6 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ Honda Integra Type R ในตำนาน

176
0

เรามองว่า Honda Integra Type R เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งยุค 90 เลยก็ว่าได้ แต่น่าเสียดายที่รถรุ่นนี้วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรได้เพียง 3 ปี ระหว่างปี 1998-2001 เท่านั้น

ช่วงล่างที่สมบูรณ์แบบ, เกียร์ 5 สปีดที่เปลี่ยนอัตราทดได้คมกริบ และเครื่องยนต์ VTEC Turbo 1.8 ลิตรประกอบมือ กำลังสูงสุด 189 แรงม้า พร้อมเรดไลน์ที่ 8,700 รอบต่อนาที ส่งผลให้รถรุ่นนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

“เรารับรู้ได้ทันทีว่ารถคันนี้ถูกพัฒนาให้มีสมรรถนะชนิดที่เรียกว่าบ้าคลั่งเต็มพิกัด” นี่คือคำกล่าวของท็อปเกียร์สมัยที่ทดลองขับ Integra Type R เป็นครั้งแรก และได้ชื่อว่าเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยขับมา

และต่อไปนี้คือบางสิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ DC2 Integra Type R คันนี้ แต่หากคุณรู้มาบ้างแล้วก็เงียบๆ ไว้ล่ะ

 

1.รถคันนี้กลายเป็นมาตรฐานของรถฮอนด้าสมรรถนะสูงรุ่นอื่นๆ

นี่ถือเป็น Integra Type R รุ่นแรกและรุ่นสุดท้ายที่ถูกวางจำหน่ายในทวีปยุโรป และกลายเป็นรถ Type R ที่สร้างมาตรฐานให้กับรถฮอนด้ารุ่นอื่นๆ มาจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ ฮอนด้าเคยเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้กับรถ Formula 1 ที่ช่วยผลักดันให้ Piquet, Senna และ Mansell ได้รับชัยชนะกว่า 5 ครั้งระหว่างปี 1987-1991 แม้ว่าชื่อเสียงของฮอนด้าจะไม่ได้โดดเด่นในด้านสมรรถนะเท่าไหร่นัก แต่ชื่อของ Type R ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กับค่ายญี่ปุ่นนี้ไปตลอดกาล

 

2.คนญี่ปุ่นไม่ปลื้มไฟหน้าแบบ 4 ดวง

ดูเหมือนชาวญี่ปุ่นจะไม่ชื่นชอบไฟหน้าแบบ 4 ดวงเท่าไหร่นัก เนื่องจาก Integra รุ่นปกติเริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1993 ก่อนจะมีการปรับไมเนอร์เชนจ์ให้มีไฟหน้าแบบ 4 ดวงในปี 1995 พร้อมกับการจำหน่ายเวอร์ชั่น Type R เป็นครั้งแรก แต่มันกลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

หลังจากนั้นอีก 3 ปี ฮอนด้าจึงเริ่มนำรถรุ่นนี้เข้ามาวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร และถือเป็นความโชคดีที่ฮอนด้าได้นำเอาเวอร์ชั่นไฟหน้า 4 ดวงเข้ามา โดยจำกัดจำนวนไว้ที่ 500 คันเท่านั้น

 

3.สีตัวถังมีให้เลือกน้อยมาก

Honda Integra Type R มีตัวถังให้เลือกเพียง 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีแดง และสีขาว โดยตัวถังสีขาวเป็นเฉดสี Championship White เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะจากการแข่งขัน F1 ครั้งแรกของฮอนด้าที่ประเทศเม็กซิโกในปี 1965 โดยมีนักขับชาวอเมริกันชื่อว่า Richie Ginther อยู่เบื้องหลังพวงมาลัย

 

4.ใช้เวลาประกอบรถไม่น้อยเลย

รถคันนี้ถูกประกอบเข้ากันอย่างพิถีพิถัน โดยฮอนด้าจำกัดการผลิตเอาไว้ที่ 25 คันต่อวันเท่านั้น เนื่องจากมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น ช่องไอดีที่ขัดด้วยมือ รถคันที่คุณเห็นอยู่นี้ถูกนำมาจาก Honda Heritage ซึ่งแม้ว่าเครื่องยนต์จะมีสีหลุดลอกออกไปบ้าง แต่ระบบ VTEC ก็ยังคงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย

 

5.สปอยเลอร์ไม่ได้มีไว้โชว์เท่านั้น

รถยนต์รุ่นใหม่มักมีชุดแต่งเพื่อแสดงถึงความสปอร์ตอยู่เสมอ แต่ไม่ใช่กับ Integra Type R คันนี้ เพราะแม้ว่าภายนอกจะถูกติดตั้งบอดี้คิตรอบคัน พร้อมห้องโดยสารที่ทำจากพลาสติกสีดำแบบเดียวกับรุ่นปกติ เสริมด้วยเบาะนั่งแบบบักเก็ตซีท, คันเกียร์แบบควิกชิฟต์ และสัญลักษณ์ไทพ์อาร์สีแดง

แต่นั้นไม่ได้แปลว่าฮอนด้าทำมันเพื่อความสวยงามเท่านั้น เพราะชิ้นส่วนอย่างสปอยเลอร์หลังสามารถเพิ่มแรงกดได้สูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ และลิ้นสเกิร์ตหน้าช่วยให้ตัวรถเสถียรยิ่งขึ้น รวมถึงไปการเพิ่มจุดเชื่อมของตัวถังและค้ำโช้คทำจากอะลูมิเนียมเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม

 

6.มันมีน้ำหนักเบาเหลือเชื่อ

น้ำหนักตัวรถ 1,140 กิโลกรัม แทบจะหาไม่ได้แล้วในรถยุคใหม่ ทีมวิศวกรของฮอนด้าได้เฉือนน้ำหนัก 39.97 กิโลกรัมออกจาก Integra GS-R ที่มีน้ำหนักเบามากอยู่แล้ว ทำให้รถคันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 230 กม./ชม.

กระจกบังลมหน้าถูกออกแบบให้บางลง 10 เปอร์เซ็นต์, ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 15 นิ้ว และการถอดวัสดุซับเสียงออกจากห้องโดยสาร ต่างก็ช่วยลดน้ำหนักลงได้มาก ขณะที่หลังคาซันรูฟ,​ ระบบปรับอากาศ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และที่ปัดน้ำฝนด้านหลังถูกต่างก็ถูกถอดออกไปทั้งหมดเพื่อลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด