7 พฤติกรรมขับขี่ไม่เหมาะสมที่คุณเผลอทำบนท้องถนน

598
0

เปิดเผย 7 พฤติกรรมขับขี่ไม่เหมาะสมที่คุณอาจเผลอทำบนท้องถนนโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่าแต่ละข้อมีอะไรบ้าง และควรปรับปรุงอย่างไรให้ดีต่อส่วนรวม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุหรือสภาพการจราจรติดขัด มาจากพฤติกรรมการขับรถของพวกเราทั้งหลาย ที่บางครั้งก็เผลอทำไปโดยมิรู้ตัวว่าจะส่งผลเสียต่อผู้อื่นอย่างไร และเพื่อเป็นการสร้างสังคมการใช้รถใช้ถนนให้ดีขึ้น บทความนี้จึงพร้อมเผย 7 พฤติกรรมขับขี่ที่ไม่โอเคซึ่งคุณอาจทำมาก่อน

1.เปิดไฟฉุกเฉินแล้วจอดได้ทุกที่

เริ่มกันด้วยอภินิหารของไฟฉุกเฉินที่ผู้ใช้รถหลายคนคิดว่าสิ่งนี้คืออาญาสิทธิ์ ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้ถูกต้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพื่อขอจอดรถริมทางชั่วคราว โดยเฉพาะบริเวณที่มีการจราจรคับคั่งหรือใกล้กับตลาด ร้านอาหาร และหน้าโรงเรียน บางครั้งก็เปิดไฟเพื่อขอขับผ่านกลางสี่แยกที่ไม่มีไฟเขียวไฟแดง เหล่านี้เป็นต้น

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

โปรดจำไว้เสมอว่าการที่คุณเปิดไฟฉุกเฉินไม่ได้ความว่าการจอดรถทำได้ทุกที่ ให้ใช้ความอดทนพยายามวนหาที่จอดรถ กรณีมากับครอบครัวก็ให้คนในบ้านลงไปจัดแจงธุระก่อนหน้า ส่วนคุณก็ขับรถไปหาที่จอดรถซึ่งไม่ได้กีดขวางทางสัญจร เพียงเท่านี้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นก็ต้องไม่หัวเสียกับรถจอดกีดขวาง และลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่งด้วย

2.เปิดไฟฉุกเฉินขณะขับขี่ระหว่างฝนตก

ช่วงนี้ท้องฟ้าเมืองไทยเริ่มปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนหนาตาขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้เราเห็นปรากฏการณ์คนขับรถเปิดไฟฉุกเฉินระหว่างฝนตกหนัก เพราะมีความคิดหรือถูกปลูกฝังมาว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเช่นการเตือนในผู้ขับรถท่านอื่นมองเห็นได้ชัดเจน ทว่าความจริงแล้วมันมิใช่สิ่งที่ถูกต้องแต่อย่างใด

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

ระหว่างเม็ดฝนกำลังโปรยปรายอย่างหนักหน่วงลงบนเส้นทางที่ท่านขับรถผ่าน เพียงเปิดไฟหน้า ไฟตัดหมอกหน้า/หลัง เพียงเท่านี้ผู้ใช้รถคนอื่นก็สามารถมองเห็นยานพาหนะได้จากระยะปลอดภัยแล้ว มิได้มีความจำเป็นต้องเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อบอกตำแหน่งรถแต่อย่างใด เพราะการทำแบบนั้นรังแต่จะทำให้คนขับรถท่านอื่นสับสน เนื่องด้วยอาจเห็นบางมุมแล้วนึกว่ารถคันนั้นกำลังจะเปลี่ยนเลนก็เป็นได้

3.ขับรถจี้รถคันหน้าเกินไป

บนท้องถนนมีนักขับหลายเพศวัย บ้างก็ขับสไตล์ชิวๆ ไปเรื่อยไม่รีบ แต่ก็มีบางคนที่ต้องไปให้ถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด จึงเกิดนักขับประเภทชอบจี้ท้ายรถคันอื่นมากเกินไป และหลายครั้งเราก็เห็นคนขับสไตล์นี้จูบท้ายรถคันอื่น ทำให้เสียทั้งเวลาและรถที่ต้องนำไปซ่อมให้เหมือนเดิม

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

ตามหลักการแล้วยิ่งขับรถเร็วขึ้นต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากขึ้น ด้วยการใช้กฏ 2 วินาที ที่มีวิธีปฏิบัติง่ายดายเพียงหาจุดอ้างอิงบนเส้นทางที่ขับรถผ่าน จากนั้นดูรถคันหน้าว่าขับผ่านจุดนั้นไป แล้วในเวลา 2 วินาทีต่อจากนั้นรถเราถึงจุดเดียวกัน นั่นหมายความว่าระยะห่างอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เพียงพอที่คุณจะยกเท้ามาเบรกในกรณีฉุกเฉินได้ทันที

4.เหม่อลอยหรือเล่นมือถือระหว่างขับขี่

ผู้ขับรถบางคนมักมีอาการง่วงซึมเนื่องด้วยเพลียร่างกาย หรือไม่ก็ตรงกันข้ามออกไปทางแนวติดเล่นสมาร์ทโฟนขณะขับขี่รถยนต์ แม้กระทั่งการหันไปมองสาวสวยที่ยืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ เหล่านี้ล้วนลดทอนสมาธิระหว่างขับรถไปอย่างมาก และเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุตามมาในที่สุด

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

หากรู้ตัวว่ากำลังอ่อนเพลียคุณควรหาที่จอดรถเพื่อล้างหน้าล้างตา ส่วนใครที่มีธุระจำเป็นต้องพิมพ์ตอบแชทบนสมาร์ทโฟนก็ขอให้ทำจนเสร็จก่อนขับรถ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีที่คุณกำลังเหม่อลอย หรือจดจ่อกับสิ่งเบื้องหน้าโดยไม่ได้มองเส้นทาง นั่นอาจทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของคุณและบุคคลอื่นอยู่ในอันตรายได้ทันที

5.ขับรถไม่เปิดไฟเลี้ยว

นึกอยากเลี้ยวก็เลี้ยว คิดอยากเปลี่ยนเลนก็หักเปลี่ยนทันที และที่สำคัญคือไม่เปิดไฟสัญญาณไฟเลี้ยวด้วย บางครั้งผู้อ่านคงคิดอยากทุบหลังคนขับท่านนั้นเบาๆ สักที โดยพฤติกรรมไม่เปิดไฟเลี้ยวให้สัญญาณนี้พบได้บ่อยมาก หลายคนอาศัยจังหวะชิงไหวชิงพริบคอยเสียบเลนอื่นทันที ซึ่งนั่นอาจทำให้รถคันที่ขับโดยมิได้สังเกตุเฉี่ยวชนจนเสียเวลาเสียทรัพย์สินขึ้นมาได้ง่ายๆ

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

สำหรับใครที่เปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งอยู่แล้วก็ขอให้ทำต่อไปในสิ่งถูกต้อง ส่วนใครที่ไม่ค่อยเปิดเท่าไรนักก็ขอให้เปิดทุกครั้ง ไม่ว่าจะเลี้ยวเข้าซอย ขอทางเพื่อเปลี่ยนช่องจราจร เพียงเท่านี้ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมการขับขี่ที่ดีได้แล้ว

6.ขับช้าแช่ขวา

เราจะไม่พูดถึงข้อกฏหมายว่าการขับรถบนถนนหลวงห้ามเกิน 80, 90 หรือ 120 กม./ชม. แต่พุ่งเป้าไปยังบุคคลซึ่งมีความเชื่อว่า การขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนดในช่องจราจรขวาสุดคือเรื่องถูกต้อง เพราะพฤติกรรมนี้ทำให้การจราจรภาพรวมลดประสิทธิภาพลงอย่างมาก แทนที่รถคันอื่นจะได้แซงในเลนสำหรับแซง กลับต้องมาหาจังหวะแซงในเลนรถวิ่งช้าเสียอย่างนั้น

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

จำให้ขึ้นใจว่าช่องจราจรขวาสุดมีไว้สำหรับแซงรถคันหน้าเท่านั้น ไม่ว่าถนนเส้นนั้นจะมีการกำหนดความเร็วสูงสุดมิให้เกินเท่าใดก็ตาม แต่ถ้ามีรถคันหลังวิ่งมาไวกว่าก็ต้องหลบให้ทางรถคันดังกล่าวแซงไปก่อน เพื่อการจราจรโดยรวมที่ไหลลื่นและมีอันตรายต่อทุกคนน้อยที่สุด

7.แตะเบรกบ่อย

เชื่อว่าผู้อ่านคงเจอรถบางคันที่มีไฟเบรกโชว์แดงเกือบตลอดเวลา ทั้งที่พอลองแซงขึ้นหน้าก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรวิ่งนำทางอยู่ โดยพฤติกรรมนี้บางคนอาจเคยทำบ้างเมื่ออยู่ในช่วงมือใหม่ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่เคยชินกับการขับรถแตะเบรกบ่อย เพราะต้องการคุมความเร็วให้อยู่ในระดับเหมาะสมตามที่ตนคาดคิดไว้ ซึ่งเขาหรือเธอไม่รู้เลยว่าการกระทำแบบนั้นทำให้คนขับรถท่านอื่นเกิดความลำบากใจไม่น้อย

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

จริงๆ แล้วการเปลี่ยนพฤติกรรมแตะเบรกบ่อยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากต้องการลดระยะห่างจากรถคันข้างหน้า ก็ให้ยกเท้าออกจากคันเร่งแล้วปล่อยให้รถใช้แรงหน่วงเครื่องเข้ามาช่วยชะลอความเร็ว (Engine Brake) เพียงเท่านี้ คุณก็จะขับรถได้อย่างนุ่มนวลสุภาพ ไม่เปลืองผ้าเบรกโดยใช่เหตุ และมิทำให้คนอื่นเสียจังหวะขณะขับขี่อีกต่างหาก

ทุกพฤติกรรมการขับขี่ไม่เหมาะสมที่เรานำมาเปิดเผยกันในวันนี้ มิใช่เพื่อต้องการกล่าวโทษถึงสิ่งที่ท่านอาจเคยทำมาในอดีต แต่เป็นการชี้แจงถึงสาเหตุและวิธีในการทำอย่างไรจึงจะถูกต้อง เพื่อยกระดับสังคมการขับขี่ให้ดีต่อทุกชีวิตบนท้องถนน