อนาคตของแบรนด์ DS ในอนาคตจะเป็นอย่างไร? เรามีคำตอบ…

559
0

“นี่ไม่ใช่ดีไซน์ที่เราทำขึ้นมาเล่นๆ แต่มันจะกลายเป็นจริงในอนาคตอันใกล้นี้” นั่นเป็นสิ่งที่ฟังดูท้าทายทุกครั้งเมื่อพูดถึงรถต้นแบบ เช่นเดียวกับที่ Beatrice Foucher ซีอีโอของ DS ได้พูดคุยถึง DS Aero Sport Lounge ที่ปรากฏในภาพนี้

“ปัจจุบันเรามีครอสโอเวอร์ถึง 2 รุ่นอยู่ในมือ และเราจะนำไปใช้กับรถที่วางจำหน่ายจริง” เธอกล่าวกับท็อปเกียร์ “เราจะนำแอโรไดนามิกไปใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ของเรา เนื่องจากการจัดการกับพลังงานเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน โดยรูปลักษณ์ของแอโรไดนามิกจะช่วยสะท้อนถึงความหรูหราและเรียบง่าย แต่ไม่สูงเท่ากับเอสยูวี จะเรียกว่าเป็นการรวมข้อดีของรถทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันก็ว่าได้”

นั่นทำให้มันฟังดูเหมือนเป็นรถครอสโอเวอร์เสียมากกว่า โดย Aero Sport Lounge มีแนวหลังคาที่ลาดเทไปด้านหลัง และช่องดักลมที่สามารถถ่ายเทอากาศจากด้านหน้าไปด้านหลังผ่านทางล้อแต่ละข้าง ช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่บนมอเตอร์เวย์ด้วยการแหวกอากาศอย่างนุ่มนวล”

“เรามีแผนสร้างรถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นขุมพลังไฮบริดหรือไฟฟ้า” เธอกล่าวเสริม ซึ่งแน่นอนว่า DS เพิ่งทำการเผยโฉมรถซีดาน DS 9 PHEV ในช่วงเวลาเดียวกันพอดี

Aero Sport Lounge ถูกติดตั้งแบตเตอรี่ “เจเนอเรชั่นใหม่” ขนาด 110kWh ไว้ใต้พื้นรถ และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 680 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และมีระยะทางขับขี่มากกว่า 640 กิโลเมตรในทางทฤษฎี ซึ่งถูกระบุว่านำเอาเทคโนโลยีมาจากการแข่งขัน Formula E

ภายในห้องโดยสารแบบ Lounge ถูกออกแบบให้ดูแตกต่างจากรถต้นแบบทั่วไป เนื่องจากแผงคอนโซลและแผงประตูถูกตกแต่งให้วัสดุคอตตอน พร้อมเส้นสายที่ถูกประดับเป็นพิเศษบนแผงประตู ซึ่ง Foucher ระบุว่า “จะมีวัสดุที่หลากหลายและเทคโนโลยีจอภาพเข้ามาใช้อย่างแน่นอน”

แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการดัดแปลงรถต้นแบบคันนี้มาเป็นรถสำหรับวางจำหน่ายจริง แต่ DS Aero Lounge Concept ก็ถือเป็นรากฐานที่ดียิ่งกว่า DS 9 เสียอีก เนื่องจาก DS 9 แท้จริงก็คือ Peugeot 508 ที่ถูกปรับปรุงให้หรูหรามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งไปได้ดีในตลาดจีน

แล้วแบรนด์ DS ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว? Foucher ตอบว่า DS 3 และ DS 7 Crossback ในปัจจุบันถือเป็นรถขายดีที่สุดในกลุ่มพรีเมียมของตลาดฝรั่งเศส แซงหน้ารถจากเยอรมนีทุกรุ่น แม้ว่ารถใหม่ในตลาดสหราชอาณาจักรทุก 1,000 คัน จะมี DS เพียง 2 คันเท่านั้น แต่ก็ถือว่าทำได้ดีเมื่อเทียบกับราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างสูง

Foucher ยังระบุอีกว่าปัจจัยการเติบโตในอนาคตจะเริ่มชัดเจนกว่านี้ “การรับรู้ของลูกค้าจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายของแต่ละโมเดลได้”

ก่อนหน้านี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ Alison Jones ผู้บริหารเครือ PSA ในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ DS ในตลาดสหราชอาณาจักร เธอระบุว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การทำตลาดภายในประเทศ “เราจะทำการตลาดบนพื้นฐานของภูมิศาสตร์ โดยการสร้างจุดสนใจในแต่ละท้องถิ่นให้เด่นชัดยิ่งขึ้น” รวมถึงระบุด้วยว่า “ปัจจุบันเรามีรถ PHEV และ EV ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เราจึงมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าบริษัทที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศฝรั่งเศสเป็นหลัก”

ในอดีต DS เคยกล่าวว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทุกปี แต่ Foucher ระบุว่านั่นไม่ใช่เรื่องจำเป็นใดๆ “สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องทำแต่ละโมเดลให้ออกมาดีที่สุดทุกครั้ง รถยนต์แต่ละคันจะต้องได้ประโยชน์จากการสร้างแบรนด์ ขณะที่ DS 3 Crossback จะได้ประโยชน์สูงสุดในปี 2020 และ 2021 ที่จะถึงนี้”

“ความถี่ในการเปิดตัวหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับจุดนั้น” ดังนั้น รถรุ่นอื่นๆ จะยังไม่ถูกเปิดตัวจนกว่าจะมีกระแสที่มากพอใช่ไหม? “ใช่แล้วล่ะ เราจะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกันไป เนื่องจากเราจะไม่นำรถที่ไม่เป็นที่นิยมออกสู่ตลาด” ดังนั้น หากยอดขายของ DS ไปได้สวยมากขึ้นเท่าไหร่ การเปิดตัวรถใหม่ก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัวมากขึ้นเท่านั้น

www.topgear.com