Audi Q7, BMW X5 และ Merc GLE สามเอสยูวีหรูนี้น่าสนใจตรงไหน?

1501
0

บทความนี้จะมาเผยตัวเลือก 3 เอสยูวีหรูจากเมืองเบียร์อย่าง Audi Q7, BMW X5 และ Merc GLE ว่ามีแต่คันละที่เข้าวินในครั้งนี้มีจุดเด่นต่างกันอย่างไรบ้าง

กลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการซื้อรถหารถยนต์หรูราคาแพง เมื่อพวกเขาคิดจะซื้อหารถยนต์คันใหม่ “เอสยูวี” คือเป้าหมายที่มิอาจมองข้ามได้ในยุคปัจจุบัน เพราะมีทั้งความภูมิฐานแต่ยังสามารถใช้งานไปได้ทุกสถานที่ทุกเวลา และวันนี้เราได้นำตัวเลือกทั้ง 3 คัน ซึ่งมีสัญชาติเยอรมนีที่น่าสนใจมาตีแผ่ให้ผู้อ่านได้ใช้เป็นตัวช่วยในการเลือกรถคันต่อไป

Audi Q7 45 TDI quattro S-Line ราคา 5,299,000 บาท

Audi Q7 เข้าโผครั้งนี้ด้วยราคาแพงกว่าใครเพื่อนแถมเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งปรับโฉมล่าสุด ซึ่งเจ้ารถค่ายสี่ห่วงเปลี่ยนแปลงภายนอกหลายจุดให้ดูดุดันทันสมัย ส่วนภายในเองก็รับการปรับปรุงเช่นเดียวกัน ทว่าด้วยความที่เป็นรถนำเข้าทั้งคันจากต่างประเทศจึงทำให้อุปกรณ์ไม่ได้หลากหลายเท่าเพื่อนร่วมชาติ ว่าแต่มีอะไรน่าสนใจบ้างนั้นตามไปดูกันเลย

อย่างไร็ตาม การตกแต่งภายล่าสุดมีภายนอกที่สวยหรูสะดุดตา ขณะที่ภายในห้องโดยสารมีการเปลี่ยนไปคล้ายกับเดียวกับ A7 รถยนต์นั่งสุดหรูร่วมค่าย เพียงแต่มาตรวัดความเร็วยังมิได้เป็นหน้าจอ Virtual Cockpit

– ไฟหน้าแบบ Matrix LED
– ชุดแต่ง S-Line
– ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว
– มาตรวัดความเร็วพร้อมจอแสดงข้อมูลขับขี่ MID
– จอระบบอินโฟเทนเมนท์ MMI Navigation Plus ขนาด 8.8 นิ้ว
– จอควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถแบบสัมผัส ขนาด 8.6 นิ้ว
– ระบบเครื่องเสียง BOSE
– ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– ช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive Air Suspension
– ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
– กล้องมองหลัง

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 249 แรงม้า ที่ 2,910 – 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา quattro permanent all-wheel drive

Mercedes-Benz GLE 300d 4MATIC ราคา 5,190,000 บาท

เอสยูวีหรูจากค่ายดาวสามแฉกอย่าง GLE ที่คนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี โดยเรื่องรูปลักษณะเราจะไม่เน้นเพราะเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล แต่ในประเด็นอื่นๆ นั้นต้องบอกว่าเจ้านี่มีดีกว่าคู่แข่งอยู่หลายสิ่งเลยทีเดียว

GLE 300d 4Matic รุ่นประกอบในประเทศนั้นมีราคาถูกว่าเวอร์ชัน CBU ถึง 870,000 บาท ออปชันส่วนใหญ่เหมือนเดิมแทบไม่เปลี่ยน มีแค่บางรายการที่ถูกตัดออกไปเท่านั้น ซึ่งหลักๆ แล้วยังคงความน่าสนใจไวครบถ้วน โดยเน้นไปที่อุปกรณ์สำคัญที่มีให้เหนือหรือน่าสนใจเท่านั้น

– ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมปรับตามการเลี้ยว กับระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
– ชุดแต่ง AMG Body Styling รอบคัน
– ล้ออัลลอย AMG ขนาด 21 นิ้ว
– หลังคาพาโนรามิกซันรูป
– จอแสดงข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว
– จอระบบอินโฟเทนเมนท์ 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple CarPlay กับ Android Auto
– ระบบเชื่อมต่อรถยนต์ Mercedes me connect
– ระบบเครื่องเสียง Burmester
– ไฟสร้างบรรยากาศห้องโดยสารปรับได้ 64 สี
– ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมทำงานถึงจุดหยุดนิ่ง
– ระบบแจ้งเตือนรถในมุมอับ
– ถุงลมนิรภัย 11 ตำแหน่ง
– กล้องมองภาพรอบทิศทาง

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 4 สูบเรียง ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 4,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC พร้อมปรับโหมดขับขี่แบบ Dynamic Selected

BMW X5 xDrive45e M Sport ราคา 4,999,000 บาท

ต่อด้วยเอสยูวีลำดับสามจากค่ายใบพัดฟ้าขาว อย่างเจ้า X5 45e M Sport ปลั๊กอินไฮบริด ที่พอเป็นโฉมประกอบไทยก็หันไปคบขุมพลังรักษ์โลกทันที เพื่อที่จะได้ทำราคาจำหน่ายให้ต่ำกว่า 5 ล้านบาท แต่ยังคงรูปลักษณ์ภายนอกจนถึงภายในที่สวยงามจัดเต็มเหมือนเดิม

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจบน X5 ใหม่ มีแค่หัวใจหลักเครื่องเบนซิน PHEV ที่ทั้งแรงแถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนอุปกรณ์ความปลอดภัยนั้นดูเหมือนจะด้อยกว่าคู่แข่งคันข้างบนอยู่หลายประการ และเพื่อไม่เสียเวลาไปดูรายการข้าวของที่มีให้บนรถคันนี้ดีกว่า

– ไฟหน้า Adaptive LED ปรับตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัย กับระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
– ชุดแต่ง M Aerodynamics
– ล้ออัลลอย M ขนาด 21 นิ้ว
– หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ
– ประตูแบบ Soft-Close
– จอแสดงข้อมูลการขับขี่ BMW Live Cockpit Professional
– จอระบบอินโฟเทนเมนท์ พร้อมปุ่มควบคุม iDrive
– ระบบเชื่อมต่อรถยนต์ BMW Connected Drive
– ระบบเครื่องเสียง Harman Kardon
– ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร Ambient Light
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
– กล้องมองภาพรอบทิศทาง

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 6 สูบเรียง ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive

ทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า Synchronous Electric Motor ให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้า ที่ 3,170 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร ที่ 0-3,170 รอบ/นาที เมื่อรวมการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้พละกำลังสูงสุด 394 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร

แบตเตอรีลิเธียมไอออนความจุ 24 กิโลวัตต์ชั่วโมง เวลาชาร์จไฟ 6.8 ชั่วโมง ผ่านหัวชาร์จกำลัง 3.7 กิโลวัตต์ วิ่งด้วยไฟฟ้าระยะทางสูงสุด 70 กม. ในความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.

เอสยูวีหรูจากเมืองเบียร์ทั้ง 3 คันนี้มีจุดดีจุดด้อยต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าผู้อ่านจะมีใจชอบพอรถคันใดและตัดสินเลือกรถคันใดมาใช้งาน