Ferrari Roma 2020 เผยรายละเอียดใหม่ที่คุณยังไม่เคยรู้

1581
0

เราเชื่อว่าเทศกาลคริสต์มาสปีนี้ เฟอร์รารี่ต้องหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่ๆ เพราะปี 2019 ที่ผ่านมามีทั้งรายการแข่ง Formula 1 พร้อมทั้งเปิดตัวรถใหม่ถึง 5 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น F8 Tributo, F8 Tributo Spider, SF90 Stradale, 812 GTS และล่าสุดคือ Roma นั่นเอง

แม้ว่าเราเคยนำเสนอข่าวการเปิดตัว Ferrari Roma ใหม่ไปแล้ว แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะเรายังมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถคันนี้ที่คุณอาจสนใจเป็นพิเศษก็ได้

เราทราบดีอยู่แล้วว่า Ferrari Roma ถูกติดตั้งเกียร์แบบคลัทช์คู่ 8 จังหวะลูกเดียวกับที่วางอยู่ใน SF90 แต่เราไม่เคยทราบว่ามันยังมีน้ำหนักเบาลงถึง 6 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับเกียร์ 7 จังหวะเดิม โดยเกียร์ลูกนี้มีการปรับอัตราทดให้กว้างกว่า SF90 เพื่อให้เหมาะสมกับรถสไตล์ GT และยังเสริมด้วยเกียร์ถอยหลังเพิ่มขึ้นมา เนื่องจาก SF90 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการถอยหลังนั่นเอง

เราทราบดีว่าขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.9 ลิตร ให้เสียงคำรามกึกก้องตามสไตล์เฟอร์รารี่อยู่แล้ว แต่เราไม่เคยทราบว่ามันจะทำให้เสียงของ Portofino ฟังดูราวกับเสียงลูกแมวไปเลย เนื่องจาก Ferrari Roma มีการออกแบบองศาของท่อไอเสียมาเป็นพิเศษ พร้อมทั้งถอดท่อลดเสียงรบกวน (Silencer) จำนวน 2 ตัวออกไป ซึ่งจะช่วยลดแรงดันภายในท่อไอเสียและปลดปล่อยเสียงคำรามจากเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มพิกัด

เราทราบดีว่า Roma ถูกออกแบบให้ขับสนุกกว่า Portofino เนื่องจากมันถูกติดตั้งแป้น Manettino ที่ปรับโหมดได้ 5 ระดับ รวมถึงโหมด Race แต่เราไม่เคยทราบว่ามันยังถูกติดตั้งระบบ Side Slip Control 6.0 ที่รวมเอาระบบ E-Diff, F1-Trac, SCM-E และระบบแปลกๆ อีกมากมายเพื่อให้คุณสามารถดริฟท์รถคันนี้ได้อย่างง่ายดาย ทันทีที่บิดไปยังโหมด Race ระบบ Ferrari Dynamic Enhancer จะทำงานคู่กับระบบ ESC เพื่อสร้างแรงเบรกไปยังล้อข้างที่เหมาะสม ช่วยให้คุณสามารถดริฟท์รถคันนี้ได้อย่างนุ่มนวลและสวยงาม

คุณคงเห็นแล้วว่า Ferrari Roma ถูกออกแบบเน้นความหรูหราเป็นพิเศษ แต่ก็ยังคงเน้นแอโรไดนามิกควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากรถคันนี้ถูกติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายที่สามารถยกตัวได้ 3 ระดับ ซึ่งจะเริ่มทำงานเมื่อใช้ความเร็วมากกว่า 100 กม./ชม. เป็นต้นไป สามารถสร้างดาวน์ฟอร์ซสูงสุดได้ถึง 95 กิโลกรัมที่ความเร็ว 250 กม./ชม.

ภายในห้องโดยสารนั้น เฟอร์รารี่ได้ออกแบบฐานเกียร์ของ Roma ให้สะท้อนถึงดีไซน์ของฐานเกียร์ธรรมดาในรถเฟอร์รารี่ในสมัยก่อนอีกด้วย

เรายังทราบอีกว่าเฟอร์รารี่ได้เริ่มใช้มาตรวัดความเร็วแบบหน้าจอโค้งขนาด 16 นิ้วเป็นครั้งแรกในรถรุ่นนี้ “ซึ่งมาตรวัดแต่ละตัวจะค่อยๆ สว่างขึ้นจนกว่าห้องโดยสารจะเปล่งประกายเต็มที่” ซึ่งฟังดูราวกับไฟประดับบนต้นคริสต์มาสเลยทีเดียว

เห็นไหมว่าเฟอร์รารี่ก็ทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยเหมือนกัน