รีวิว EyeSight ใน Subaru Forester 2020 ใหม่ พ่วงฟังก์ชั่นล้ำเกินคาด

9915
0

Subaru Forester 2020 ใหม่ ถือเป็นซูบารุรุ่นแรกในไทยที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง “EyeSight” ซึ่งระบบที่ว่านี้มีฟังก์ชั่นการทำงานเกินความคาดหมายพอสมควรทีเดียว

EyeSight ถูกติดตั้งมาใน Subaru Forester รุ่น 2.0i-S EyeSight ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดจากจำนวนทั้งหมด 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,450,000 บาท สูงกว่ารุ่น 2.0i-S ที่ไม่มีระบบ EyeSight อยู่ 70,000 บาท ซึ่งทั้งสองรุ่นย่อยต่างกันที่ระบบ EyeSight และฟังก์ชั่นความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นมาอีก 2-3 รายการ หลายคนคงคิดว่าจะคุ้มค่ากับการเพิ่มเงินหรือไม่ เราไปติดตามในบทความนี้กันครับ

ก่อนอื่นเราไปรู้จักรายละเอียดคร่าวๆ ของ Subaru Forester 2020 กันก่อนดีกว่า รถรุ่นนี้ถูกเปิดตัวในบ้านเราครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปี 2561 ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป และเป็นรถซูบารุประกอบไทยรุ่นแรกภายใต้โรงงาน TCSAT แห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ทำให้มีราคาจำหน่ายถูกลงกว่าโฉมก่อนหน้าอยู่หลักแสนบาท

 

รายละเอียด Subaru Forester 2.0i-P EyeSight

Subaru Forester รุ่น 2.0i-P EyeSight เป็นรุ่นท็อปสุด จึงถูกติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้อย่างครบครัน ได้แก่ ไฟหน้าแบบ LED ปรับองศาตามทิศทางการเลี้ยว, ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ, ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED, ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED, ที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า, ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง, เสาอากาศแบบครีบฉลาม และประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นจดจำตำแหน่งความสูง เป็นต้น

ภายในห้องโดยสารยังคงเน้นความเรียบง่าย ไม่หวือหวาเหมือนกับคู่แข่ง ปุ่มควบคุมต่างๆ ถูกจัดวางเพื่อเน้นความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก แถมยังคงเป็นรถเอสยูวีที่มีทัศนวิสัยรอบคันอย่างดีเยี่ยมเช่นเคย รวมถึงยังมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารโปร่งโล่ง ด้วยการออกแบบตัวถังและแนวขอบหน้าต่างให้มีลักษณะเหลี่ยม แม้ว่าดูเผินๆ จะไม่โฉบเฉี่ยวเท่ากับคู่แข่ง แต่ในด้านทัศนวิสัยและการใช้งานถือว่าดีเยี่ยมทีเดียว

ห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำ ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มหนังปรับด้วยระบบไฟฟ้าคู่หน้า, เบาะหลังสามารถปรับเอน และพับแยกแบบ 60:40 ได้, พวงมาลัยแบบปรับได้ 4 ทิศทาง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone, กุญแจ Smart Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, ระบบเข้าสู่ตัวรถด้วยรหัส PIN, ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย, เซ็นเซอร์กะระยะท้าย และเบรกมือไฟฟ้า เป็นต้น

ในรุ่น 2.0i-S EyeSight ถูกติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง รองรับ Bluetooth พร้อมช่อง USB และ AUX, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่วางตัวอยู่เหนือคอนโซลในระดับสายตาพอดี สามารถแสดงผลด้วยสีและมีความละเอียดสูง

ขุมพลังของ Subaru Forester 2.0i-S EyeSight เป็นเครื่องยนต์เบนซืนแบบสูบนอน (Boxer) 4 สูบ DOHC ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ Lineartronic CVT ที่ใช้สายพานแบบโซ่ พร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร Symmetrical AWD และโหมดการขับขี่ออฟโรด Special X-MODE เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (รุ่น 2.0i-L จะเป็นระบบ X-MODE ปกติ)

ระบบ EyeSight ของ Subaru Forester 2020 ใหม่

สำหรับฟังก์ชั่นของรุ่น 2.0i-S EyeSight ที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่น 2.0i-S ปกติ ประกอบด้วย:

1.EyeSight
2.Side View Monitor
3.Subaru Rear Vehicle Detection

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่ามีเพียง 3 ฟังก์ชั่นเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมานะครับ เพราะระบบ EyeSight ยังประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นความปลอดภัยต่างๆ ได้แก่ ระบบป้องกันการชนด้านหน้า Pre-Collision Braking System, ระบบป้องกันรถส่ายและออกนอกเลน Lane Sway and Departure Warning, ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control และระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection

สำหรับระบบ EyeSight ใน Subaru Forester ทำงานด้วยกล้องจำนวน 2 ตัว ที่ติดตั้งบริเวณกระจกบังลมด้านหน้า (แต่ไม่ได้ติดตั้งให้แนบไปกับตัวกระจกเหมือนกับรถรุ่นอื่นๆ) ซึ่งระบบความปลอดภัยภายใต้ฟังก์ชั่น EyeSight จะทำงานผ่านกล้องตัวนี้ทั้งหมด โดยไม่มีเรดาร์เซ็นเซอร์ฝังอยู่ด้านหน้าตัวรถเหมือนที่พบในคู่แข่ง แต่ซูบารุก็ยืนยันว่าเพียงแค่กล้อง 2 ตัวนี้ ก็ให้การทำงานที่ครอบคลุมมากกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันทั้งหมด

ยกตัวอย่างง่ายๆ ด้วยระบบป้องกันการชนด้านหน้า Pre-Collision Braking ที่ช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อมีความเสี่ยงชนรถหรือคนเดินถนน ซึ่งสามารถทำงานได้ตั้งแต่ความเร็ว 1 กม./ชม. ไปจนถึง 200 กม./ชม. เทียบกับคู่แข่งที่ต้องใช้ความเร็วมากกว่า 4 กม./ชม. ขึ้นไป (บางยี่ห้อต้องใช้ความเร็วมากกว่า 10 กม./ชม.) อีกทั้งยังทำงานด้วยความเร็วที่ต่างกันกับรถคันหน้าได้สูงสุดถึง 50 กม./ชม. ต่างกับคู่แข่งที่ทำงานด้วยความเร็วต่างกันไม่เกิน 20-40 กม./ชม. เท่านั้น

ส่วนระบบ Adaptive Cruise Control ใน Subaru Forester สามารถทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 0-180 กม./ชม. ผู้ขับขี่จึงสามารถตั้งความเร็วได้แม้ขณะรถหยุดนิ่ง และปล่อยให้ระบบทำงานตั้งแต่เริ่มออกตัว ขณะที่คู่แข่งต้องใช้ความเร็วมากกว่า 25-40 กม./ชม. ขึ้นไป ระบบจึงจะเริ่มทำงานได้

นั่นหมายความว่า Subaru Forester สามารถขับตามรถคันหน้าได้แม้ขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ หรือท่ามกลางสภาพจราจรหนาแน่น หากตัวรถหยุดนิ่งเป็นเวลาเกิน 3 วินาที ระบบ ACC ก็จะหยุดการทำงานลงชั่วคราว หากต้องการจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต่อ ก็เพียงแต่กดปุ่ม Resume ที่พวงมาลัย และแตะคันเร่งเบาๆ เท่านั้น

การทดสอบครั้งนี้ ยังได้แสดงให้เห็นว่าระบบ ACC ใน Subaru Forester ยังสามารถตรวจจับคนเดินถนนได้ ทำให้ตัวรถสามารถเคลื่อนที่ตามคนเดินถนนได้อย่างช้าๆ โดยไม่ต้องแตะคันเร่งหรือเบรกเลยแม้แต่น้อย หากคนหยุดเดิน ตัวรถก็จะหยุดตาม และหากคนเดินหน้าต่อ ตัวรถก็จะเคลื่อนที่ตามให้อัตโนมัติ (แต่ยังคงเข้าเงื่อนไขว่าถ้ารถหยุดนิ่งเกิน 3 วินาที จะต้องกดปุ่ม Resume หรือแตะคันเร่งเพื่อไปต่อ)

แต่สิ่งสำคัญ (และเป็นสิ่งที่ทำให้เราชื่นชอบระบบ EyeSight อย่างมาก) คือ หากผู้ขับขี่เปิดใช้งานระบบ Adaptive Cruise Control แล้วปรากฏว่ารถคันหน้าเริ่มชะลอตัว ระบบจะสามารถชะลอตัวตามคันหน้าได้จนถึงจุดหยุดนิ่งกันเลย แตกต่างจากคู่แข่งที่จะตัดการทำงานเมื่อความเร็วต่ำกว่า 25-40 กม./ชม. ซึ่งตรงนี้ถือว่าค่อนข้างอันตราย เพราะขณะที่เราปล่อยให้ระบบทำงานเพลินๆ แล้วรถคันหน้าเริ่มชะลอตัว จู่ๆ ระบบก็จะตัดการทำงานหน้าตาเฉย กลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงต่อการพุ่งชนรถคันหน้าขึ้นไปอีก แต่สำหรับระบบ EyeSight จะช่วยชะลอความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่ง นั่นแปลว่าผู้ขับอาจไม่ต้องเหยียบแป้นเบรกเลยก็ได้

ซึ่ง Subaru Forester ถือเป็นเพียงรถญี่ปุ่นระดับราคา 1-1.5 ล้านบาท เพียงรุ่นเดียวที่สามารถทำเช่นนี้ได้ มิเช่นนั้นจะต้องขยับเป็นแบรนด์หรูจากฝั่งยุโรปราคาเฉียด 3 ล้านบาทขึ้นไปเลยทีเดียว

กล้อง EyeSight ยังมีการต่อยอดด้วยระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ Pre-Collision Throttle Management และระบบแจ้งเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Lead Vehicle Start Alert ซึ่งพบได้เฉพาะคู่แข่งบางยี่ห้อเท่านั้น

 

ลองทดสอบระบบ EyeSight บนสนามปทุมธานีสปีดเวย์

สำหรับสถานีทดสอบ EyeSight เราได้ตั้งความเร็วของระบบ Adaptive Cruise Control ไว้ที่ 30 กม./ชม. ซึ่งอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าสามารถเซตค่าได้ตั้งแต่รถหยุดนิ่ง จากนั้นก็ปล่อยให้รถคันหน้าเคลื่อนที่ออกไปจึงค่อยกดปุ่ม Resume บนพวงมาลัย ตัวรถก็สามารถขับไปตามรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ เมื่อคันหน้าชะลอหยุด ตัวรถก็จะชะลอหยุดให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องแตะแป้นเบรกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งถือเป็นการจำลองการขับขี่ในสภาวะรถหนาแน่นสลับหยุดนิ่งนั่นเอง

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ยังคงจำเป็นต้องประคองพวงมาลัยด้วยตัวเองทั้งหมด แตกต่างจากระบบ Pilot Assist II ที่เราเคยทดสอบใน Volvo XC90 ที่จะหมุนพวงมาลัยตามคันหน้าโดยอัตโนมัติ (แต่ราคาก็สูงกว่าซูบารุอยู่ถึง 3 เท่าตัว) บางจังหวะที่เป็นโค้งหักศอกแคบๆ ตัวกล้อง EyeSight อาจมองไม่เห็นรถคันหน้า ก็จะเข้าใจว่าไม่มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งจะทำให้รถเพิ่มความเร็วอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ถือเป็นข้อจำกัดที่ควรระมัดระวังเช่นกัน

ด้านสมรรถนะของ Subaru Forester 2020 ใหม่ เราได้ทดลองขับเป็นระยะทางสั้นๆ เท่านั้น แต่ซูบารุได้เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของ Forester 2.0 ลิตร ไว้ที่ 10.9 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 192 กม./ชม. ซึ่งถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับเครื่องยนต์แบบ N/A ที่ต้องแบกรับตัวถังแบบเอสยูวีขนาดกลาง

ขณะที่ช่วงล่างถูกเซ็ตมาอย่างพอเหมาะพอเจาะระหว่างความนิ่มนวลและการยึดเกาะถนน พวงมาลัยยังคงให้ความนิ่งแม้ขับขี่ผ่านทางขรุขระ แรงสะท้านมาถึงมือผู้ขับขี่อยู่ในระดับต่ำจนน่าประหลาดใจ ต่างจากรถยนต์ขับหน้าทั่วๆ ไป ที่จะมีแรงสะท้านจากพวงมาลัยเข้ามาพอสมควรเวลาที่ขับผ่านผิวถนนไม่เรียบ

แต่จุดที่ทำให้เราประหลาดใจกับ Forester ก็คือ การเข้าโค้งแคบๆ ที่ความเร็วสูง เพราะระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ให้การยึดเกาะถนนได้ราวกับรถเก๋งช่วงล่างเยี่ยมๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว แม้ว่าบางจังหวะจะมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากยางให้ได้ยินบ้าง แต่เชื่อว่าในความเร็วขนาดนั้น หากเป็นรถรุ่นอื่นๆ ระบบ ESP ต้องเข้ามาช่วยประคองไม่ให้รถหลุดโค้งกันไปแล้ว

สรุป Subaru Forester 2.0 i-P EyeSight 2020 ใหม่ แม้ว่าดีไซน์ภายนอกจะยังดูคล้ายรุ่นก่อนหน้า แต่นี่คือ All-new ใหม่ทั้งหมด เสริมด้วยระบบความปลอดภัย EyeSight ซึ่งอาศัยกล้องเพียง 2 ตัวในการควบคุม แต่กลับมีการทำงานที่ครอบคลุมมากกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด บวกกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD อันเลื่องชื่อของซูบารุ แม้ว่าดีไซน์ของรถคันนี้จะดูเรียบๆ ไม่หวือหวาเหมือนคู่แข่ง แต่เมื่อได้ลองสัมผัสดูแล้ว มันทำให้เราติดใจรถคันนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นเลย

 

ราคาจำหน่าย Subaru Forester 2020 ใหม่ มีดังนี้

– รุ่น 2.0 i-L ราคา 1,330,000 บาท
– รุ่น 2.0 i-S ราคา 1,380,000 บาท
– รุ่น 2.0 i-S EyeSight ราคา 1,450,000 บาท