถวางกระเป๋าไว้ระหว่างเบาะนั่งคู่หน้าได้ ส่วนที่วางแก้วน้ำมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษเนื่องจากตำแหน่งลำโพงถูกติดตั้งสูงขึ้นมา
วัสดุและการตกแต่งภายในห้องโดยสารเน้นความพรีเมียมตามสไตล์ยุโรป ติดตั้งวัสดุบุนุ่มในส่วนที่ต้องสัมผัสกับร่างกายอยู่บ่อยๆ เสริมด้วยเมทัลลิกที่ดูสวยงาม และลำโพงจาก B&O ที่หุ้มด้วยวัสดุผ้า

กระโปรงหน้าถูกออกแบบให้ดูยื่นยาว จึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ถึง 100 ลิตร อีกทั้งยังเคลือบด้วยวัสดุกันน้ำพร้อมฝาปิดระบายน้ำด้านใต้อีกด้วย เหมาะสำหรับบรรทุกสิ่งของเปียก เช่น รองเท้าสกี หรืออาหารที่อาจหกเลอะเทอะได้

Mach-E เวอร์ชั่น AWD ถูกติดตั้งมอเตอร์ด้านหน้าขนาดเล็กและมีกำลังน้อยกว่า แต่รุ่น GT มีขนาดมอเตอร์หน้า-หลังเท่ากัน ซึ่งเป็นแบบแม่เหล็กถาวรที่ให้กำลังมากกว่ามอเตอร์แบบเหนี่ยวนำ

แบตเตอรี่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำเพื่อรองรับระบบชาร์จด่วนแบบ DC กำลังสูงสุด 150kW นั่นแปลว่าการชาร์จเพียง 1 นาที จะสามารถขับขี่ได้ไกลเกือบ 6 ไมล์เลยทีเดียว ทั้งนี้ ฟอร์ดระบุว่ารถคันนี้สามารถชาร์จจนถึงระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลา 45 นาที หรือ 37 นาทีสำหรับแบตเตอรี่ลูกเล็ก

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จึงอาจสรุปได้ว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจ มีราคาเหมาะสม แถมยังมีดีไซน์คล้ายคลึงกับ Mustang ซึ่งเป็นแนวทางของฟอร์ดในการรักษาเอกลักษณ์และสร้างความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ที่กำลังจะทยอยเปิดตัวในอนาคต

แล้วคุณล่ะคิดว่า Mach-E เหมาะสมที่จะได้เป็น Mustang หรือเปล่า?