7 วิธีเช็ครถเบื้องต้น ที่ใครก็สามารถทำตามได้

179
0

วิธีเช็ครถเบื้องต้น อาจไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของรถทุกคนทราบ แต่เพื่อให้รถคันโปรดของคุณขับไร้ปัญหาการเสียระหว่างทาง บทความนี้พร้อมเผย 7 วิธีตรวจสอบแบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้

ปัจจุบันผู้คนในประเทศไทยซื้อหารถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งเจ้าของรถหลายคนยังไม่รู้ว่ายานพาหนะคู่กายจะต้องดูแลรักษาอย่างไร และเพื่อเป็นการช่วยให้รถอยู่คู่กับเจ้าของไปนานๆ ลองมาดู 7 วิธีเช็ครถเบื้องต้น ที่ใครก็สามารถทำตามได้ไปพร้อมกัน

1.เช็คระดับน้ำมันเครื่อง 

ไม่ว่ารถยนต์ของคุณจะเพิ่งซื้อมาใหม่หรือใช้งานนานแล้วหลายปี ขั้นตอนสุดคลาสสิกในการตรวจเช็คเบื้องต้นก็คือดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาดู เริ่มด้วยสตาร์ทรถอุ่นเครื่องทิ้งไว้สัก 10-15 นาที หรือจะขับรถออกไปจ่ายตลาดใกล้บ้าน จากนั้นนำรถกลับมาจอดบนพื้นที่ราบแล้วให้เครื่องเย็นตัวลงสักครู่ แล้วค่อยดึงก้านวัดมาดูว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับใด พร้อมกับเช็คว่าความสกปรกตลอดจนเศษโลหะมีปะปนอยู่ในน้ำมันเครื่องหรือไม่

2.เช็คระดับน้ำยาหม้อน้ำ

น้ำยาหม้อน้ำคือของเหลวที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิเครื่องยนต์ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ที่สามารถดูได้ด้วยตาเปล่าบริเวณถังพักน้ำในห้องเครื่องยนต์ว่ามีปริมาณตามสเปกหรือไม่ โดยปกติแล้วน้ำยาหม้อน้ำบนรถจะไม่ค่อยลดระดับลง แต่หากใช้เป็นเวลานานแล้วน้ำเริ่มลดทีละนิดให้เข้าใจว่านั่นคือสถานการณ์ปกติ เพียงคุณเติมน้ำยาชนิดเดียวกันกับที่มีอยู่ให้ระดับไม่เกินจุด Max และกรณีพบว่าน้ำยาหม้อน้ำสีเปลี่ยนไปหรือมีความขุ่น ให้รีบนำรถเข้าไปตรวจยังศูนย์บริการทันที

3.เช็คระดับน้ำมันเบรก น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

เชื่อเถอะว่าหลายคนที่อ่านบทความนี้แทบไม่เคยเปิดดูถังเก็บน้ำมันเบรกกับน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์เลย เอาเป็นว่าวิธีตรวจเช็คความเรียบร้อยนั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงคุณเปิดฝาถังเก็บน้ำมันไฮโดรลิกดูว่าระดับอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ พร้อมกับสังเกตสีของน้ำมันที่หากมีการเปลี่ยนไปเข้มขึ้น ก็ให้นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันดังกล่าวจะเป็นการดีที่สุด

4.เติมน้ำยาฉีดล้างกระจกให้เต็มเสมอ

เคยไหมเวลาที่เจอคราบสกปรกแล้วต้องการฉีดล้างกระจกหน้า ทว่ากลับไม่มีน้ำพุ่งออกมาเพื่อชะล้างคราบดังกล่าวมันทำให้เซ็งแค่ไหน นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คุณควรหมั่นเติมน้ำยาฉีดล้างกระจกจนเต็มอยู่เสมอ ไม่ว่าจะรินน้ำประปาหรือน้ำยาผสมสารความสะอาดก็ตาม เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะขับรถไปที่ใดก็สามารถเคลียร์กระจกหน้ารถให้ใสสะอาดได้แล้ว

5.เช็คแบตเตอรี

อย่าปล่อยให้รถของคุณมีอาการสตาร์ทติดยาก หรืออุปกรณ์ต่างๆ บนรถอาทิ ไฟหน้า, เครื่องเสียง ทำงานด้อยประสิทธิภาพลง เพียงแค่เปิดฝากระโปรงหน้ารถเพื่อตรวจเช็คว่าแบตเตอรีอยู่ในสภาพสมบูรณ์ขนาดไหน โดยสังเกตจากตาแมวแสดงสุขภาพของแบตเตอรี หรือกรณีรถของคุณใช้แบตน้ำก็หมั่นเปิดดูระดับน้ำกรดให้อยู่ในระดับ MAX หรือปริ่มขีดเต็มเสมอ นอกจากนี้ ยังควรขจัดคราบขี้เกลือที่ขึ้นอยู่ตามขั้วบวกขั้วลบให้หมดไป

6.เช็คสภาพยางกับลมยาง

หากคุณไม่เคยตรวจเช็คยางรถยนต์ก่อนแล้วคิดจะทำด้วยตนเอง ให้เริ่มจากดูสะพานยางที่มีลักษณะเป็นสันนูนเชื่อมระหว่างลายดอกยาง ว่าระดับความสูงของหน้ายางลดลงไปใกล้กับสะพานยางมากแค่ไหน ต่อมาสังเกตเนื้อยางว่ามีรอยแตกลายงาพร้อมจับกดดูว่ายางแข็งจนเล็บจิกไม่เข้าหรือเปล่า และท้ายสุดคือหมั่นเติมลมยางให้ได้ตามมาตรฐานที่คู่มือประจำรถกำหนดไว้

7.เช็คความพร้อมของระบบไฟส่องสว่าง

เรื่องท้ายสุดแต่ก็สำคัญไม่แพ้กันอย่างระบบไฟส่องสว่างภายนอกรถ อาทิ ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟถอยหลัง เหล่านี้ทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไม่มีหลอดใดหลอดหนึ่งขาดดับ เพราะการเดินทางยามค่ำคืนนั้นบรรดาไฟที่กล่าวมาส่งผลต่อความปลอดภัย แก่ทั้งตัวผู้ขับขี่รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นเป็นอย่างมาก

7 วิธีเช็ครถเบื้องต้นที่เรานำมาเสนอให้ผู้อ่านได้ทราบในบทความนี้ จะช่วยให้รถของคุณมีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับการขับขี่ทุกเส้นทาง