“ใบปัดน้ำฝน” ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่และเลือกแบบไหนดี?

4006
0

“ใบปัดน้ำฝน” อุปกรณ์สำคัญประจำรถที่คอยชะล้างคราบน้ำออกจากกระจก ซึ่งผู้ใช้รถบางคนไม่รู้ว่าควรเปลี่ยนเมื่อไหร่และเลือกแบบไหนดี?

ย่างเข้าฤดูฝนทีไรผู้ใช้รถทุกคนมีเรื่องให้เตรียมตัวรับมือมากมาย โดยหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยขณะเม็ดฝนโปรยปราย นั่นก็คือ “ใบปัดน้ำฝน” ซึ่งบางท่านมิรู้ว่าควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ และมีวิธีการเลือกแบบไหนดีถึงจะเหมาะสมสำหรับรถคันโปรด

เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน?

การตรวจดูว่าใบปัดน้ำฝนบนกระจกหน้ารถของคุณถึงเวลาอันควรที่ต้องเปลี่ยนหรือยังนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเจ้ายางที่รับหน้าที่ปัดคราบน้ำให้ออกจากกระจก จะเริ่มเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง เนื่องด้วยถูกแสงแดงแผดเผาขณะขับขี่ใช้งาน ไปจนถึงการทำปฏิกิริยากับน้ำยาฉีดกระจกที่ใส่ลงไปในหม้อพักน้ำฉีดกระจก เหล่านี้ทั้งหมดเป็นสาเหตุก่อให้ความเสื่อมเกิดขึ้นกับยางใบปัด และบทความนี้ขออธิบายเป็นข้อให้ผู้อ่านได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

– ใบปัดเริ่มทำงานแบบมีอาการสะดุดหรือเดินไม่เรียบขณะใช้งาน เนื่องด้วยยางปัดน้ำฝนที่อาจแห้งจนแข็งเกินไป รวมถึงการมีคราบสกปรกติดสะสมอยู่กับยางดังกล่าว
– ใบปัดมีเสียงดังขณะใช้งาน ซึ่งอาการนี้เกิดจากยางใบปัดเสื่อมสภาพขาดความยืดหยุ่น แห้งแข็งจนไม่สามารถทำหน้าที่ปาดคราบน้ำออกได้ดังเดิม
– ใบปัดปาดแล้วเกิดเป็นริ้วรอยน้ำตามแนวปัด กรณีนี้อาจเกิดจากมีเศษหิน ใบไม้ หรือแม้แต่เศษพลาสติกไปกีดขวางระหว่างใบปัด และอาจหมายถึงยางใบปัดแห้งจนฉีกขาดก็ได้
– ใบปัดไม่สามารถปาดคราบน้ำได้หมดจดปรากฎรอยแยกให้เห็นชัดเจน นั่นหมายถึงยางปัดอาจเสื่อมสภาพจนหมดอายุการใช้งาน เนื่องจากถูกแสงแดดทำร้ายมาเป็นเวลานาน

ส่วนใครที่ตั้งคำถามว่าแล้วอายุการใช้งานของใบปัดน้ำฝนโดยปกติอยู่ในช่วงไหน เอาตามความจริงแล้วก็ไม่มีใครสามารถระบุได้แน่ชัด สาเหตุเพราะเจ้าของรถแต่ละคันมีลักษณะการใช้งานในชีวิตประจำวันต่างกัน บ้างก็แทบไม่ขับไปไหนมาไหนจอดอยู่ในโรงรถหลบแดดตลอด หรือบางคนก็ใช้รถทุกวันขับออกต่างจังหวัดเป็นระยะทางไกลๆ และหนักหน่อยก็คนที่ต้องจอดรถตากแดดทุกวัน เหล่านี้ล้วนส่งผลถึงอายุขัยของใบปัดน้ำฝนทั้งสิ้น

เลือกใบปัดน้ำฝนแบบไหนดี?

ในท้องตลาดมีช่องทางให้เราซื้อหาใบปัดน้ำฝนได้สะดวกสบาย ผ่านทางออนไลน์ ศูนย์บริการ ร้านอะไหล่ข้างทาง หรือรถแร่ขายที่ตั้งป้ายรับเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนราคาประหยัด ซึ่งหลายคนก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องเปลี่ยนใบปัดแบบไหนจึงจะเหมาะกับรถยนต์ของตนเอง

หากว่ากันด้วยประเภทของใบปัดน้ำฝนที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป หลักแล้วมีแค่ 3 ชนิด ได้แก่ ใบชนิดแบบมีโครงเหล็ก (Conventional Wiper Blade), ใบปัดน้ำฝนแบบซ่อนแขนใบปัดน้ำฝน (Semi Concealed Wiper Blade) และใบปัดน้ำฝนแบบไร้โครงเหล็ก (Flat Blade) ซึ่งทั้งสามชนิดต่างกันอย่างไรนั้นข้อมูลอยู่เบื้องล่างนี้

– ใบปัดน้ำฝนแบบโครงเหล็ก (Conventional Wiper Blade) ชนิดแรกสุดคือใบปัดน้ำฝนยุคบุกเบิก ที่คุณจะเห็นว่ามีโครงสร้างเหล็กแขนยางปัดน้ำฝน ควบคู่กับยางใบปัดน้ำฝน ซึ่งเจ้าใบปัดชนิดนี้มีข้อดีเรื่องความคงทนแข็งแรง กอปรกับน้ำหนักที่มากจึงทำให้ยางใบปัดกดน้ำหนักลงบนกระจกได้แนบสนิท ทำให้การปาดคราบน้ำทำได้สะอาดเกลี้ยงเกลาไม่ทิ้งรอยน้ำ

– ใบปัดน้ำฝนแบบซ่อนแขนใบปัดน้ำฝน (Semi Concealed Wiper Blade) ใบปัดแบบต่อมาถูกพัฒนาต่อจากใบปัดแบบโครงเหล็กรุ่นแรกเริ่ม เพราะยังคงมีโครงสร้างเหมือนกันทุกประการ ต่างกันตรงที่มีการเพิ่มวัสดุมาครอบบังแขนเหล็กใบปัดเอาไว้ ซึ่งจุดประสงค์ที่ทำแบบนั้นก็เพื่อความสวยงามไม่เกะกะสายตา และพบเห็นได้ในรถยนต์รุ่นใหม่หลายคัน

– ใบปัดน้ำฝนแบบไร้โครงเหล็ก (Flat Blade) เป็นใบปัดที่ออกแบบมาเพื่อลดขนาดกับพื้นที่ต้านลมซึ่งเกิดขึ้นเมื่อใช้งานขณะรถกำลังแล่นด้วยความเร็ว เนื่องจากไม่มีแขนของใบปัดหรือยางใบปัดน้ำฝนให้เห็นเลย จะมีเพียงจุดยึดก้านใบปัดกับแนวยางใบปัดที่มีการใส่แกนเหล็กไว้ในเนื้อยาง ให้ข้อดีในเรื่องการกระจายน้ำหนักใบปัดขณะใช้งาน รวมถึงมอบความสวยงามดีไซน์เรียบง่ายดูสะอาดตา

อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานของยางใบปัดก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและราคาจำหน่าย หากเป็นแบรนด์ดังราคาแพงก็มีแนวโน้มใช้งานได้นานกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าของโนเนมจะห่วยใช้งานได้ไม่เท่าไหร่ก็พังเสมอไป ให้คุณลองสอบถามจากผู้ขายหรือผู้เคยใช้งานจริงดูว่าใบปัดที่กำลังสนใจนั้นมีประสิทธิภาพใช้งานจริงเป็นอย่างไร

อีกเรื่องที่มิควรลืมเลยคือต้องดูให้แน่ชัดว่ารถของคุณใช้ใบปัดน้ำฝนความยาวฝั่งละกี่นิ้ว เพราะหากซื้อมาความยาวผิดสเปกไปเพียง 1 นิ้ว ใบปัดไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากอาจเกิดการขัดกันระหว่างใบปัดใช้งาน ดังนั้นเพื่อความแน่ใจให้สอบถามกับผู้ขายว่ารถที่คุณใช้อยู่ต้องติดตั้งใบปัดน้ำฝนความยาวเท่าใด