Ford F-150 2020 ใหม่ กระบะฟูลไซส์สุดล้ำเปิดตัวแล้วในสหรัฐฯ

163
0

กระบะ Ford F-Series ถือเป็นรถขายดีที่สุดในตลาดสหรัฐอเมริกามานานนับทศวรรษ แถมยังเป็นหนึ่งในรถขายดีที่สุดในโลกอีกด้วย ดังนั้น การเปิดตัว All-new F-150 จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อย่างแน่นอน

ค่ายวงรีสีน้ำเงินแห่งนี้ระบุว่า F-150 เจเนอเรชันที่ 14 เป็นกระบะที่มีความทนทานที่สุดในโลก และ “มีน้ำหนักลากจูง, น้ำหนักบรรทุก, แรงบิดและแรงม้ามากที่สุดในกลุ่มกระบะฟูลไซส์ด้วยกัน” มาพร้อมแชสซีส์ทำจากวัสดุเหล็ก และตัวถังที่ผลิตขึ้นจาก “อะลูมิเนียมอัลลอยเกรดเดียวกับที่ใช้ทางการทหาร” แม้ว่าจะดูไม่ต่างไปจากรุ่นเดิมนัก แต่เรายืนยันว่าทุกส่วนถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด

เครื่องยนต์หลายรุ่นถูกยกมาจาก F-150 เจเนอเรชันก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.3 ลิตร, เครื่องยนต์ V6 EcoBoost ขนาด 2.7 และ 3.5 ลิตร, เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เสริมด้วยกระจังหน้าที่สามารถเปิด-ปิดได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อการประหยัดน้ำมัน แม้เราเองจะทราบดีอยู่แล้วว่า F-150 ขุมพลังไฟฟ้ากำลังจะตามมาในอีกไม่ช้านี้ แต่คงต้องรอหลังจากพวกเขาเริ่มทำตลาดไฮบริด “PowerBoost” เสียก่อน

เครื่องยนต์ไฮบริด PowerBoost ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 47 แรงม้า เชื่อมเข้ากับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขณะที่กระแสไฟจากการเบรกจะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 1.5 kWh โดยฟอร์ดยังไม่เปิดเผยรายละเอียดสมรรถนะในขณะนี้ แต่ระบุว่าเครื่องยนต์ไฮบริด “มีแรงบิดและแรงม้าสูงที่สุดในตลาดรถกระบะฟูลไซส์” สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 700 ไมล์ (ประมาณ 1,127 กิโลเมตร) และรองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 12,000 ปอนด์ (ประมาณ 5,443 กิโลกรัม)

แล้วเทคโนโลยีอื่นๆ ล่ะ? คุณสามารถเลือกติดตั้งเครื่องปั่นไฟขนาด 7.4 kWh เพื่อใช้สำหรับเครื่องขยายเสียง, มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ขณะที่ไฟส่องสว่างรอบคันสามารถเปิด-ปิดได้ตามต้องการ รวมถึงฝาปิดกระบะท้ายที่สามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะทำงาน พร้อมช่องใส่ไม้บรรทัด,​ ปากกา, โทรศัพท์ และแม้กระทั่งถ้วยกาแฟ

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะนั่งที่สามารถปรับเอนได้เกือบราบเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายในระหว่างงาน (หรือแคมปิ้ง) อีกทั้งยังสามารถพับคันเกียร์ลงเพื่อเพิ่มพื้นที่บริเวณคอนโซลกลางให้กลายเป็นโต๊ะทำงานขนาดย่อมๆ พร้อมช่องเก็บของแบบล็อกได้ทั่วทั้งห้องโดยสาร

หากเลื่อนดูภาพด้านล่างจะเห็นได้ว่าห้องโดยสารถูกติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 12 นิ้ว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์ SYNC 4 ใหม่ล่าสุด ขณะที่รุ่นรองถูกแทนที่ด้วยหน้าจอขนาด 8 นิ้ว แต่ทั้งหมดยังคงใช้สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศแบบปุ่มหมุนที่รองรับการใช้งานขณะสวมถุงมือ ขณะที่ไฮไลท์เด่นอยู่ที่ระบบอัปเดตแบบ Over-the-air และครูซคอนโทรลแบบแฮนด์ฟรี (อ่านไม่ผิดหรอก) ซึ่งสามารถทำงานได้บนเส้นทางไฮเวย์กว่า 100,000 ไมล์ทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา พร้อมกล้องที่คอยตรวจจับตาและใบหน้าว่าคุณยังคงมีสมาธิกับการขับรถอยู่หรือไม่

คุณไม่นึกว่ารถกระบะจะเจ๋งได้ขนาดนี้ใช่ไหมล่ะ?