8 ข้อคิดก่อนการตัดสินใจซื้อรถใหม่มีอะไรบ้าง?

1378
0

หากคุณกำลังอยาก “ซื้อรถใหม่” วันนี้เรานำ 8 ข้อคิดที่ควรพิจารณาก่อนถอยรถป้ายแดง ว่ามีอะไรบ้างให้เตรียมตัวระหว่างตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อรถคันใหม่ของคุณ

การซื้อรถคันใหม่ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ง่ายๆ เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะกว่าจะได้คำตอบอันเหมาะสมที่สุดต้องพิจารณาปัจจัยมากมาย อาทิ ชนิดของรถ ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ งบประมาณ และอีกหลายเรื่อง ซึ่งถ้าคุณกำลังมีความคิดอยากได้รถใหม่แล้วล่ะก็ บทความนี้พร้อมบอก 8 ข้อคิดดีๆ ให้คุณทราบ

1.อยากได้รถแบบไหน?

คำถามแรกอาจฟังดูกว้างเหลือเกินสำหรับบางคน แต่เราอยากให้คุณตั้งโจทย์ถามตัวเองก่อนว่า รถคันใหม่ที่คุณกำลังมองหาอยู่เป็นรถประเภทไหน อาจเป็นรถธรรมดาไว้ขับไปทำงานในชีวิตประจำวัน หรือรถยนต์ไฟฟ้าสุดไฮเทคที่ช่วยลดมลพิษให้แก่โลก ไปจนถึงรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเอาไว้ขับเล่นบนทางด่วน

หากคุณรู้ตัวเองว่ารถชนิดใดเข้าเกณฑ์ในการค้นหา ภาพคำตอบรถในฝันของคุณก็เริ่มมีเค้าลางชัดขึ้นมา และให้ค่อยขยับก้าวสู่ข้อคิดช่วงต่อไป นั่นก็คือ…

2.มีเงินสำหรับรถคันใหม่อยู่เท่าไร?

ถ้าคุณเป็นคนฉลาดในการใช้เงินและทำการบ้านก่อนตัดสินใจทำสิ่งใดๆ คุณควรตั้งงบประมาณที่สามารถจ่ายให้กับรถใหม่หนึ่งคัน กรณีซื้อเงินสดแล้วเล็งรถหนึ่งคันในมูลค่า 1 ล้านบาท อย่าลืมคิดเผื่อว่ารถคันนั้นมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมา อาทิ เบี้ยประกันภัยชั้น 1 ที่บางครั้งก็ไม่แถม หรือจะเป็นค่าฟิล์มรุ่นที่คุณอยากได้นอกเหนือจากของแถม หรือจะเป็นอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาอาจทำให้คุณใช้เงินเกินงบที่ตั้งไว้แต่แรกโดยไม่รู้ตัว

หากเป็นไปได้หลังจากที่พูดคุยข้อเสนอกับผู้แทนการขายเรียบร้อย ให้ทำการเขียนรายการสิ่งต่างๆ ที่คุณต้องจ่ายเพิ่ม เพื่อจะได้รู้ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่อาจทำให้เงินในธนาคารลดลง

3.จัดไฟแนนซ์ของสถาบันการเงินไหนดี?

ถ้าใครคิดไว้แล้วว่าจะซื้อรถคันใหม่ด้วยการผ่อนชำระ ให้ดูก่อนว่าทางบริษัทรถยนต์ได้จัดโปรโมชันร่วมกับสถาบันการเงินใดไว้ เช่น โปรดอกเบี้ย 0% หรือช่วยผ่อนในระยะเวลาต่างๆ ถ้ารถคันนั้นเพิ่งออกมาใหม่ก็ให้ดูจากดอกเบี้ยว่าถ้าผ่อนราว 4-5 ปี ต้องเสียดอกเท่าไร เพราะระยะยาวเงินที่คุณจ่ายเป็นดอกเบี้นให้กับไฟแนนซ์ในแต่ละเดือนนั้นค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

อีกเทคนิคที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าดอกเบี้ยได้ก็คือการวางเงินดาวน์สูงขึ้น เพราะยิ่งวางเงินต้นมากเท่าใดก็ยิ่งช่วยให้ดอกน้อยลงเท่านั้น และที่สำคัญไม่แพ้กันคือระยะเวลาในการผ่อนเป็นไปได้ยิ่งน้อยปียิ่งดี โดยถ้าผ่อน 4-5 ปี นับเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด แต่ถ้าใครอยากจ่ายค่างวดรายเดือนน้อยก็คงหลีกเลี่ยงการผ่อนเกิน 6 ปี ไม่ได้

4.เวลาที่จะใช้งานรถคันดังกล่าว?

บางคนมีความชอบเรื่องรถยนต์กับมีเงินในบัญชีธนาคารมากเป็นพิเศษ บุคคลกลุ่มดังกล่าวมักใช้รถไม่เกิน 5 ปี แล้วก็ขายต่อเป็นรถมือสอง จากนั้นเอาเงินที่ได้ไปวางดาวน์คันใหม่ใช้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการใช้รถในระยะยาว อย่าลืมคำนึงถึงค่าเสื่อมระหว่างการครอบครองรถ มูลค่าราคาขายต่อ และอื่นๆ ที่เกิดขึ้น

หากรู้ตัวว่าจะขับใช้งานรถคันดังกล่าวเกิน 10 ปีเป็นต้นไป แนะนำให้ว่ามองหารถยนต์ยี่ห้อตลาดค่ายญี่ปุ่น เพราะรถเหล่านั้นมีปริมาณอะไหล่ อู่นอก และกลุ่มสังคมผู้ใช้รถเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาทำให้คุณไม่เจ็บตัวมากนักหากใช้รถในระยะยาว

5.เกียร์ธรรมดา เกียร์ออโต้ เครื่องเบนซิน เครื่องดีเซล หรือเครื่องไฮบริด?

ประเด็นเครื่องยนต์กับระบบเกียร์นั้นอาจเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับใครหลายคน แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ปวดหัวมิอาจตัดสินใจได้ ตัวอย่างเช่น รถครอสโอเวอร์ราคา 9xx,xxx-1,1xx,xxx บาท มีตัวเลือกเครื่องเบนซิน 1.8 ลิตร กับเครื่องเบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร ต่างกันที่บล็อกแรกให้ความแรง ส่วนบล็อกสองขึ้นชื่อด้านความประหยัด และทั้งคู่มีความทนทานในระยะยาวไม่ต่างกัน หากเจอแบบนี้อาจต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ

กรณีสายรถกระบะ อาจลังเลว่าจะใช้เครื่องดีเซลความจุน้อยๆ หรือไปคบเครื่องความจุสูงได้พละกำลังมาก และต้องคิดเรื่องระบบเกียร์อีกว่าจะเอาเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติดี เรามีเทคนิคง่ายๆ ในการเลือกดังนี้ ถ้าคุณใช้รถในเมืองเป็นหลักไปหาเครื่องเล็กเกียร์อัตโนมัติ แต่ถ้าใช้งานต่างจังหวัดแถมขนของบ่อยก็ไปหาเครื่องโต และเกียร์นั้นก็เลือกได้เลยว่าจะเอา MT หรือว่า AT

6.ระยะรับประกันของรถ ค่าภาษี และเบี้ยประกันภัย?

เหตุที่ควรพิจารณาเรื่องระยะรับประกันของรถให้ถี่ถ้วน เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าหากใช้รถจนครบระยะแล้วจะต้องเตรียมเงินสำหรับอะไรบ้าง อาทิ อะไหล่ที่อาจเสียหลังหมดระยะรับประกัน รวมถึงค่าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และกรณีที่ค่ายรถมีโปรโมชันแถมระยะรับประกันหรือแผนบำรุงรักษา แบบนี้ก็ยิ่งช่วยลดรายจ่ายระยะยาวได้มาก

สำหรับหัวข้อเบี้ยประกันภัยนั้นขึ้นอยู่กับราคาและประเภทของรถที่คุณใช้งาน โปรดจำไว้ว่าในแต่ละปีคุณต้องจ่ายเงินค่าประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1, 2, หรือ 3+ เหล่านี้แปรผันขึ้นลงได้ทุกปีขึ้นอยู่พฤติกรรมการขับขี่ของคุณเอง และท้ายสุดคือภาษีรายปีที่ยิ่งใช้รถความจุเครื่องยนต์สูงเท่าใดก็ยิ่งจ่ายมากเท่านั้น ถ้าคุณซีเรียสกับค่าใช้จ่ายทั้งสามข้อที่กล่าวมา การเลือกรถอีโคคาร์สามารถช่วยลดรายจ่ายได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

7.ซื้อรถจากที่ไหนดี?

ทุกวันนี้บรรดาเซลล์ขายรถต่างใช้ช่องทางเสนอโปรโมชันต่างๆ ผ่านทางออนไลน์กันหมดแล้ว ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่ทำให้คุณสามารถพิจารณาตัวเลือกอันหลากหลายได้พร้อมกัน ก่อนการติดสินใจจะโอนเงินจองแนะนำว่าให้หาข้อมูลของเซลล์คนนั้นเสียก่อน และถ้าเป็นไปได้ให้ไปทำเรื่องวางเงินจองพร้อมตกลงสัญญากันที่โชว์รูม เพราะเป็นเครื่องการันตีในระดับหนึ่งว่าการซื้อรถของคุณจะไม่เกิดอุปสรรคระหว่างทาง

8.ควรทดลองขับรถกี่คัน?

ก่อนตัดสินใจเซ็นใบจองรถคุณควรทดลองนั่ง รวมถึงทดลองขับขี่รถที่เข้าตาคุณให้พอใจเสียก่อน หากเป็นไปได้อย่าลองขับรถเพียง 1-2 คันแล้วรีบด่วนตัดสิน พยายามทดลองขับรถในกลุ่มเดียวกันที่คุณกำลังสนใจให้มากที่สุด เพราะนั่นหมายถึงคุณจะได้มั่นใจว่ารถคันที่เลือกมานั้นคือคำตอบที่ใช่สำหรับตัวเอง

เราหวังว่า 8 ข้อคิดก่อนการซื้อรถใหม่ที่นำมาเป็นความรู้ให้แก่คุณผู้อ่าน จะช่วยให้การเลือกยานพาหนะประจำตัวหรือประจำบ้านคันใหม่มีความถูกใจ ถูกเงิน และถูกต้องสำหรับตัวคุณและครอบครัวมากที่สุด