BMW M2 CS 2020 ใหม่ พร้อมขุมพลัง 444 แรงม้าเผยโฉมแล้ว

170
0

“BMW M2 CS ถูกวางตำแหน่งในด้านสมรรถนะไว้เหนือกว่า M2 Competition” BMW ได้กล่าวไว้เช่นนี้ ซึ่งน่าจะทำให้มันเป็นรถที่สนุกเร้าใจทุกครั้งเมื่อได้ขับขี่

BMW M2 CS 2020 ใหม่ ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมขุมพลัง 444 แรงม้า ที่ช่วยให้ 2-Series Coupe คันนี้กลายเป็นรถบ้านที่พร้อมสำหรับการหวดในสนามแข่งได้ทันที โดยยังคงจุดเด่นในด้านการควบคุมและความแม่นยำของพวงมาลัยตามฉบับ BMW แทบทุกรุ่น แต่จุดสำคัญอยู่ที่เครื่องยนต์ 6 สูบอันทรงพลัง ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

ขุมพลังของ BMW M2 CS ถูกยกมาจาก M4 Competition ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 444 แรงม้า เพิ่มขึ้นจาก M2 Competition อยู่ 40 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.2 วินาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ 4.0 วินาที ในรุ่นเกียร์แบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

หากติดตั้งออปชั่นเสริม Driver’s Pack จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 280 กม./ชม. และมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ราว 11.8 กม./ลิตร แต่เชื่อว่าคุณคงไม่สนใจมันเท่าไหร่หรอก

BMW M2 CS 2020 มาพร้อมช่วงล่างแบบปรับความหนืดได้ และเบรก M Sport ขนาดใหญ่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่พวงมาลัยไฟฟ้าถูกจูนมาโดยเฉพาะ รวมถึงระบบ Active M Differential ที่ทำงานคู่กับระบบ Traction Control เพื่อเพิ่มความเฉียบคมในการเข้าโค้งและลดอาการ Understeer และเมื่อคุณกดปุ่ม MDM ก็จะช่วยให้คุณดริฟท์รถคันนี้ได้อย่างใจต้องการ

BMW M2 CS มาพร้อมหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของตัวถัง และช่องระบายอากาศเหนือฝากระโปรงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีสเกิร์ตหน้าใหม่, สปอยเลอร์ท้ายใหม่ และดิฟฟิวเซอร์ใหม่ พร้อมจานเบรกขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ที่สามารถเลือกเป็น Michelin Super Sports ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

ท่อไอเสียของ BMW M2 CS ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้มีซุ้มเสียงตามฉบับ BMW M ขณะที่ห้องโดยสารถูกติดตั้งเบาะนั่งน้ำหนักเบาจาก M4 CS และตกแต่งด้วย Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ ทั้งหมดนี้แลกกับค่าตัวราว 75,320 ปอนด์สเตอร์ลิง (ประมาณ 2,940,000 บาท)

แม้ว่า BMW M2 CS ใหม่ จะถูกวางตำแหน่งไว้สูงกว่า M2 Competition แต่ BMW กลับตั้งเป้าจับกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยลง แล้วคุณล่ะคืดว่าอย่างไร?