Ferrari Roma 2020 ใหม่ เกิดมาเพื่อฆ่า Aston Martin Vantage ชัดๆ

531
0

Ferrari Roma 2020 ใหม่ ถือเป็นเฟอร์รารี่รุ่นที่ 5 ที่มีการเปิดตัวในปีนี้ต่อจาก F8 Tributo, F8 Tributo Spider, 812 GTS และ SF90 Stradale ซึ่งมีความพิเศษด้วยเส้นสายแบบ Aston Martin Vantage และ AMG GT

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับรถตระกูล V8 ของเฟอร์รารี่กันก่อน เริ่มจาก GTC4 Lusso T ที่เป็นรถ Grand Tourer เครื่องยนต์ V8 วางหน้า ส่วน Portofino ก็เป็นรถเปิดประทุนเครื่องยนต์ V8 วางหน้าเช่นกัน ขณะที่ F8 Tributo และ SF90 Stradale ขุมพลังไฮบริดต่างมาพร้อมเครื่องยนต์ V8 แบบวางกลาง

แต่สำหรับ Ferrari Roma ถือเป็นรถคูเป้เครื่องยนต์ V8 วางหน้าที่แรงและโฉบเฉี่ยวกว่า Portofino ขึ้นมาอีกนิด ถือเป็นการอุดช่องวางทางการตลาดของรถกลุ่มเครื่องยนต์ V8 ของเฟอร์รารี่

Ferrari Roma 2020 ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์มเดียวกับ Portofino ทั้งคู่มีความยาวฐานล้อเท่ากัน ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 3.9 ลิตรเหมือนกัน แต่เพิ่มแรงม้าขึ้นอีก 19 ตัว เป็นทั้งหมด 611 แรงม้า (BHP) ที่ 7,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ DCT 8 สปีดที่ยกมาจาก SF90 Stradale ขณะที่ห้องโดยสารถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเฟอร์รารี่ระบุว่าห้องโดยสารของ Roma มีลักษณะแบบ 2+ มากกว่าที่จะเป็นแบบ 2+2 ซึ่งภาพที่เห็นก็ยังบอกได้ไม่ชัดนักว่ามันหมายถึงอะไร แต่เดาว่าเฟอร์รารี่อาจให้ลูกค้าสามารถสั่งที่นั่งด้านหลังเป็นลักษณะออปชั่นเสริม

สมรรถนะของ Roma สูงกว่า Portofino อยู่เล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเครื่องยนต์ที่แรงกว่า และอีกส่วนเป็นผลมาจากน้ำหนักที่ลดลง 73 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ Portofino ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1,472 กิโลกรัมเท่านั้น อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 3.4 วินาที เร็วกว่า Portofino อยู่ 0.1 วินาที และเร็วกว่า Aston Martin Vantage ขุมพลัง 503 แรงม้า อยู่ 0.2 วินาที ขณะที่อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ของ Roma เร็วกว่าทั้งคู่อย่างไม่ต้องสงสัย และท็อปสปีดกว่า 318 กม./ชม. ก็เกินพอสำหรับการวิ่งบนถนนจริง

ตัวถังของ Ferrari Roma มีขนาดยาวกว่า กว้างกว่า และเตี้ยกว่า Portofino อยู่เล็กน้อย แต่มีขนาดยาวกว่า Vantage อยู่ 191 มม. สั้นกว่า DB11 อยู่ 83 มม. ขณะที่เส้นสายตัวถังดูกระเดียดไปทาง Vantage ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรูมากกว่าเฟอร์รารี่รุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมา

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันดูคล้ายกับ Aston Martin DB10 และมีกลิ่นอายคล้ายกับ Monza ทั้งไฟหน้า, กันชนหน้า และกระจังหน้าที่เอนออกจากตัวรถ แต่ความพิเศษอยู่ที่ตัวถังที่ออกแบบให้ดูเรียบง่าย โดยเฟอร์รารี่ได้อ้างถึง 250 GT Lusso จากยุคปี 60 แต่พวกเราคิดว่าตัวถังด้านท้าย, ไฟท้ายแบบคู่ และปลายท่อไอเสียแบบ 4 ท่อ ต่างก็ดูคล้ายกับ 456 ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ภายในห้องโดยสารยังไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่คุณสามารถชมภาพแล้วสรุปเอาเองได้ ซึ่งเห็นชัดว่าเน้นความเรียบง่ายไม่ต่างอะไรกับตัวถังภายนอก มีจุดเด่นอยู่ที่คอนโซลกลางระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่สูงเป็นพิเศษทำให้มีลักษณะเป็นค็อกพิทส่วนตัว สื่อว่ารถคันนี้ยังคงเน้นสมรรถนะมากกว่าความสะดวกสบาย

พวงมาลัยยังคงติดตั้งปุ่มจำนวนมากตามสไตล์เฟอร์รารี่ มาพร้อมกับแป้น Manettino และทัชแพดเช่นเดียวกับ SF90 ติดตั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล จออินโฟเทนเมนท์แนวตั้ง รวมถึงหน้าจอสัมผัสผู้โดยสารแยกต่างหากด้วย ขณะที่เกียร์ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับฐานเปิดของเกียร์ธรรมดา ซึ่งถือเป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและกลิ่นอายแบบดั้งเดิม

ปัจจุบันยังไม่มีราคาจำหน่าย Ferrari Roma ในขณะนี้ แต่ Portofino มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 165,000 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราคาจำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบันเริ่มต้นที่ 19,600,000 บาท) แลกกับชุดหลังคาเปิดได้อันแสนซับซ้อน ขณะที่ Roma คาดว่าจะสูงกว่านั้นขึ้นมาอีก โดยดูจากแรงม้าที่เพิ่มขึ้นมา จึงคาดว่าจะมีราคาสูงกว่า Vantage อยู่ราว 45,000 ปอนด์สเตอร์ลิง และต่ำกว่า F8 Tributo ที่ไม่เติมออปชั่นอยู่ราว 40,000 ปอนด์สเตอร์ลิง

รถคันนี้อาจเป็นรุ่นเล็กของเฟอร์รารี่ก็เป็นได้ แต่ Roma ก็ดูเหมือนจะเป็นรถสำหรับผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน แล้วคุณล่ะ? จะเลือกระหว่าง Roma หรือคู่แข่งอย่าง Vantage, AMG GT หรือ 911 Turbo มากกว่ากัน