Ferrari 812 GTS 2019 ใหม่ สปอร์ตเปิดประทุนขุมพลัง 800 แรงม้า

2792
0

Ferrari 812 GTS ใหม่ รถสปอร์ตเปิดประทุนขุมพลัง V12 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ชูจุดเด่นด้วยหลังคาแข็งเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมเครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดในรถระดับเดียวกัน

Ferrari 812 GTS ถือเป็นการกลับมาของรถสปอร์ตเปิดประทุนเครื่องยนต์ V12 นับตั้งแต่ 166 MM ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1948 หรือเป็นเวลากว่า 50 ปี ก่อนจะพัฒนาต่อมาเป็น 365 GTS4 ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “Daytona Spider” เนื่องจากสามารถคว้าชัยในการแข่งขัน 24 Hours of Daytona ได้สำเร็จ จากนั้นเฟอร์รารี่ก็ไม่ได้ผลิตรถสปอร์ตเปิดประทุนเครื่องยนต์ V12 วางหน้าในลักษณะโปรดักชั่นคาร์ที่ไม่จำกัดจำนวนอีกเลย

Ferrari 812 GTS ถูกติดตั้งหลังคาแข็งแบบพับได้ (Retractable Hard Top) สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าในเวลาเพียง 14 วินาที สามารถทำงานได้แม้ขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 45 กม./ชม. ติดตั้งแผ่นบังลมแบบกระจกควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าสำหรับการขับขี่แบบเปิดประทุน หรือกรณีที่ปิดหลังคาก็สามารถได้ยินเสียงเครื่องยนต์ V12 อย่างชัดเจนเช่นกัน

ขุมพลังของ 812 GTS ถูกยกมาจาก 812 Superfast ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 718 นิวตัน-เมตร ที่ 7,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบคลัทช์คู่ 7 สปีด ที่ปรับอัตราทดให้ชิดกว่าเดิม ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 3 วินาที ต่อเนื่องจนถึง 200 กม./ชม. ในเวลา 8.3 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 340 กม./ชม.

ขณะที่ท่อไอเสียถูกออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสร้างเสียงคำรามดุดันสไตล์สปอร์ตแม้ในขณะขับขี่แบบปิดหลังคา โดยปรับแต่งท่อไอเสียช่วงกลางเพื่อให้ได้เสียงไพเราะมากขึ้น โดยท่อร่วมไอเสียทั้ง 6 ถูกรวมมาเป็น 1 ท่อ ก่อนต่อมายังตัวกรองไอเสีย ทำให้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 มีความหนักแน่นมากขึ้น

ดีไซน์ภายนอกของ Ferrari 812 GTS ถูกออกแบบโดย Ferrari Styling Centre โดยใช้พื้นฐานจากรุ่น 812 Superfast ซึ่งชุดหลังคาที่เพิ่มขึ้นมาไม่กระทบกับมิติตัวถังและพื้นที่ภายในห้องโดยสารแต่อย่างใด ขณะที่ตัวถังด้านข้างเน้นรูปลักษณ์คล้ายรถ Fastback ด้วยดีไซน์แบบ 2-box และส่วนท้ายที่ยกสูง ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบเดียวกับ 365 GTB4 รุ่นปี 1968 นั่นเอง

ด้านสมรรถนะการขับขี่ถูกติดตั้งระบบ SCC เวอร์ชั่น 5.0 พร้อมระบบ Virtual Short Wheelbase 2.0 (PCV) ที่ถูกใช้เป็นครั้งแรกในรุ่น F12 TDF อีกทั้งยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่อื่นๆ ได้แก่ Ferrari Peak Performance (PPP) ช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัยเมื่อรถเข้าใกล้ขีดจำกัดของการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง, Ferrari Power Oversteer (FPO) ช่วยหน่วงพวงมาลัยกลับไปยังทิศทางที่ถูกต้องเมื่อเกิดอาการ oversteer และปรับจูนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในโช๊คอัพเพื่อให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าเวอร์ชั่นหลังคาแข็ง

Ferrari 812 GTS มาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นเป็น 7 ปี สำหรับการบำรุงรักษาปกติ (ทุก 20,000 กม. หรือ 1 ปี) ซึ่งมีให้สำหรับผู้ที่ซื้อเฟอร์รารี่มือสองด้วยเช่นกัน