เทียบสเปก Toyota Fortuner 2020 ไมเนอร์เชนจ์ทั้ง 7 รุ่นย่อย

5280
0

เทียบสเปก Toyota Fortuner 2020 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พีพีวีเบอร์หนึ่งของเมืองไทยที่ปรับโฉมล่าสุด ซึ่งแต่ละรุ่นย่อยมีอุปกรณ์อะไรน่าสนใจ ที่ทำให้คู่แข่งต้องร้อนๆ หนาวๆ บ้างนั้นมาดูกัน

ตลาดรถอเนกประสงค์พื้นฐานกระบะหรือที่คนไทยคุ้นเคยดีในชื่อ “พีพีวี” มีผู้เล่นเบอร์หนึ่งอย่าง Toyota Fortuner ครองแชมป์มาโดยตลอด ยิ่งล่าสุดการเพิ่งปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ได้ส่งผลให้รถคันนี้น่าจับจองเป็นเจ้าของมากขึ้นไปอีก เราจึงจับมาเทียบสเปกให้ชัดเจนไปเลย

ในรอบนี้มีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ Fortuner กับ Fortuner Legender แบ่งย่อยทั้งสิ้น 7 รุ่นย่อย โดยแต่ละระดับมีอุปกรณ์แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้น บทความนี้พร้อมชี้แจงให้ได้ทราบรู้

รุ่น 2.4G ราคา 1,319,000 บาท

– เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร 150 แรงม้า
– เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Paddle Shift
– พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบ VFC
– ช่วงล่างด้านหน้าปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงกับเหล็กกันโคลง
– ช่วงล่างด้านหลังโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริงกับเหล็กกันโคลง
– ดิสก์เบรกหน้า-หลัง
– กระจังหน้าสีดำเงา และโครเมียม
– ชุดแต่งกันชนหน้าสีเงิน
– บันไดข้างสีเงิน
– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-beam LED
– ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-me-home
– ไฟตัดหมอกหน้า LED
– ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
– ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding
– ไฟเลี้ยวหน้า-หลัง LED
– กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
– มือเปิดประตูโครเมียม
– ราวหลังคา
– สปอยเลอร์หลัง
– ที่ปัดน้ำฝนหน้าแบบปรับตั้งเวลา
– ที่ปัดน้ำฝนหลัง
– สีภายในดำ พร้อมเบาะหนังสีดำ
– เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต
– พวงมาลัยหุ้มหนังปรับได้ 4 ทิศทาง
– กระจกไฟฟ้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 บาน
– เบาะปรับไฟฟ้าฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
– เบาะแถว 2 พับ 60/40 พร้อมที่พักแขนกับช่องวางแก้วน้ำ
– เบาะแถว 3 แบ่งส่วน 50/50 ปรับเอนและยกพับเก็บได้
– มาตรวัดเรืองแสง optiron
– จอแสดงข้อมูลการขับขี่
– ฟังก์ชันแสดงการเลี้ยวล้อหน้า
– โหมดขับขี่ Eco/Power
– เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ
– ช่องแอร์แถว 2 พร้อมระบบปรับแรงลมอัตโนมัติ
– จอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth/USB
– Apple CarPlay/Android Auto
– ระบบโทรออกด้วยเสียง
– ระบบ T-Connect
– ลำโพง 6 ตำแหน่ง
– เสาอากาศครีบฉลาม
– กล้องมองหลัง
– ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
– ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
– ระบบเบรก ABS/EBD/BA
– ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
– ระบบควบคุมการส่ายของพ่วงท้าย TSC
– ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยางขนาด 265/60 R18

รุ่น 2.4V ราคา 1,424,000 บาท

เพิ่มจากรุ่น 2.4G

– ระบบ Welcome Light
– ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
– ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่วนบุคคล
– ไฟส่องสว่างที่ประตูทั้ง 4 บาน
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
– เซ็นเซอร์ถอยหลัง 6 ตำแหน่ง

รุ่น 2.4V 4WD ราคา 1,494,000 บาท

เพิ่มจากรุ่น 2.4V

– ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี แบบ A-TRC
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC
– ระบบควบคุมเฟืองท้าย Auto Limited Slip Differential

รุ่น 2.4 Legender ราคา 1,564,000 บาท

– เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร 150 แรงม้า
– เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Paddle Shift
– พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบ VFC
– ช่วงล่างด้านหน้าปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงกับเหล็กกันโคลง และช็อคเฉพาะรุ่น Legender
– ช่วงล่างด้านหลังโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริงกับเหล็กกันโคลง และช็อคเฉพาะรุ่น Legender
– ดิสก์เบรกหน้า-หลัง
– กระจังหน้าสีดำเงา
– ชุดแต่งกันชนหน้าสีเงิน
– บันไดข้างสีดำ
– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบ LED Dual Projector
– ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-me-home
– ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
– ไฟตัดหมอกหน้า LED
– ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding
– ไฟเลี้ยวหน้า-หลัง LED แบบ Sequential
– กระจกมองข้างสีดำปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
– ระบบ Welcome Light
– มือเปิดประตูโครเมียม
– ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
– ราวหลังคา
– สปอยเลอร์หลัง
– ที่ปัดน้ำฝนหน้าแบบปรับตั้งเวลา
– ที่ปัดน้ำฝนหลัง
– สีภายในดำ พร้อมเบาะหนังสีดำสลับแดง
– เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต
– คอนโซลหน้า แผงประตู ตกแต่งด้วยแถบสีเงิน บุหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง
– แผงควบคุมข้างประตูสีดำเมทัลลิก
– พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง หุ้มหนัง Soft Touch
– มือจับประตูด้านในโครเมียม
– ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร
– มือจับ 8 ตำแหน่ง
– กระจกไฟฟ้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 บาน
– เบาะปรับไฟฟ้าฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
– เบาะแถว 2 พับ 60/40 พร้อมที่พักแขนกับช่องวางแก้วน้ำ
– เบาะแถว 3 แบ่งส่วน 50/50 ปรับเอนและยกพับเก็บได้
– มาตรวัดเรืองแสง optiron ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender
– จอแสดงข้อมูลการขับขี่
– ฟังก์ชันแสดงการเลี้ยวล้อหน้า
– ไฟส่องสว่างที่ประตูทั้ง 4 บาน
– ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่วนบุคคล
– กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
– เซ็นเซอร์ถอยหลัง 6 ตำแหน่ง
– กุญแจสมาร์ทคีย์ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender
– ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– โหมดขับขี่ Eco/Power
– เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ
– ช่องแอร์แถว 2 พร้อมระบบปรับแรงลมอัตโนมัติ
– จอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth/USB
– Apple CarPlay/Android Auto
– ระบบโทรออกด้วยเสียง
– ระบบ T-Connect
– ลำโพง 6 ตำแหน่ง
– เสาอากาศครีบฉลาม
– กล้องมองภาพรอบคันพร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ
– ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
– ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
– ระบบเบรก ABS/EBD/BA
– ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
– ระบบควบคุมการส่ายของพ่วงท้าย TSC
– ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ยางขนาด 265/50 R20
– เซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated
– ปลายท่อไอเสียสแตนเลส
– พรมรองพื้นห้องโดยสารเฉพาะรุ่น Legender
– อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger

รุ่น 2.4 Legender 4WD ราคา 1,634,000 บาท

เพิ่มจากรุ่น 2.4 Legender

– ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี แบบ A-TRC
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC
– ระบบควบคุมเฟืองท้าย Auto Limited Slip Differential

รุ่น 2.8 Legender ราคา 1,769,000 บาท

เพิ่มจากรุ่น 2.4 Legender 4WD

– เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร 204 แรงม้า
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control
– โหมดการขับขี่ Eco/Normal/Sport
– ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์และลำโพง JBL จำนวน 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง
– ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS
– ระบบเตือนรถเมื่อออกนอกเลน พร้อมเบรกหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA

รุ่น 2.8 Legender 4WD ราคา 1,839,000 บาท

เพิ่มจากรุ่น 2.8 Legender

– ระบบ Stop & Start พร้อม Evaporator เก็บความเย็นสำหรับระบบปรับอากาศ
– ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี แบบ A-TRC
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC
– ระบบควบคุมเฟืองท้าย Auto Limited Slip Differential
– เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำสลับขาว
– คอนโซลหน้า แผงประตู ตกแต่งด้วยแถบสีเงิน บุหนังสังเคราะห์สีดำสลับขาว

เครื่องยนต์

– เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบเรียง ขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV (High) กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที ให้หัวฉีดแบบ i-ART ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีถังน้ำมันความจุ 80 ลิตร

– เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบเรียง ขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV (High) กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ให้หัวฉีดแบบ i-ART ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีถังน้ำมันความจุ 80 ลิตร

รายการอุปกรณ์จัดเต็มตั้งแต่รุ่นเริ่มแบบนี้ ใครบ้างที่จะไม่สนใจ Fortuner กับ Fortuner Legender ใหม่ล่าสุด