รวมข้อสอบใบขับขี่ 2563 สำหรับรถยนต์ พร้อมเฉลยคำตอบทุกข้อ

10980
0

แนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ปี 2563 ล่าสุด พร้อมเฉลยทุกข้อสำหรับเตรียมตัวก่อนสอบ คัดเนื้อหาแบบเน้นๆ ครอบคลุมทุกหมวด ทั้งกฎหมายรถยนต์, กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก, เครื่องหมายจราจรที่สำคัญ ฯลฯ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่ให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

หากคุณต้องเข้าสอบขอรับใบขับขี่แล้วไม่มั่นใจว่าจะผ่านหรือไม่ บทความนี้พร้อมติวโจทย์กับคำตอบที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณผ่านขั้นตอนสอบข้อเขียนที่มีการสุ่มคำถามขึ้นมา 50 ข้อ โดยต้องตอบให้ถูกอย่างต่ำ 45 ข้อ หรือคิดเป็น 90% ถึงจะผ่านการทดสอบดังกล่าว

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราขอสุ่มตัวอย่างคำถามจากข้อสอบจริงที่มีอยู่ 12 หมวด โดยเลือกออกมาเพียง 30 ข้อ ต่อหนึ่งหมวด หรือบางหมวดอาจมีน้อยกว่านั้น เพื่อให้ผู้อ่านคุ้นชินกับแนวข้อสอบที่อาจพบเจอจริง

1.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

1) ผู้ขับรถที่กระทำผิดตามกฎหมายจราจรทางบก และได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจรต้องไปติดต่อชำระค่าปรับภายในกี่วัน
ก. 10 วัน
ข. 7 วัน
ค. 15 วัน
ง. 30 วัน

2) ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีความผิดอย่างไร
ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี
ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ง. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

3) ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุมีความผิดอย่างไร
ก. ปรับไม่เกินห้าพันบาท
ข. จำคุกไม่เกินสามเดือน
ค. ปรับไม่เกินสองพันบาท 
ง. จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน

4) การเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 7 วัน 
ข. 10 วัน
ค. 15 วัน
ง. 20 วัน

5) รถยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
ก. 5 ปี
ข. 6 ปี
ค. 3 ปี
ง. 7 ปี

6) ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถ” หมายความว่า
ก. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง
ค. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์
ง. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง รถแทรกเตอร์

7) ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถยนต์” หมายความว่า
ก. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่
ข. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ค. รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ง. รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล

8) หากประสงค์จะย้ายรถ เจ้าของรถต้องแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 30 วัน
ข. 7 วัน
ค. 15 วัน
ง. 60 วัน

9) หากประสงค์จะโอนรถ เจ้าของรถต้องแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 60 วัน
ข. 25 วัน
ค. 30 วัน
ง. 15 วัน

10) กรณีเจ้าของรถมีภารกิจไม่สามารถมาดำเนินการแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อใดถูกต้อง
ก. ไม่เสียค่าปรับ เนื่องจากจำเป็น
ข. มีความผิด ต้องชำระค่าปรับโอนเกินกำหนด
ค. รถไม่สามารถแจ้งย้ายได้
ง. ผิดทุกข้อ

11) รถยนต์ ไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (ป้ายแดง) ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ขับได้ในช่วงเวลาใด
ก. ขับได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 16.00 น.
ข. ขับได้ตลอดเวลา
ค. ห้ามขับเพราะยังไม่ได้เสียภาษี
ง. ขับได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก

12) รถที่ไม่ได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละเท่าใด
ก. ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน
ข. ร้อยละ 1 บาทต่อปี
ค. ร้อยละ 10 บาทต่อเดือน
ง. ร้อยละ 10 บาทต่อปี

13) รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบสามปี จะมีผลตามกฎหมายอย่างใด
ก. ทะเบียนระงับ
ข. สามารถนำรถไปตรวจสภาพและต่อภาษีประจำปีได้
ค. สามารถกระทำได้ตามข้อ 1 และ 2
ง. สามารถนำรถไปแจ้งไม่ใช้ตลอดไปและจดทะเบียนใหม่ได้

14) ข้อใดถูกต้อง
ก. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ข. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ค. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ง. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน

15) ข้อใดถูกต้องในขณะขับรถ
ก. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ
ข. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ
ค. ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ
ง. ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ

16) ข้อใดถูกต้อง
ก. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
ข. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้
ค. ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
ง. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้

17) หากประสงค์จะเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวเป็นประเภทส่วนบุคคลชนิด 5 ปี ข้อใดถูกต้อง
ก. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 30 วัน
ข. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 60 วัน
ค. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 1 เดือน
ง. สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 3 เดือน

18) ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชนิด 5 ปีต่ออายุล่วงหน้ากี่เดือน
ก. 1 เดือน
ข. 3 เดือน
ค. 4 เดือน
ง. 6 เดือน

19) นาย ก. เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว จะต้องไปดำเนินการที่ใด
ก. สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ทุกแห่ง
ข. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น กรุงเทพมหานคร
ค. สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง
ง. ผิดทุกข้อ

20) นายชาย พิการไม่มีนิ้วมือข้างซ้าย ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ เพราะ นายชายเป็นผู้มีร่างกายพิการ
ข. ไม่ได้ เพราะ ขัดต่อระเบียบกรมการขนส่งทางบก
ค. ได้ เพราะ หากนายชายมีบัตรผู้พิการ
ง. ได้ เพราะ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้

21) ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ก. ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
ข. อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
ค. มีประสบการณ์ในการขับรถมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
ง. ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์และใบอนุญาตขับรถยนต์

22) หากปรากฏภายหลังว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตขับรถ ท่านจะปฏิบัติอย่างไร
ก. แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตและนำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคืนกรมการขนส่งทางบก
ข. แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาต
ค. ใช้ใบอนุญาตขับรถนั้นต่อไป
ง. นำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคืน

23) กรณีถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน
ก. 30 วัน
ข. 15 วัน
ค. 45 วัน
ง. 60 วัน

24) ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต้องส่งคืนใบอนุญาตขับรถให้แก่นายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 30 วัน
ข. 15 วัน
ค. 60 วัน
ง. 90 วัน

25) ใบอนุญาตขับรถสูญหายต้องแจ้งนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันทราบเหตุนั้น
ก. 15 วัน
ข. 30 วัน
ค. 60 วัน
ง. 90 วัน

26) เมื่อกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และได้รับคำสั่งผู้ตรวจการรถยนต์ให้ไปรายงานตัวผู้ขับรถจะต้องไปรายงานตัวต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก. 3 วัน
ข. 7 วัน
ค. 10 วัน
ง. 15 วัน

27) เมื่อรถทะเบียนระงับ หากประสงค์จะจดทะเบียนรถใหม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพรถที่ใด
ก. สำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
ข. สถานตรวจสภาพเอกชนในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
ค. สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
ง. ไม่สามารถจดทะเบียนรถได้เนื่องจากทะเบียนระงับแล้ว

28) ประกันภัยชนิดใดใช้ประกอบการต่ออายุภาษีประจำปี
ก. ประกันภัยชนิด 1
ข. ประกันภัยชนิด 2
ค. ประกันภัยชนิด 3
ง. ประกันภัยชนิด คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

29) ข้อใดถูกต้อง
ก. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ข. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ค. รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ง. รถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน

30) ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วราวต้องมีอายุกี่ปี
ก. ไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์
ข. ไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์
ค. ไม่ต่ำกว่า 17 ปี บริบูรณ์
ง. ไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์

 

2. ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

1) การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
ข. เมื่อพบป้ายเตือนทางร่วมทางแยกให้ขับรถด้วยความเร็วปกติ
ค. หากไม่มีสัญญาณไฟจราจร ให้รถคันที่ใหญ่กว่าผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน
ง. เมื่อพบป้ายเตือนสัญญาณไฟบริเวณทางร่วมทางแยกให้ขับรถไปตามปกติ

2) ผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวรถต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร
ข. เปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยว 20 เมตร
ค. หยุดรถเพื่อเตรียมตัวเลี้ยว
ง. เร่งความเร็วก่อนเลี้ยว

3) การหยุดรถบริเวณทางแยกผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดทับเส้นแนวหยุด
ข. หยุดหลังเส้นแนวหยุด
ค. หยุดเลยเส้นแนวหยุด
ง. หยุดเลยป้ายหยุด

4) การจอดรถต้องจอดให้ห่างจากขอบทางไม่เกินกี่เซนติเมตร
ก. ห่างไม่เกิน 35 เซนติเมตร
ข. ห่างไม่เกิน 30 เซนติเมตร
ค. ห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร
ง. ห่างไม่เกิน 40 เซนติเมตร

5) การขับรถแซงรถคันหน้าต้องแซงด้านขวามือ ยกเว้นกรณีใดที่สามารถแซงด้านซ้ายมือได้
ก. เมื่อรถที่จะถูกแซงกำลังเลี้ยวขวา หรือให้สัญญาณว่าจะเลี้ยวขวา
ข. แซงรถคันอื่นทางด้านซ้ายในทางเดินรถช่องทางเดียว
ค. แซงรถคันอื่นในช่องทางขวาของรถที่ถูกแซง
ง. แซงรถคันอื่นทางด้านซ้ายขณะรถวิ่งบนสะพาน

6) เขตปลอดภัย หมายความว่าอย่างไร
ก. พื้นที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้ผู้ขับขี่เห็นว่าปลอดภัยขับต่อไปได้
ข. เขตที่ผู้ขับขี่สามารถนำรถผ่านเข้าไปได้
ค. พื้นที่ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้เห็นได้ชัดเจนทุกเวลาสำหรับให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงจากรถหยุดรอก่อนจะข้ามทางต่อไป
ง. เขตที่คนเดินเท้าสามารถข้ามทางได้โดยไม่ต้องหยุดรอ

7) สัญญาณจราจรไฟสีแดงที่ทำเป็นรูปกากบาทเฉียงอยู่เหนือช่องเดินรถ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถอย่างไร
ก. จอดรถในช่องเดินรถนั้น
ข. หยุดและจอดรถในช่องเดินรถนั้น
ค. ขับรถในช่องเดินรถนั้น
ง. หยุดรถในช่องเดินรถนั้น

8) เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนซ้ายออกไปเสมอระดับไหล่ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ
ก. ด้านข้าง
ข. ด้านหน้าและด้านหลัง
ค. ด้านหลัง
ง. ด้านหน้า

9) เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ
ก. ด้านหลัง
ข. ด้านหน้าและด้านหลัง
ค. ด้านหน้า
ง. ด้านข้างและด้านหลัง

10) การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดง ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง
ข. ลดความเร็วของรถลงและผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง
ค. จอดรถด้วยความระมัดระวัง
ง. เพิ่มความเร็วของรถและผ่านทางเดินรถนั้นไปโดยเร็ว

11) การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีเหลือง ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ลดความเร็วของรถลงและผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง
ข. หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง
ค. จอดรถ
ง. เพิ่มความเร็วของรถและผ่านทางเดินรถนั้นไปโดยเร็ว

12) ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย ยกเว้นกรณีใดสามารถเดินรถทางขวา หรือ ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถได้
ก. ไม่มีรถสวนทางมา
ข. ทางเดินรถกว้างมาก
ค. ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวาง
ง. ทางเดินรถมีน้ำท่วมขัง

13) ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าเท่าไร
ก. ในระยะที่จะสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น
ข. ไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ค. ไม่น้อยกว่า 1 เมตร
ง. ไม่น้อยกว่า 3 เมตร

14) ผู้ขับขี่ต้องการจะเลี้ยวซ้ายต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายก่อนถึงทางเลี้ยวกี่เมตร
ก. ไม่น้อยกว่า 15 เมตร
ข. ไม่น้อยกว่า 20 เมตร
ค. ไม่น้อยกว่า 25 เมตร
ง. ไม่น้อยกว่า 30 เมตร

15) ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้าหรือไฟท้ายรถ ให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก. 150 เมตร
ข. 100 เมตร
ค. 60 เมตร
ง. 120 เมตร

16) ในการขับรถสวนทางกัน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. แซงเข้าไปในช่องเดินรถประจำทางได้
ข. ให้ขับรถชิดด้านซ้าย
ค. ในทางที่มีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าไม่ต้องหยุดรอให้รถที่สวนมาผ่านไปได้
ง. ในทางแคบที่ไม่อาจสวนกันได้ ผู้ขับรถคันที่เล็กกว่า ต้องหยุดชิดด้านซ้ายให้รถคันที่ใหญ่กว่าไปก่อน

17) ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นขณะที่มีหมอก ฝุ่น ฝน หรือควัน จนไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะเท่าใด
ก. 60 เมตร
ข. 90 เมตร
ค. 70 เมตร
ง. 80 เมตร

18) บริเวณใดห้ามขับรถแซงรถคันอื่น
ก. ทางโค้งรัศมีแคบ
ข. ในกรณีที่ทางเดินรถด้านซ้ายมีสิ่งกีดขวาง
ค. 150 เมตร จากทางร่วมทางแยก
ง. แซงด้านซ้ายในขณะที่มีรถรอเลี้ยวขวา

19) บริเวณใดสามารถกลับรถได้
ก. ทางเดินรถที่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ
ข. บริเวณบนสะพาน
ค. ระยะ 150 เมตร จากทางราบของเชิงสะพาน
ง. เขตปลอดภัย

20) เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?
ก. ลดความเร็วของรถลงและเลี้ยวซ้ายผ่านไปได้ทันที
ข. หยุดรอจนกว่าจะได้รับสัญญาณไฟเขียวจึงเลี้ยวซ้ายไปได้
ค. หยุดรอให้คนข้ามถนนและรถที่มาจากทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อนแล้วจึงเลี้ยวซ้ายผ่านไป
ง. เลี้ยวซ้ายผ่านไปได้ทันที

21) เมื่อถึงทางรถไฟและมีรถไฟกำลังแล่นผ่าน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร
ข. ขับรถผ่านไปโดยเร็ว
ค. ให้เสียงสัญญาณแตรเตือนและขับผ่านไปได้
ง. หยุดรอสัญญาณไฟและเปิดไฟฉุกเฉิน

22) เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่หลบหนีจะมีผลอย่างไร
ก. ไม่มีผล เพราะไม่ใช่ฝ่ายผิด
ข. ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิด
ค. มีผลให้เป็นฝ่ายถูก
ง. จะได้รับการกันไว้เป็นพยาน

23) สัญญาณเสียงแตรใช้ได้เมื่อใด
ก. ใช้ได้เมื่อรถคันหน้าขับช้า
ข. ใช้ได้ตามสะดวก
ค. ใช้ตลอดเวลา
ง. ใช้ได้เมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

24) ผู้ขับรถที่ดื่มสุราเมื่อวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจจะต้องไม่เกินเท่าใด
ก. ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น
ข. ไม่เกิน 70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น
ค. ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น
ง. ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น

25) ขณะขับรถตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมีโทษอย่างไร
ก. จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 1,000 ถึง 50,000 บาท
ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ง. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

26) ในเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ต้องขับรถด้วยความเร็วเท่าไร
ก. ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข. ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ค. ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ง. ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

27) นอกเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ต้องขับรถด้วยความเร็วเท่าไร
ก. ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข. ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ค. ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ง. ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

28) ในการให้สัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องให้ผู้ขับรถคันอื่นเห็นได้ในระยะเท่าไร
ก. ไม่น้อยกว่า 10 เมตร
ข. ไม่น้อยกว่า 15 เมตร
ค. ไม่น้อยกว่า 60 เมตร
ง. ไม่น้อยกว่า 30 เมตร

29) ข้อใดเปิดไฟฉุกเฉินได้ถูกต้อง
ก. รถเสียหรือรถเกิดอุบัติเหตุ
ข. เปิดได้ตลอดเวลา
ค. มีหมอก
ง. ผ่านทางแยก

30) ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. บรรทุกได้กว้างกว่าความกว้างของตัวรถข้างละ 1 เมตร
ข. บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร
ค. บรรทุกสูงโดยวัดจากสิ่งของที่บรรทุกได้เกิน 5 เมตร
ง. บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหน้าไม่เกิน 2.50 เมตร

 

3.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดเครื่องหมายทางพื้น

1) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เพิ่มความระมัดระวัง แล้วหยุดรถ
ข. เพิ่มความระมัดระวัง เขตหยุดรับ-ส่ง
ค. ขับรถให้ช้าลงถ้าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัยต่อรถคันอื่นหรือคนเดินเท้าในทางข้างหน้า ต้องหยุดรถก่อนถึงเส้นให้ทาง
ง. เพิ่มความระมัดระวัง แล้วจอดรถ

2) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. เส้นชะลอความเร็ว
ข. ให้เลี้ยวรถได้
ค. ห้ามเลี้ยวรถ
ง. ให้จอดรถได้

3) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วลง และรีบเร่งเครื่องไปก่อน
ข. ขับรถให้ช้าลง หากเห็นรถคันอื่นหรือคนเดินเท้าในทางขวางหน้า ต้องหยุดรถก่อนถึงแนวเส้นให้ทาง
ค. ให้ผู้ขับขี่ขับรถอย่างรวดเร็ว
ง. ให้ผู้ขับขี่ ขับรถให้ช้าลง แล้วแซงได้

4) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถภายในช่องจราจร ห้ามแซง ห้ามขับรถผ่านหรือคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด
ข. ขับรถให้ช้าลง ให้เลี้ยวขวา
ค. ขับรถไปทางด้านขวา ให้เลี้ยวซ้าย
ง. เพิ่มความระมัดระวัง ห้ามเลี้ยวซ้าย

5) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เพิ่มความระมัดระวัง และห้ามแซง
ข. ขับรถในช่องการจราจร ห้ามคร่อมเส้น แต่แซงได้
ค. เพิ่มความระมัดระวัง ห้ามเปลี่ยนช่องการจราจร
ง. ขับรถให้ช้าลง ขับรถคร่อมเส้นได้

6) เครื่องหมายนี้ หมายความว่าอย่างไร
ก. ห้ามหยุดรถทุกชนิดภายในกรอบเส้นทแยง ห้ามหยุดรถยกเว้นรถที่หยุดรอเพื่อเลี้ยวขวา
ข. รถยนต์ทุกชนิด จอดรถได้
ค. รถยนต์ทุกชนิด หยุดรถได้
ง. รถยนต์ทุกชนิด กลับรถได้

 

4.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดป้ายบังคับ

1) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ขับรถแซงคันอื่นได้เลย ในเขตที่มีเครื่องหมายนี้
ข. ให้ทางแก่รถคันอื่นก่อน ในเขตที่มีเครื่องหมายนี้
ค. ให้หยุดรถก่อน ในเขตที่มีเครื่องหมายนี้
ง. ห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ในเขตทางที่ติดตั้งป้าย

2) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ห้ามขับรถทุกชนิดเข้าไปในทิศทางที่ติดตั้งป้าย
ข. ให้คนเดินเข้าไป ในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ให้เฉพาะรถเก๋งเข้าไป ในเขตที่ติดตั้งป้าย
ง. ให้รถเข้าไปได้ ในเขตที่ติดตั้งป้าย

3) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามกลับรถไปทางขวา
ข. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ค. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ง. ให้กลับรถไปทางขวา

4) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ข. ห้ามกลับรถไปทางขวา
ค. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ง. ให้กลับรถไปทางขวา

5) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ข. ให้กลับรถไปทางขวา
ค. ห้ามเลี้ยวซ้าย
ง. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย

6) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ข. ให้กลับรถไปทางขวา
ค. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ง. ห้ามเลี้ยวขวา

7) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
ข. ให้เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
ค. ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย
ง. ให้เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย

8) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเลี้ยวขวาหรือกลับรถ
ข. ให้เลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
ค. ให้เลี้ยวขวาหรือกลับรถ
ง. ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ

9) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
ข. ให้เลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
ค. ให้ไปทางซ้ายหรือทางขวา
ง. ห้ามไปทางซ้ายหรือทางขวา

10) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ข. ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ห้ามเฉพาะรถยนต์ผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ง. ให้รถยนต์จอด และหยุดรับ-ส่งได้ในเขตที่ติดตั้งป้าย

11) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่านเข้าออกในเขตทางที่ติดตั้งป้าย
ข. ให้รถบรรทุกผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ง. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย

12) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่าน
ข. ห้ามรถจักรยานยนต์ผ่าน
ค. ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่าน
ง. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่าน

13) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามรถยนต์ผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ข. ห้ามรถยนต์จอด แต่หยุดรับ-ส่งได้ในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ง. ห้ามรถจักรยานยนต์และรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าออก

14) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามจอดรถ
ข. ห้ามหยุดรถ
ค. ห้ามใช้เสียง
ง. ให้ใช้เสียงได้

15) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้หยุดรถ
ข. ห้ามจอดรถทุกชนิด
ค. ให้แซงได้
ง. ให้ทาง

16) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้ล้อเลื่อนลากเข็นจอด
ข. ให้รถจักรยานจอด
ค. ให้รถจักรยานยนต์จอด
ง. ห้ามหยุดหรือจอดรถทุกชนิด

17) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามคนผ่าน
ข. ทางข้าม
ค. บริเวณคนข้ามถนน
ง. เฉพาะคนเดิน

18) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้ใช้น้ำหนักไม่เกิน 50 กก.
ข. ห้ามใช้เสียงเกิน 50 เดซิเบล
ค. ห้ามใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดเป็น “กิโลเมตรต่อชั่วโมง” ตามจำนวนตัวเลขที่รับในป้ายนั้นๆ
ง. ให้ใช้ความเร็วเกิน 50 กม./ชม.

19) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามรถกว้างเกินกำหนด
ข. ห้ามรถยาวเกินกำหนด
ค. ห้ามรถบรรทุกชนิดที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดเป็น “ตัน” ตามจำนวนตัวเลขที่ระบุในป้ายนั้นๆ ผ่านเข้าออก
ง. จำกัดความเร็ว

20) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ห้ามหยุดรถทุกชนิด
ข. ให้ขับรถไปได้เฉพาะรถเก๋ง เพราะเป็นทางเอก
ค. ให้ลดความเร็วลง และขับต่อไปช้าช้า
ง. ต้องหยุดให้รถและคนเดินเท้าในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงขับรถต่อไปได้

21) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้ทางแก่รถหรือคนเดินเท้าบนทางขวางข้างหน้าผ่านไปก่อน
ข. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ค. ห้ามกลับรถไปทางขวา
ง. ให้กลับรถไปทางขวา

22) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ห้ามขับรถยนต์ผ่าน
ข. ต้องหยุดรถตรงตำแหน่งที่ติดตั้งป้ายและให้รถที่กำลังสวนทางมาผ่านไปก่อน
ค. ให้ลดความเร็วแล้วขับรถเบี่ยงไปทางด้านซ้าย
ง. ให้ลดความเร็วแล้วขับรถเบี่ยงไปทางด้านขวา

23) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ไม่ขับรถตรงไป
ข. ต้องขับรถตรงไปตามทิศทางที่ป้ายกำหนดเป็นทางเดินรถทางเดียวเท่านั้น
ค. ไม่ขับรถเข้าไป
ง. ให้ขับรถไปทางซ้าย

24) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางข้างหน้าเป็นทางบังคับให้เดินรถทางเดียวไปทางซ้ายเท่านั้น
ข. ไปได้เฉพาะทางขวาเท่านั้น
ค. ห้ามขับรถไปทางขวา
ง. ให้ขับรถไปทางขวาเท่านั้น

25) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้ขับรถตรงไปอย่างเดียว
ข. ขับรถไปทางซ้ายได้อย่างเดียว
ค. ห้ามขับรถไปทางขวา
ง. ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านขวาของป้าย

26) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้เลี้ยวซ้าย
ข. ให้เลี้ยวขวา
ค. ให้ชิดขวา
ง. ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านซ้ายของป้าย

27) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านขวาของป้าย
ข. ให้ชิดซ้าย
ค. ให้เลี้ยวซ้าย
ง. ให้เลี้ยวขวา

28) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามไปทางซ้ายหรือทางขวา
ข. ให้ชิดซ้ายหรือชิดขวา
ค. ให้ชิดขวาอย่างเดียว
ง. ให้ชิดซ้ายอย่างเดียว

29) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. รถมีคนนั่งไม่น้อยกว่า 3 คน สามารถใช้ช่องเดินรถนี้ได้
ข. รถมีคนนั่ง 1 คน เข้าไปในช่องเดินรถนี้ได้
ค. ห้ามรถมีคนเกิน 3 คน เข้าไปในช่องเดินรถนี้
ง. รถมีคนนั่ง 2 คน เข้าไปในช่องเดินรถนี้ได้

30) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้เลี้ยวซ้าย
ข. ห้ามเลี้ยวขวา
ค. สุดเขตบังคับ
ง. ให้ใช้ความเร็ว

 

5.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดป้ายเตือน

1) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ขับรถช้าลง และระมัดระวังคนงานกำลังทำงาน อาจมีวัสดุอุปกรณ์วางบนผิดจราจร
ข. ให้ขับรถช้าลง และระมัดระวังคนงานกำลังสำรวจทาง
ค. ให้ขับรถช้าลง และระมัดระวัง เครื่องจักรกำลังทำงาน
ง. ให้ขับรถช้าลง และระมัดระวังคนงานกำลัง สำรวจสิ่งก่อสร้าง

2) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ควรขับรถให้ช้าลงและระมัดระวัง ทางข้างหน้ากำลังมีงานสำรวจอยู่บนผิวจราจรหรือทางเดินรถ
ข. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง คนกำลังทำงาน
ค. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง เครื่องจักรกำลังทำงาน
ง. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง สำรวจสิ่งก่อสร้าง

3) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีคนทำงาน
ข. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีรถไฟผ่าน
ค. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าสำรวจทาง
ง. ควรขับรถให้ช้าลง

4) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีสะพานแคบ
ข. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางลงลาดชัน
ค. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางขึ้นลาดชัน
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าต้องใช้ทางเบี่ยงด้านซ้าย

5) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางขึ้นลาดชัน
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าต้องใช้ทางเบี่ยงด้านขวา
ค. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางลงลาดชัน
ง. ขับรถให้ช้าลง เพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีสะพานแคบ

6) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทางซ้าย
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง
ค. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งรัศมีแคบไปทางซ้าย
ง. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทางขวา

7) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ขับรถด้วยความเร็ว เพื่อเข้าโค้งจะได้ไม่เสียการทรงตัว
ข. ให้ขับรถช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทางซ้าย
ค. ให้ขับรถช้าลง และให้ขับรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
ง. ขับรถให้ช้าลง ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งรัศมีแคบไปทางขวา

8) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ขับรถช้าลง และชิดขวา ขับรถไปตามทางโค้งกลับรัศมีแคบเริ่มซ้าย
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง
ค. ให้ขับรถช้าลง และชิดซ้าย ขับรถไปตามทางโค้งกลับรัศมีแคบเริ่มขวา
ง. ให้ขับรถช้าลง และชิดขวา ขับรถไปตามทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย

9) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางซ้าย
ข. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางโทตัดกับทางโทรูปตัวที
ค. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางเอกตัดกันรูปตัวที
ง. ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางข้างหน้าเป็นทางเอกตัดกันรูปตัววาย

10) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวา
ข. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางขวา
ค. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางโทแยกทางโททางขวา
ง. ขับรถด้วยความระมัดระวัง ทางเอกแยกทางเอกทางซ้าย

11) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางเอกตัดกันรูปตัววาย
ข. ทางเอกตัดกันรูปตัวที
ค. ทางเอกตัดทางโทรูปตัววาย
ง. ทางโทแยกทางเอกเยื้องกัน เริ่มซ้าย

12) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางโทแยกทางเอกเยื้องกัน เริ่มขวา
ข. ทางเอกตัดกันรูปตัววาย
ค. ทางเอกตัดกันรูปตัวที
ง. ทางเอกตัดทางโทรูปตัววาย

13) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางเอกตัดทางโทรูปตัวที
ข. ทางเอกตัดกันรูปตัววาย
ค. ทางโทเชื่อมทางเอกจากซ้าย
ง. ทางเอกตัดกันรูปตัวที

14) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางโทเชื่อมทางเอกจากขวา
ข. ทางโทเชื่อมทางเอกจากซ้าย
ค. ทางโทเชื่อมทางโทจากซ้าย
ง. ทางเอกเชื่อมทางเอกจากซ้าย

15) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางเอกแยกทางเอกจากซ้าย รูปตัววาย
ข. ทางโทแยกทางเอกจากซ้าย รูปตัววาย
ค. ทางโทแยกทางโทจากซ้าย รูปตัววาย
ง. ทางโทแยกทางเอกจากขวา รูปตัววาย

16) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางโทแยกทางเอกจากซ้าย รูปตัววาย
ข. ทางเอกแยกทางเอกจากซ้าย รูปตัววาย
ค. ทางโทแยกทางเอกจากขวา รูปตัววาย
ง. ทางโทแยกทางโทจากซ้าย รูปตัววาย

17) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางข้างหน้าจะเป็นทางแยก มีวงเวียน
ข. ทางข้างหน้าเป็นทางแยก
ค. ทางข้างหน้าเป็นทางแคบลง
ง. ทางข้างหน้ามีทางเอกตัดกัน

18) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางแคบลงด้านขวา
ข. ทางโค้งซ้าย
ค. ทางแคบลงด้านซ้าย
ง. ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่านทั้งสองด้าน

19) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางแคบลงทั้งสองด้าน
ข. ทางแคบลงด้านขวา
ค. ทางแคบด้านซ้าย
ง. ทางกว้างขึ้นทั้งสองด้าน

20) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางแคบด้านขวา
ข. ทางแคบลงทั้งสองด้าน
ค. ทางแคบลงด้านซ้าย
ง. ทางกว้างขึ้นทั้งสองด้าน

21) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง อันตรายจากรถที่สวนมาจากอีกฝั่งหนึ่งของสะพาน
ข. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางแคบลง
ค. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีช่องการจราจรลดลง
ง. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางข้างหน้ามีทางแคบด้านซ้าย

22) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ช่องจราจรปิดด้านซ้าย
ข. ช่องจราจรปิดด้านขวา
ค. ช่องจราจรปิดทั้งสองด้าน
ง. ช่องจราจรลดลงด้านซ้าย

23) เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ช่องจราจรปิดด้านขวา
ข. ช่องจราจรปิดทั้งสองด้าน
ค. ช่องจราจรลดลงด้านซ้าย
ง. ช่องจราจรปิดด้านซ้าย

24) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถด้วยความเร็วปกติ แต่ให้ระวังรถไฟกำลังผ่าน
ข. ขับรถให้ช้าลง และสังเกตดูรถไฟทั้งทางขวาและทางซ้าย ถ้ามีรถไฟกำลังจะผ่าน ควรหยุดรถห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร
ค. ขับรถอย่างรวดเร็ว เพราะมีรถไฟกำลังผ่าน
ง. ขับรถได้อย่างรวดเร็วเพราะไม่มีสิ่งกีดขวาง

25) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง พร้อมที่จะหยุดรถ ทางข้างหน้า ไม่มีเครื่องกั้น
ข. ขับรถให้ช้าลง พร้อมที่จะหยุดรถ สะพานแคบ
ค. ขับรถเร็วได้ ไม่ต้องหยุดรถ ทางข้ามทางรถไฟไม่มีเครื่องกั้น
ง. ขับรถให้ช้าลงและพร้อมที่จะหยุดรถ

26) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง รถมีขนาดกว้างไม่เกิน 2.50 เมตร ให้ผ่านไปได้
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้ากว้างเกิน 2.50 เมตร
ค. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าลอดต่ำกว่า 2.50 เมตร
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าสูงกว่า 2.50 เมตร

27) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางแคบลงไม่เกิน 2.50 เมตร
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางกว้างเกิน 2.50 เมตร
ค. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางสูงเกิน 2.50 เมตร
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง รถที่มีความสูงไม่เกิน 2.50 เมตรให้ผ่านไปได้

28) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายจากรถที่สวนมา เพราะทางข้างหน้าเป็นทางลาดชันทางขึ้นเขา
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ขับรถด้วยความรวดเร็ว เพราะมีหินร่วง
ค. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ให้ปลดเกียร์ หรือดับเครื่องทันทีเพื่อความปลอดภัย
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางลงลาดชัน ให้ใช้เกียร์ว่าง

29) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตราย ทางข้างหน้าอาจมีวัสดุผิวทางหลุดกระเด็น
ข. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ระวังหินร่วง
ค. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางลื่น
ง. ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวัง ทางคดเคี้ยว

30) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังทางข้างหน้าอาจมีหินร่วงลงมาในผิวทาง ทำให้กีดขวางการจราจร
ข. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทางขึ้นลาดชัน
ค. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทางลงลาดชัน
ง. ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทางแคบ

 

6.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดป้ายแนะนำ

1) เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ที่กลับรถ
ข. ที่ห้ามกลับรถ
ค. ที่ห้ามแซง
ง. เริ่มต้นทางด่วน (ทางหลวงพิเศษ)

2) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ทางข้างหน้ามีที่กลับรถสามารถกลับรถได้บริเวณที่มีป้าย “จุดกลับรถ”
ข. ห้ามกลับรถ
ค. กลับรถได้เฉพาะรถยนต์
ง. ให้เลี้ยวซ้าย

3) เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ที่กลับรถ
ข. ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังคนข้ามทาง ถ้ามีคนกำลังเดินข้ามทางควรหยุดให้คนเดินข้ามทาง
ค. ที่ห้ามคนข้ามถนน
ง. ที่สำหรับคนพิการ

7.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดมารยาทและจิตสำนึก

1) การขับรถเข้าวงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจรควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้รถทางขวามือของเราที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน
ข. ให้รถทางซ้ายมือของเราที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน
ค. ให้รถที่เข้าวงเวียนและจะเลี้ยวซ้ายไปก่อน
ง. ให้รถที่เข้าวงเวียนและจะตรงไปให้ไปก่อน

2) การขับรถเลี้ยวบริเวณทางแยกที่มีช่องจราจรมากกว่า 2 ช่องทาง ข้อใดถูกต้อง
ก. เปลี่ยนช่องจราจรไปทางซ้ายหรือขวาขณะอยู่ในทางเลี้ยว
ข. ขับคร่อมช่องจราจรเพื่อตีวงได้กว้างขึ้น
ค. ขับอยู่ในช่องจราจรเดิมตั้งแต่เริ่มเข้าทางแยกจนเลี้ยวเสร็จสิ้น
ง. ขับในช่องจราจรซ้ายสุดแล้วเปลี่ยนไปช่องจราจรด้านขวาในขณะเลี้ยว

3) ในกรณีที่ท่านขับรถผ่านซอยที่มีรถรอออกเป็นจำนวนมากควรปฏิบัติอย่างไร
ก. บีบแตรหรือให้สัญญาณไฟเตือนรถที่จะออกจากซอยก่อนขับผ่านไป
ข. เปิดทางให้รถออกจากซอยได้บ้างสลับกับรถทางตรง
ค. พยายามขับให้ชิดคันหน้าเพื่อไม่ให้รถในซอยแทรกออกมา
ง. ขับรถผ่านซอยด้วยความเร็วเพื่อส่งสัญญาณว่าขอไปก่อน

4) ทัศนคติและจิตสำนึกในการขับรถอย่างปลอดภัยของผู้ขับรถคืออะไร
ก. ขับรถช้า ใจเย็น
ข. ขับรถเก่งคล่องแคล่ว
ค. ขับรถอย่างมีสติเคร่งครัดวินัยจราจรแสดงออกถึงมารยาทและน้ำใจ
ง. ขับรถดีไม่เกิดอุบัติเหตุ

5) สิ่งใดที่ผู้ขับรถไม่ควรทำเมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียวให้ขับเคลื่อนรถไปได้
ก. ค่อยๆ เคลื่อนรถออกโดยทิ้งช่วงห่างกับคันหน้าพอสมควร
ข. ชะลอให้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้าเคลื่อนออกไปก่อน
ค. ตรวจสอบรถในทางแยกอื่นที่อาจวิ่งออกมาก่อนที่จะขับเข้าสู่ทางแยกด้านหน้า
ง. บีบแตรเร่งรถคันหน้าให้เคลื่อนตัวออกโดยเร็ว

6) สิ่งใดที่ผู้ขับรถควรทำเมื่อได้รับสัญญาณไฟเหลือง
ก. ชะลอรถและหยุดรถที่เส้นขาวให้หยุดรถเพื่อป้องกันการขับฝ่าสัญญาณไฟแดง
ข. บีบแตรเร่งรถคันหน้าให้ขับเร็วขึ้นเพื่อให้รถเราไม่ติดสัญญาณไฟแดง
ค. ขับเปลี่ยนเลนเพื่อแซงรถขึ้นไปให้พ้นสัญญาณไฟแดง
ง. ขับตามคันหน้าไปโดยฝ่าสัญญาณไฟแดง

7) สิ่งที่ผู้ขับรถควรทำเมื่อเห็นคนยืนบนฟุตบาทและแสดงท่าที่จะข้ามถนนตรงทางม้าลาย
ก. บีบแตรเตือนคนที่จะข้ามถนนและเร่งความเร็วผ่านไป
ข. แตะเบรกเตือนให้รถหลังรู้ว่าท่านกำลังจะหยุดรถ และหยุดรถตรงทางม้าลาย
ค. ขับรถตามหลังท้ายคันหน้าอย่างกระชั้นชิดโดยไม่หยุดให้คนข้ามถนน
ง. ขับรถแซงคันที่จอดรถให้คนข้ามและขับผ่านไปโดยเร็ว

8) การให้สัญญาณไฟที่ถูกต้องเมื่อขับรถเข้าสู่ทางร่วมทางแยก
ก. ให้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อต้องการขับรถตรงไป
ข. ให้สัญญาณไฟเฉพาะเลี้ยวขวาเท่านั้น
ค. ให้สัญญาณไฟทุกครั้งเมื่อต้องการเลี้ยวซ้ายหรือขวา
ง. ไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยวขวาหรือซ้าย เมื่อขับตามรถคันหน้าที่ให้สัญญาณไฟเลี้ยวไปทางเดียวกัน

9) ใครบ้างที่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารไปในรถยนต์เพื่อความปลอดภัยของชีวิต
ก. คนขับรถและผู้โดยสารทุกคนทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่นั่งตอนหน้าและตอนหลังรถ
ข. คนขับรถและผู้โดยสารที่นั่งตอนหน้ารถเท่านั้น
ค. คนขับรถและผู้โดยสารที่มีอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป เพราะสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้
ง. คนขับรถและผู้โดยสาร ยกเว้นคนแก่กับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปีลงมา

10) ผู้ขับรถควรทำอย่างไรให้แซงรถได้อย่างปลอดภัยและไม่เสียมารยาท
ก. บีบแตรให้สัญญาณก่อนแซง เร่งความเร็วแซงซ้ายหรือขวาขึ้นไปตลอดเส้นทางที่รถวิ่ง
ข. ให้สัญญาณไฟก่อนแซง เร่งความเร็วแซงขึ้นไปแซงแล้วรีบหักกลับเข้าช่องทางเดิมในระยะกระชั้นชิด ลดความเร็วลงให้เท่ากับรถที่แซงขึ้นไป
ค. บีบแตรให้สัญญาณก่อนแซง เร่งความเร็วแซงขึ้นไปแซง แล้ววิ่งรถคู่ขนานไปกับรถที่แซงขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง
ง. ให้สัญญาณไฟก่อนแซง เร่งความเร็วแซงขึ้นไป เว้นระยะห่างก่อนให้สัญญาณไฟขอกลับเข้าช่องจราจรเดิม เร่งความเร็วรถให้เหมาะสมกับรถที่อยู่ด้านหน้า

11) ท่านควรทำอย่างไรเมื่อผู้ขับรถคันอื่นให้สัญญาณไฟขอเข้าใช้ช่องจราจรร่วมกับท่าน
ก. ให้สัญญาณตอบรับโดยชะลอความเร็ว เว้นระยะให้รถคันนั้นสามารถเปลี่ยนช่องจราจรเบี่ยงเข้ามาได้อย่างปลอดภัย 
ข. บีบแตรเตือน รีบขับชิดรถคันหน้า กันไม่ให้เบี่ยงแทรกเข้ามา
ค. ขับชิดรถคันหน้า พยายามเบียดไม่ให้รถคันหน้าแทรกเข้ามาด้านหน้ารถได้
ง. เร่งความเร็วรถเป็นระยะ ไม่เปิดช่องว่างให้แทรกเข้ามาในช่องจราจรของเราได้

12) เมื่อขับรถในช่องจราจรขวาสุด และมีรถด้านหลังขับขึ้นมาด้วยความเร็วสูง ท่านควรทำอย่างไร
ก. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย และเปลี่ยนไปยังช่องจราจรด้านซ้าย เพื่อให้รถที่มีความเร็วสูงกว่ารถของท่านแซงขึ้นไปอย่างปลอดภัย
ข. เร่งความเร็วหนีรถด้านหลัง พยายามขับทิ้งระยะให้ห่างจากรถคันหลัง
ค. ขับด้วยความเร็วเดิม เพื่อให้รถด้านหลังเปลี่ยนช่องจราจรไปทางซ้าย
ง. ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย หักหลบไปยังช่องจราจรซ้าย เร่งความเร็วแข่งกับรถในช่องจราจรขวา

13) ท่านควรทำอย่างไรเมื่อผู้ขับรถคันอื่นเปิดทางให้ท่านไปก่อนหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรด้วย
ก. เร่งรถออกไปโดยตัดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไปด้วย
ข. ก้มหัวหรือยกมือขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรในลักษณะเร่งร้อน
ค. ก้มหัวขอบคุณ พร้อมกับเคลื่อนรถออกไปหรือเข้าร่วมใช้ช่องจราจรที่ขอเข้าร่วมด้วยความระมัดระวัง
ง. ขับรถออกไปหรือเข้าร่วมช่องจราจรแบบช้าๆ และพยายามเบียดข้ามไปยังช่องจราจรถัดไป

14) การกระทำใดของผู้ขับรถซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไร้มารยาทและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
ก. ขับรถตามรถด้านหน้าโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสม
ข. ขับรถจี้ท้ายรถด้านหน้าที่ขับช้า พร้อมกับบีบแตรไล่
ค. บีบแตรเตือนรถที่กำลังถอยหลังมาชนรถของท่านซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่
ง. เปิดไฟตัดหมอกเมื่อฝนตกหนัก

15) การใช้ไฟสูงที่ถูกต้องและไม่เสียมารยาท
ก. เปิดไฟสูงเพื่อตรวจสอบสภาพถนนและริมถนน เฉพาะเส้นทางที่มืดมากและไม่มีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าหรือสวนทางมา และปิดไฟสูงทันทีที่มีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าหรือสวนทางมา
ข. เปิดไฟสูงแทนไฟส่องสว่างเมื่อวิ่งบนถนนต่างจังหวัดที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างสองข้างทางและสามารถมองเห็นไฟท้ายรถคันหน้า
ค. เปิดไฟสูงทุกครั้งเมื่อวิ่งเข้าทางโค้งที่มืดมากและมีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าหรือสวนทางมา
ง. เปิดไฟสูงทุกครั้งเมื่อวิ่งบนถนนซึ่งเป็นทางขึ้นเนินหรือลงเนินที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง และสามารถมองเห็นไฟหน้ารถที่วิ่งสวนทางมา

16) การกระทำใดของผู้ขับรถซึ่งเป็นการกระทำที่แสดงถึงความมีมารยาทและน้ำใจให้แก่ผู้ใช้ถนนร่วมกัน
ก. ขับรถแซงคิวแทรกเข้าตรงเชิงสะพานหรือก่อนเข้าซอย
ข. ขับรถบนไหล่ทางเพื่อไปแทรกเข้าด้านหน้าในช่องจราจรปกติ
ค. กลับรถบนถนนที่มีช่องจราจรสวนทางกันในลักษณะกีดขวางการจราจร
ง. ไม่หยุดรถบนเส้นทแยงสีเหลืองหรือบริเวณปากซอยและเปิดทางให้รถในเส้นทางอื่นสามารถขับผ่านไปได้ในขณะที่รถท่านติดการจราจร

17) ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องและแสดงมารยาทที่ดีของผู้ขับรถยนต์
ก. ไม่ใช่ผู้พิการแต่จอดรถในพื้นที่จอดรถของผู้พิการ
ข. ต้องการไปทางตรงแต่ขับรถในช่องจราจรเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาหรือกลับรถ
ค. กลับรถที่จุดกลับรถทุกครั้งแม้จะอยู่ไกล 
ง. จอดรถขวางรถคันอื่นโดยเข้าเกียร์และเบรกมือ

18) เมื่อขับรถเข้าเขตชุมชนที่มีการจราจรติดขัด ผู้ขับรถควรทำอย่างไร
ก. บีบแตรเพื่อเร่งรถคันหน้าและเตือนคนเดินถนนให้หลีกทางไป
ข. ขับช้าๆ โดยระมัดระวังคนเดิน ใช้แตรเมื่อจำเป็นเพื่อเตือนคนเดินถนนหรือรถคันอื่นเท่านั้น
ค. ขับเบียดรถที่จอดหรือคนเดินถนนโดยล้ำไปยังช่องจราจรที่สวนมา
ง. ขับย้อนศรเพื่อหนีการจราจรติดขัดไปยังเส้นทางอื่น

19) ในขณะที่ท่านขับรถและสังเกตเห็นว่าด้านหน้ามีผู้กำลังจะข้ามถนน ท่านจะทำอย่างไร
ก. พยายามขับรถผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ข. บีบแตรเสียงดัง และขับรถผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ค. ลดความเร็วและหยุดรถด้วยความปลอดภัย เพื่อให้คนข้ามถนน
ง. เบรกหยุดรถอย่างรวดเร็ว เพื่อให้คนข้ามถนน

20) หากมีผู้ขับรถกำลังกลับรถเข้ามาในช่องทางที่ท่านขับรถอยู่ ท่านจะตัดสินใจทำอย่างไร
ก. มีใจกรุณาโอบอ้อมอารีให้ทางแก่ผู้กลับรถ
ข. หงุดหงิด บีบแตรไล่ แต่หยุดรถให้
ค. เร่งความเร็วเพื่อขอทางไม่ให้กลับรถ
ง. หลบรถโดยแซงไปอีกช่องทางหนึ่ง

21) ในการขับรถช่วงเวลากลางคืน ควรที่จะมีการใช้ไฟหน้ารถอย่างไร
ก. เปิดไฟสูงตลอดเวลาที่ขับขี่
ข. เปิดทั้งไฟหน้า และไฟตัดหมอก
ค. เปิดไฟหน้า ไฟตัดหมอก และไฟกระพริบฉุกเฉิน
ง. เปิดไฟต่ำเมื่อมีรถอยู่ด้านหน้าและรถสวนทางมา

22) การขับรถผ่านช่วงทางโค้ง ทางร่วม ทางแยก ในช่วงเวลากลางคืนควรจะมีวิธีการใช้ไฟหน้ารถที่เหมาะสมอย่างไร
ก. ชะลอความเร็วก่อนเข้าทางแยก แล้วกระพริบไฟและเปิดไฟฉุกเฉิน
ข. ก่อนเข้าโค้งให้กระพริบไฟ และลดเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถสวนทาง
ค. ชะลอความเร็วก่อนเปิดไฟสูง
ง. ชะลอความเร็วก่อนเปิดไฟต่ำ

23) การขับรถผ่านชุมชน โรงเรียน หรือสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ชะลอความเร็ว บีบแตรเสียงดัง และใช้ความระมัดระวัง
ข. ชะลอความเร็ว และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่
ค. บีบแตรและชะลอความเร็ว
ง. บีบแตร และเร่งความเร็วเพื่อให้พ้นไปโดยเร็ว

24) หากในขณะขับรถ ท่านสังเกตเห็นรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกหรือรถอื่นๆ ที่ผู้ขับรถมีพฤติกรรมขับรถประมาท น่าหวาดเสียวและอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ท่านจะจัดการอย่างไร
ก. เปิดไฟฉุกเฉินแจ้งเตือนรถคันหลัง
ข. ขับรถขึ้นแซงให้พ้นไปอย่างรวดเร็ว
ค. ขับรถไล่ตาม และบีบแตรเพื่อให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว
ง. ควรชะลอรถให้ห่างจากรถคันดังกล่าว และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน

25) ท่านคิดว่าข้อใดเป็นการขับขี่ที่ไร้ซึ่งมารยาทอย่างมาก
ก. ใช้ความเร็วรถปกติ เมื่อมีรถคันอื่นกระพริบไฟขอทาง
ข. ขับรถชิดซ้าย หรือให้ทางแก่รถฉุกเฉิน
ค. ขับรถจี้ท้าย และบีบแตรไล่บนทางด่วน
ง. ชะลอความเร็วให้รถคันอื่นแซง

26) ท่านคิดว่าข้อใดเป็นการขับขี่รถที่ไร้ซึ่งจิตสำนึก
ก. ขับรถในขณะที่อ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือดื่มสุรา
ข. ชะลอความเร็วและระมัดระวังเมื่อขับรถผ่านสถานศึกษาที่มีนักเรียนพลุกพล่าน
ค. เมื่อรู้สึกว่าอ่อนเพลีย ง่วงนอน ให้หยุดรถพักผ่อนทันที
ง. ไม่มีข้อใดถูกเลย

27) ท่านคิดว่าผู้ขับขี่ ควรปฏิบัติตนอย่างไรในการขับขี่รถให้เกิดความปลอดภัย
ก. พูดคุยหยอกล้อกับแฟนสาวในขณะขับรถ
ข. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ
ค. ดื่มสุรา เที่ยวดึก นอนดึกเพื่อตื่นแต่เข้ามาขับรถ
ง. ไม่ประมาท มีวินัย และเคารพในกฎจราจร

28) การขับรถบนทางด่วนที่ถูกต้อง เหมาะสม ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถช้าในช่องทางด้านขวา
ข. ขับรถอย่างรวดเร็วในช่องทางด้านขวา
ค. ไม่ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
ง. ไม่ให้ขับรถแซงทางด้านซ้าย

29) ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องที่สุด
ก. ขับรถโดยมีใบขับขี่ที่ถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎจราจร
ข. ศึกษาเรียนรู้ในกฎจราจร
ค. ศึกษาเรียนรู้ในกฎจราจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ง. ตั้งใจฟังการถ่ายทอดอบรมเพื่อสอบใบขับขี่

30) ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ก. ตรวจเช็กบ้าง ไม่ตรวจเช็กบ้าง
ข. ไม่เคยตรวจสอบ ดูแล บำรุงรักษารถ
ค. ตรวจสอบรถปีละ 1 ครั้ง
ง. ตรวจเช็กรถตามคู่มือประจำรถ

 

8.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

1) ในการขับขี่ลงทางลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้เกียร์ต่ำเนื่องจากสาเหตุใด
ก. เพื่อเพิ่มกำลังของรถ
ข. เพื่อหน่วงความเร็วของรถ
ค. เพื่อลดความร้อนของเครื่องยนต์
ง. เพื่อเพิ่มความเร็วของรถ

2) เมื่อเกิดรถเสีย ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. จอดรถทิ้งไว้กลางถนน
ข. นำกิ่งไม้วางไว้ท้ายรถ
ค. เผาป่าข้างทางหากเป็นกลางคืน
ง. นำรถจอดเข้าข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉิน

3) ในการข้ามทางรถไฟรางคู่ที่ไม่มีเครื่องกั้นเมื่อรถไฟผ่านไปแล้วผู้ขับรถควรระวังสิ่งใดต่อไปนี้
ก. รถที่จะข้ามมาจากฝั่งตรงข้าม
ข. รถไฟที่อาจจะสวนทางมาอีกทางหนึ่ง
ค. คนที่จะเดินข้ามทางรถไฟ
ง. รถที่หยุดรอด้านหลัง

4) การจับพวงมาลัยนิ้วมือควรอยู่ในลักษณะใด
ก. นิ้วมือทั้งห้า จับพวงมาลัยให้กระชับ สามารถหมุนได้คล่องตัว
ข. นิ้วมือทั้งห้า กำพวงมาลัยให้แน่นที่สุด
ค. นิ้วมือทั้งห้าแตะที่พวงมาลัย สามารถหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว
ง. ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับพวงมาลัยเพียงสองนิ้ว

5) เมื่อผู้ขับขี่ขับรถเสียหลักบนถนนเปียกลื่น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เหยียบเบรกทันที แล้วค่อยๆออกตัวเร่งความเร็วใหม่
ข. ถอนคันเร่ง เหยียบเบรกเพื่อใช้เกียร์ต่ำ
ค. ถอนคันเร่ง จับพวงมาลัยให้มั่นประคองรถต่อไป
ง. ตั้งสติให้มั่น จับพวงมาลัยให้ดี

6) ขณะขับรถขึ้นทางลาดชัน ถ้าเครื่องยนต์ดับควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เหยียบเบรก ดึงเบรกมือ เข้าเกียร์ว่าง และ ติดเครื่องใหม่
ข. เหยียบเบรก ดึงเบรกมือ และ ติดเครื่องใหม่
ค. เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ ดึงเบรกมือ และติดเครื่องใหม่
ง. ปล่อยให้รถไหลไป แล้วค่อยประคองรถ

7) ขณะขับรถ ถ้ากระจกบังลมหน้ารถแตกร้าว ควรปฎิบัติอย่างไร
ก. ตั้งสติ ลดความเร็ว จอดรถข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉิน
ข. ตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉิน และขับรถต่อไป
ค. ตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉิน และหยุดรถทันที
ง. ตั้งสติ จอดรถข้างทาง

8) เพื่อความปลอดภัยในการขับรถช่วงฤดูฝน ควรตรวจสอบอุปกรณ์ส่วนควบสิ่งใดของรถก่อนเป็นลำดับแรก
ก. ที่ปัดน้ำฝน
ข. น้ำในหม้อน้ำ
ค. น้ำกลั่นแบตเตอรี
ง. ตรวจเช็คประตูหน้าต่างรถ

9) ข้อใดเปิดไฟหน้ารถไม่ถูกต้อง
ก. เมื่อไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าในระยะต่ำกว่า 150 เมตร
ข. เมื่อต้องเร่งรีบไปทำงาน 
ค. เมื่อฝนตกหนัก
ง. เมื่อมีควันไฟปกคลุมถนน

10) ในขณะที่ขับรถอยู่ มีกลิ่นเหม็นไหม้ แอร์เริ่มไม่เย็น เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับต่อไปเรื่อยๆ
ข. ลดความเร็วลงแล้วขับต่อไป
ค. หยุดรถทันทีกลางถนนห้ามเคลื่อนย้าย
ง. จอดรถในที่ปลอดภัยแล้วเรียกช่างมาตรวจเช็ค

11) การหยุดรถบนทางลาดชัน ควรปฏิบัติตามลำดับอย่างไรจึงจะปลอดภัย
ก. เหยียบคลัทช์ เหยียบเบรก ดึงเบรกมือ และปลดเกียร์ว่าง
ข. เหยียบคลัทช์ เหยียบเบรก ปลดเกียร์ว่าง
ค. เหยียบคลัทช์ เหยียบเบรก ดึงเบรกมือ
ง. เหยียบเบรกแล้วดึงเบรกมือ

12) การหมุนพวงมาลัยรถ ขณะจอดรถอยู่กับที่จะมีผลอย่างไร
ก. ทำให้หมุนพวงมาลัยง่ายขึ้น
ข. ดอกยางสึกเร็วกว่าปกติ
ค. สิ้นเปลืองน้ำมันเพาเวอร์
ง. สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

13) การหยุดรถอย่างกะทันหัน (รถไม่ใช้เบรก ABS) ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เหยียบเบรกแรงๆ โดยไม่ต้องถอนเบรก
ข. เหยียบคลัทช์ก่อน แล้วจึงเหยียบเบรก
ค. เหยียบเบรกและคลัทช์พร้อมกัน
ง. เหยียบและปล่อยเบรกสลับกัน (ย้ำเบรกซ้ำๆ)

14) รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงแล้วเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน (รถไม่ใช้เบรก ABS) จะมีผลอย่างไร
ก. จะหยุดรถได้ตามระยะที่กำหนด
ข. ล้อจะล็อค และรถจะหมุน
ค. รถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วลง
ง. ล้อจะล็อค และรถจะหยุดทันที

15) ขณะขับรถยางรถแตกจะมีอาการอย่างไร
ก. พวงมาลัยรถจะไร้น้ำหนัก
ข. พวงมาลัยจะหนัก รถจะเอียง
ค. รถหยุดกะทันหัน
ง. เบรกจะไม่ทำงาน

16) ในขณะขับรถ ยางรถแตกหรือระเบิด ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. คุมสติ บังคับพวงมาลัย ลดความเร็วลงและไม่ควรเหยียบเบรกกะทันหัน
ข. รีบเหยียบเบรกให้เร็วที่สุด
ค. หมุนพวงมาลัยอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเข้าข้างทาง
ง. ปลดเกียร์ว่างแล้วรีบเหยียบเบรก

17) ในขณะที่กำลังขับรถ ถ้าฝากระโปรงหน้ารถเปิด ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ลดความเร็วแล้วจอดข้างทาง.เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ข. หักเลี้ยวรถเข้าข้างทางทันที เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ค. เบรกกะทันหัน
ง. เหยียบคันเร่งให้มิดเพื่อฝากระโปรงจะได้กระแทกปิด

18) ข้อใดเป็นวิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถเกิดไฟลัดวงจ
ก. หาผ้าหนา ๆ มาตบ
ข. ตัดกระแสไฟ หรือหาทางงัดขั้วแบตเตอรีออกก่อน
ค. วิ่งหาน้ำมันมาราด
ง. ใช้ทรายสาดใส่

19) การปรับระดับที่นั่งคนขับห่างเกินไป จะมีผลอย่างไร
ก. ทำให้เข้าเกียร์ได้ง่าย
ข. ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นชัดเจนดีมาก สามารถตัดสินใจได้ดี
ค. บังคับพวงมาลัยลำบาก ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ไม่สะดวก เกิดเหตุฉุกเฉินไม่สามารถใช้คลัทช์ และเบรกได้
ง. ทำให้เบรกรถสะดวก

20) การตรวจสอบว่าเข็มขัดนิรภัยยังใช้งานได้ดีหรือไม่ ควรตรวจสอบอย่างไร
ก. กระตุกดึงสายเข็มขัดอย่างเร็ว แล้วสายเข็มขัดต้องล็อค
ข. ดูว่าเป็นของใหม่หรือไม่
ค. ดูว่าเข็มขัดมียี่ห้อหรือไม่
ง. ต้องมีสีเข้มๆ

21) ถ้ารถเสียหลักลื่นไถลพร้อมเสียการทรงตัว ควรปฏิบัติอย่างไรเป็นลำดับแรก
ก. รีบเข้าเกียร์ต่ำเพื่อชะลอความเร็ว
ข. ค่อยๆ เหยียบแป้นคลัทช์
ค. หมุนพวงมาลัยไปซ้ายบ้างขวาบ้าง
ง. ลดความเร็วจับพวงมาลัยให้มั่น

22) การจอดรถชิดขอบทาง ล้อหน้าควรอยู่ในลักษณะใด
ก. หันเข้าหาขอบทาง
ข. อยู่อย่างไรก็ได้
ค. ตรงและขนานกับขอบทางหรือฟุตบาต
ง. หันออกจากขอบทาง

23) การเข้าเกียร์ถอยหลังขณะรถยังไม่หยุดนิ่งมีผลเสียอย่างไร
ก. ไม่มีผลต่อส่วนใดของรถ
ข. เข้าเกียร์ยากและทำให้เกียร์เสียเร็วกว่าปกติ
ค. ทำให้น้ำมันเกียร์หมดเร็ว
ง. เครื่องยนต์กินน้ำมันเครื่อง

24) การขับรถถอยหลังควรใช้ความเร็วระดับใด
ก. ถอยช้าๆ แล้วใช้ความระมัดระวัง
ข. ถอยแบบไหนก็ได้
ค. ถอยเหมือนกับเดินหน้า
ง. ใช้ความเร็วตามสภาพของรถ

25) ข้อใดเป็นการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง
ก. ขึ้นเบรกมือ-ปลดเกียร์ว่าง-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-เหยียบคลัทช์-สตาร์ทเครื่องยนต์
ข. ปลดเกียร์ว่าง-ขึ้นเบรกมือ-สตาร์ทเครื่องยนต์
ค. เหยียบคลัทช์-สตาร์ทเครื่องยนต์
ง. ปลดเบรกมือ-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-สตาร์ทเครื่องยนต์

26) หากเกิดฝนตกหนักจนมองเห็นทางไม่ชัดเจน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. จอดรถทันที
ข. เปิดไฟหน้าเร่งความเร็วผ่านบริเวณที่ฝนตกหนัก
ค. เร่งความเร็วให้ผ่านบริเวณที่ฝนตกโดยเร็ว
ง. จอดรถบริเวณที่ปลอดภัย เปิดไฟหน้ารถและเปิดไฟฉุกเฉิน

27) การจับพวงมาลัยขณะขับรถทางตรง มือขวาและซ้ายของผู้ขับขี่ ควรอยู่ในตำแหน่งลักษณะใดของหน้าปัดนาฬิกา
ก. ตำแหน่งเลข 2 และเลข 10
ข. ตำแหน่งเลข 4 และเลข 10
ค. ตำแหน่งเลข 3 และเลข 10
ง. ตำแหน่งเลข 6 และเลข 10

28) เมื่อขับรถในขณะฝนตก ท่านไม่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เปิดที่ปัดน้ำฝน
ข. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดทาง
ค. ขับด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ง. ลดความเร็วของรถ

29) ด้วยสาเหตุใด ผู้ขับขี่จะต้องหันหน้ามองไปทางด้านข้างก่อนทำการเปลี่ยนช่องจราจร
ก. จะทำให้สามารถเปลี่ยนช่องจราจรได้รวดเร็วมากขึ้น
ข. เพื่อตรวจดูจุดบอดของรถด้านขวา
ค. เพื่อเปลี่ยนช่องจราจรในกรณีที่ไม่ต้องการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว
ง. เพื่อให้สามารถเห็นผู้คนที่เดินอยู่บริเวณทางเดินเท้า

30) ข้อใดคือความหมายที่ถูกต้องของจุดบอด
ก. บริเวณด้านหลังของรถที่กระจกมองหลังจับภาพไม่ได้
ข. บริเวณที่คนขับไม่สามารถมองเห็นได้ชัดในขณะขับรถ
ค. บริเวณด้านหน้าของรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้
ง. บริเวณด้านซ้ายของรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้

 

9.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดการบำรุงรักษารถ

1) สาเหตุไฟไม่ชาร์จเข้าแบตเตอรีเกิดจากอะไร
ก. เปิดเครื่องเสียงมากเกินไป
ข. ฉนวนหุ้มขั้วแบตเตอรีหลุด
ค. เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวมากเกินไป
ง. ไดชาร์จชำรุดหรือสายพานไดชาร์จหย่อนหรือขาด

2) การตรวจเช็กแบตเตอรีแบบง่ายๆ ว่ามีไฟปกติหรือไม่ กระทำได้อย่างไร
ก. บีบแตรและฟังเสียงว่าปกติหรือเบาลง
ข. ออกรถ 2-3 เมตรแล้วทดสอบเบรก
ค. เหยียบคลัตช์และเข้าเกียร์ให้ครบ
ง. หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้ายและขวา

3) ผู้ขับขี่ควรใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อใด
ก. เมื่อมีหมอก ฝน ฝุ่น ควัน ในทางเดินรถ
ข. เมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก
ค. เมื่อจะกลับรถหรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ
ง. เมื่อรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ

4) ถ้าขั้วแบตเตอรีมีคราบขี้เกลือ วิธีการใดเป็นการแก้ไขที่ดีที่สุด
ก. ใช้น้ำอุ่นล้างและทาจาระบี
ข. ใช้น้ำส้มสายชูล้าง
ค. ใช้น้ำมะนาวล้าง
ง. ใช้น้ำกลั่นล้าง

5) ในการถอดขั้วแบตเตอรี ควรถอดขั้วใดก่อน
ก. ขั้วไหนก่อนก็ได้
ข. ขั้วบวก
ค. ทั้งสองขั้วพร้อมกัน
ง. ขั้วลบ

6) การเติมน้ำกลั่นควรให้อยู่ระดับใดของแบตเตอรี
ก. ให้อยู่ระหว่างขีดที่กำหนด
ข. เติมให้อยู่ระดับขีดต่ำกว่าที่กำหนดเล็กน้อย
ค. เติมให้อยู่ระดับสูงกว่าที่กำหนดเล็กน้อย
ง. เติมจนล้นแล้วปิดฝา

7) ขณะขับรถไปได้ระยะหนึ่งปรากฏว่าไฟเตือนสีแดงโชว์ เกิดจากสาเหตุใด
ก. ไดชาร์ทชำรุด
ข. แบตเตอรีเสีย
ค. แบตเตอรีใกล้หมดอายุ
ง. น้ำกลั่นแห้ง

8) เครื่องยนต์เบนซินกับเครื่องยนต์ดีเซลมีข้อแตกต่างอย่างไร
ก. มีระบบการสตาร์ทต่างกัน
ข. มีระบบการใช้น้ำระบายความร้อนต่างกัน
ค. เครื่องยนต์เบนซินใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด
ง. มีระบบไฟต่างกัน

9) ในกรณีที่เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าในคู่มือการใช้จะมีผลอย่างไร
ก. เครื่องยนต์ร้อนขึ้นกว่าเดิม
ข. ไม่มีผลต่อการใช้งาน
ค. เครื่องยนต์สึกหรอกว่าปกติ
ง. รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นกว่าปกติ

10) ในขณะที่ท่านเติมน้ำมันเชื้อเพลิงท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ดับเครื่องยนต์
ข. ลงจากรถและเดินออกให้ไกล
ค. ไม่ต้องทำอะไร
ง. ติดเครื่องยนต์ไว้

11) การตรวจเช็กรอยรั่วซึมระบบเชื้อเพลิงท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้น้ำสบู่เช็ดหาคราบน้ำมัน
ข. ใช้ไฟฉายหรือไฟแช็กส่องดูถ้ามองไม่เห็น
ค. ใช้จากการสังเกตและการดมกลิ่น
ง. ใช้มือหมุนท่อยางหาความบกพร่อง

12) น้ำมันเบนซิน E85 หมายความว่า
ก. มีส่วนผสมของเมทานอล 15 ส่วน
ข. มีส่วนผสมของเอทานอล 15 ส่วน
ค. มีส่วนผสมของน้ำมัน 85 ส่วน
ง. มีส่วนผสมของเอทานอล 85 ส่วน

13) รถเครื่องยนต์ดีเซลหากมีควันดำมากผิดปกติเกิดจากสาเหตุใด
ก. กรองอากาศตัน
ข. เติมน้ำมันผิดประเภท
ค. เติมน้ำมันปลอม
ง. ในน้ำมันเชื้อเพลิงมีน้ำผสมอยู่

14) ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของน้ำมันเครื่อง
ก. ระบายความร้อน
ข. รองหรือคั่นหน้าผิวสัมผัส
ค. สร้างความหนืด
ง. ชำระสิ่งสกปรกเครื่องยนต์

15) การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นส่วนใดของเครื่องยนต์ด้วย
ก. สายพานเครื่องยนต์
ข. หัวเทียน
ค. กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
ง. กรองน้ำมันเครื่อง

16) ข้อใดเป็นขั้นตอนก่อนตรวจเช็คและเติมระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ที่ถูกต้อง
ก. จอดรถบนพื้นราบ เช็คน้ำมันขณะยังติดเครื่องยนต์อยู่อย่างน้อง 10-15 นาที
ข. จอดรถบนพื้นราบ เช็คน้ำมันขณะยังไม่ติดเครื่อง หรือดับเครื่องยนต์อย่างน้อย 10-15 นาที
ค. จอดรถบนพื้นราบ เช็คน้ำมันหลังดับเครื่องยนต์ทันที
ง. จอดรถบนพื้นราบ เช็คน้ำมันขณะยังติดเครื่องยนต์ หรือดับเครื่องยนต์ทันที

17) ถ้าเติมลมยางอ่อนเกินไป จะมีผลกับยางอย่างไร
ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกเร็วกว่าปกติ
ข. การขับขี่จะแข็งกระด้าง
ค. ทำให้ดอกยางทางด้านข้างทั้งสองสึกหรอ 
ง. ทำให้กินน้ำมันน้อยลง

18) การเติมลมยางข้อใดถูกต้อง
ก. เติมในขณะยางยังร้อนอยู่
ข. ควรเติมลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่
ค. ควรเติมลมยางให้แข็งมากๆ
ง. ควรเติมลมยางให้อ่อนมากๆ

19) 195/60 R 14 85H ตัว R หมายถึง
ก. ขีดจำกัดความเร็ว
ข. โครงสร้างยางแบบเรเดียล
ค. การรับน้ำหนัก
ง. เส้นผ่าศูนย์กลางล้อ

20) อุปกรณ์ของรถส่วนใดไม่เกี่ยวกับระบบสายพาน
ก. แอร์
ข. ไดชาร์ท
ค. ปั๊มน้ำ
ง. กรองอากาศ

21) ข้อใดคือเสียงดังปกติ
ก. เสียงสายพานหย่อน
ข. เสียงยางรถเสียดสีกับถนน
ค. เสียงที่ดังจากที่ปัดน้ำฝน
ง. เสียงคอมเพสเซอร์แอร์

22) ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ควรจะเปลี่ยนสายพาน
ก. สายพานหย่อน
ข. ร่องสายพานไม่มี
ค. สายพานแตกกรอบ
ง. สายพานขาดครึ่งเส้น

23) ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิดควันไอเสียสีขาว
ก. กรองอากาศตัน
ข. แหวนลูกสูบหลวม
ค. เติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป
ง. เครื่องยนต์สึกหรอมาก

24) เบรกมือไม่ควรใช้ในสถานการณ์ใด
ก. ใช้หยุดรถบนทางลาดชัน
ข. ใช้เมื่อหยุดรถขณะติดไฟแดง
ค. ใช้จอดรถบนทางลาดชัน
ง. ใช้เมื่อขับรถลงทางลาดชัน

25) เบรกมือใช้ควบคุมล้อใดของรถ
ก. ล้อคู่หลัง
ข. ล้อคู่หน้า
ค. ทั้งสี่ล้อ
ง. ล้อหลังขวา ล้อหน้าซ้าย

26) เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถควรตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องอย่างน้อยที่สุด
ก. สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ข. เดือนละ 2 ครั้ง
ค. เดือนละ 1 ครั้ง
ง. สองเดือน 1 ครั้ง

27) น้ำมันเบรกควรเปลี่ยนเมื่อใด
ก. ควรเปลี่ยนทุก 3 เดือน
ข. ควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน
ค. ควรเปลี่ยนทุก 1 ปี
ง. ควรเปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

28) การเติมน้ำในหม้อพักน้ำควรเติมให้อยู่ในระดับใด
ก. เติมให้อยู่ระหว่าง Full กับ Low
ข. เติมให้เลยระดับ Full
ค. เติมให้ต่ำกว่า Low
ง. เติมให้ถึงฝาปิด

29) เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง
ก. เพราะต้องสำรองเนื้อที่ในการขยายตัวของน้ำเมื่อเกิดความร้อน
ข. เพราะน้ำในหม้อน้ำจะร้อนมากยิ่งขึ้น
ค. เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ชำรุด
ง. เพราะจะทำให้หม้อน้ำเป็นสนิมมากยิ่งขึ้น

30) การตรวจสอบลมยางที่ถูกต้องจะต้องทำเมื่อใด
ก. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิต่ำ
ข. หลังจากที่ขับขี่ติดต่อมาหลายชั่วโมง
ค. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิสูง
ง. หลังจากที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

 

10.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดรูปภาพจราจร

1) จากภาพผู้ขับขี่รถคัน ก. ต้องการขับรถตรงไปจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรอให้รถคัน ข. ขับผ่านไปก่อน
ข. ขับรถผ่านไปได้เลย
ค. หยุดรอให้รถคัน ค. ขับผ่านไปก่อน
ง. หยุดรอให้รถคัน ข. และ ค. ขับผ่านไปก่อน

2) จากภาพผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ห้ามหยุดแต่สามารถจอดรถได้ทุกชนิด
ข. ห้ามจอดรถทุกชนิดยกเว้นรถยนต์
ค. ห้ามหยุดห้ามจอดรถทุกชนิด
ง. ห้ามจอดแต่สามารถหยุดรถได้ชั่วขณะ

3) จากภาพรถคันใดมีสิทธิใช้ทางได้ก่อน
ก. รถคัน ก. เนื่องจากอยู่ในทางโท
ข. รถคัน ข. เนื่องจากอยู่ในทางเอก
ค. รถคัน ก. เนื่องจากอยู่ในทางเอก
ง. รถคัน ข. เนื่องจากอยู่ในทางโท

4) ผู้ขับขี่รถคัน ก. ต้องการจะขับรถตรงไป จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรอให้รถคัน ค. ขับผ่านไปก่อน
ข. ขับรถไปต่อท้ายรถคัน ข. เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง
ค. ขับรถไปจอดคู่กับรถคัน ข. ทางด้านขวา
ง. ขับรถไปต่อท้ายรถคัน ข. และเปิดไฟฉุกเฉินให้ผู้ขับรถคัน ค. รู้

5) จากภาพผู้ขับขี่รถคันนี้จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถและรอให้รถในทางขวาง (แสดงว่าเป็นทางรอง) หน้าขับผ่านไปก่อน
ข. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากเป็นเส้นประ
ค. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากมีป้ายให้ทางแสดงไว้
ง. ให้ชะลอรถแล้วหยุดคร่อมเส้นประเพื่อให้มองเห็นรถที่มาจากด้านขวามือ

6) จากภาพผู้ขับขี่รถคันนี้จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถและรอให้รถในทางขวางหน้าขับผ่านไปก่อน
ข. ให้ชะลอรถแล้วหยุดคร่อมเส้นประเพื่อให้มองเห็นรถที่มาจากด้านขวามือ
ค. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากเป็นเส้นประ
ง. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากมีป้ายให้ทางแสดงไว้

7) จากภาพต่อไปนี้ ภาพใดแสดงการจอดรถอย่างถูกต้อง


ก.


ข.


ค.


ง.

8) จากภาพต่อไปนี้ ภาพใดแสดงการจอดรถอย่างถูกต้อง


ก.


ข.


ค.


ง.

9) จากภาพ ข้อใดแสดงการหยุดรถที่ไม่ถูกต้อง


ก.


ข.


ค.


ง.

10) ภาพในข้อใดต่อไปนี้ แสดงการเลี้ยวรถที่ถูกต้อง


ก.


ข.


ค.


ง.

11) ภาพในข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง


ก.


ข.


ค.


ง.

12) จากภาพรถคันใดมีสิทธิ์ขับผ่านไปได้ก่อน
ก. ทั้งรถ A และ รถ B
ข. คันที่มาถึงทางร่วมทางแยกก่อน
ค. รถคัน B
ง. รถคัน A

13) จากภาพเครื่องหมายแบ่งช่องจราจรบนพื้นทาง หมายความว่าอย่างไร
ก. ให้ผู้ขับขี่กลับรถได้
ข. ให้ผู้ขับขี่เลี้ยวขวาได้
ค. ให้ผู้ขับขี่จอดรถได้
ง. ห้ามผู้ขับขี่แซงเข้าไปในทางเดินรถทางขวา

14) ในทางร่วมทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ ถ้าขับรถมาถึงพร้อมกัน รถคันใดมีสิทธิ์ขับผ่านไปได้ก่อน
ก. คันที่มาถึงทางร่วมทางแยกก่อน
ข. ทั้งรถ ก. และ รถ ข.
ค. รถ ข. 
ง. รถ ก.

15) จากภาพ รถคัน ก. จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถเพื่อให้รถจากทางด้านซ้ายขับผ่านไปก่อน
ข. ลดความเร็วของรถเพื่อให้รถทางด้านซ้ายและขวาขับผ่านไปก่อน
ค. หยุดรถเพื่อให้รถทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อน
ง. ขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปได้เลย

16) จากภาพผู้ขับขี่รถคันใดสามารถขับรถแซงผ่านขึ้นหน้ารถคันอื่นได้
ก. รถคัน ก.
ข. รถคัน ก.และคัน ข
ค. รถคัน ข.
ง. รถจักรยานยนต์

17) จากภาพข้อใดถูกต้อง


ก.


ข.


ค.


ง.

18) ผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวขวาและมีรถทางตรงวิ่งสวนมา จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถให้รถทางขวามือผ่านไปก่อนจึงเลี้ยวขวาได้
ข. หยุดรอให้รถทางตรงสวนมาก่อนจึงเลี้ยวขวาได้
ค. เลี้ยวได้ทันที
ง. ห้ามเลี้ยวรถ

19) กรณีมีรถเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาพร้อมกันในเส้นทางเดียวกันผู้ขับขี่ต้องทำอย่างไร
ก. ผู้ที่จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวได้ทันที
ข. ผู้ที่จะเลี้ยวซ้ายต้องหยุดให้ทางแก่รถที่เลี้ยวมาจากทางขวาก่อน
ค. ผู้ที่จะเลี้ยวขวาต้องหยุดให้ทางแก่รถที่เลี้ยวมาจากทางด้านซ้ายก่อน
ง. ห้ามเลี้ยวซ้าย

20) กรณีที่เราเห็นรถคันอื่นให้สัญญาณจะเลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องทางการเดินรถ จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถ
ข. จอดรถ
ค. ชะลอความเร็วและให้ทางแก่เขาไปก่อน
ง. เร่งความเร็วเพื่อจะไปก่อน

 

11.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดการรับรู้สถานการณ์อันตราย

1) รถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. วิ่งมาถึงทางแยกพร้อมกัน และเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวกัน ดังรูป
ก. รถยนต์ ก. เป็นฝ่ายผิดเนื่องจากบริเวณทางแยกลักษณะนี้ ต้องให้รถที่อยู่ด้านขวาไปก่อน
ข. รถยนต์ ข. เป็นฝ่ายผิด
ค. ทั้งรถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. ผิดด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
ง. ไม่มีรถยนต์ฝ่ายใดผิด

2) รถ ก. , ข. และ ค. เลี้ยวซ้ายพร้อมกัน คันใดกระทำผิดกฎหมาย
ก. รถคัน ก. และ ข. ผิด เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน
ข. รถคัน ก. และ ค. ผิด เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน
ค. รถคัน ข. และ ค. ผิด เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน
ง. รถคัน ก., ข. และ ค. ผิด เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

3) จากรูป สมมติว่าท่านเป็นผู้ขับรถคัน ก. และมีความประสงค์จะขับเข้าซอยซ้ายมือด้านหน้า
รถโดยสารประจำทางที่กำลังจอดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ ท่านต้องขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย
ก. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทาง รถให้รถโดยสารประจำทางขับออกไปก่อนแล้วค่อยขับเลี้ยวเข้าซอย 
ข. ขับแซงด้านซ้ายรถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย
ค. ขับแซงด้านขวารถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย
ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.

4) สมมติว่าท่านขับรถคัน ก. ออกจากห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าห้างดังรูป ท่านจะต้อง
ขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย
ก. หยุดรถบริเวณทางออกดูรถด้านขวามือ ถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ขับรถเลี้ยวขวาแซงรถประจำทางออกไป
ข. หยุดรถบริเวณทางออก ดูรถด้านขวามือ ถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ดูรถด้านซ้ายมือว่ามีรถมาจอดต่อท้ายรถโดยสารประจำทางหรือไม่ ถ้าด้านซ้ายมือไม่มีรถก็ขับรถออกไป
ค. ไม่ต้องหยุดรอ ขับเลี้ยวซ้ายออกมาต่อท้ายรถโดยสารประจำทาง
ง. ถูกทุกข้อ

5) จากรูปเป็นการชนประสานงากันระหว่างรถคัน ก และ รถคัน ข ถามว่ารถ ก. หรือ รถ ข. เป็นฝ่ายผิดเพราะอะไร
ก. รถ ก. ผิด เพราะแซงซ้ายบนทางโค้งส่วนรถ ข. ถูก เพราะช่องที่ขับมาเป็นไหล่ทาง
ข. รถ ก. ผิด เพราะขับรถย้อนศร ส่วนรถ ก. ถูกเพราะเป็นไหล่ทางช่องรถวิ่งสามารถขับได้
ค. รถ ก. เป็นฝ่ายถูก เพราะขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนรถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะขับรถชิดขอบทางด้านขวา
ง. รถ ก. ผิด เพราะแซงด้านซ้าย ส่วนรถ ข. ผิดเพราะขับรถย้อนศร

6) สมมติท่านขับรถคัน ก. ในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้นรถในช่องทางด้านขวามือของท่านตั้งแต่รถคัน ข. ลงมา อยู่ ๆ ก็หยุดรถท่านเห็นรถในช่องขวามือของท่านหยุด ท่านจะทำอย่างไร
ก. ขับรถต่อไป เพราะช่องเดินรถของท่านโล่งสามารถขับรถต่อไปได้
ข. เร่งเครื่องยนต์รีบขับขึ้นหน้ารถด้านขวามือ
ค. ชะลอความเร็ว เนื่องจากไม่แน่ใจว่ารถด้านขวาหยุดให้ผู้โดยสารลงรถหรือไม่
ง. หยุดรถ เพราะคาดว่าทางข้างหน้าอาจจะมีคนข้ามถนน

7) ท่านขับรถตามหลังรถโดยสารประจำทาง เมื่อถึงป้ายรถเมล์ รถโดยสารประจำทางจอดให้ผู้โดยสาร
ขึ้นและลงรถ เมื่อท่านเห็นรถโดยสารประจำทางหยุด ท่านจะทำอย่างไร
ก. ขับแซงด้านขวาขึ้นหน้ารถโดยสารประจำทาง
ข. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทาง เพราะอาจจะมีคนโดยสารรถโดยสารประจำทางเดินตัดหน้ารถโดยสารประจำทาง 
ค. ดูว่ามีรถด้านขวาหรือไม่ ถ้าไม่มีรถก็แซงด้านขวา
ง. ชะลอความเร็ว เตรียมแซงรถโดยสารประจำทางด้านซ้ายหรือด้านขวา

8) เมื่อท่านขับรถยนต์ไปในทางโค้งด้านขวา รถเสียหลักหลุดโค้งออกไปด้านซ้ายลงข้างทางไปชนเสาไฟฟ้า ถามว่าท่านกระทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่
ก. ไม่มีความผิด เพราะไม่มีคู่กรณี
ข. ไม่มีความผิด เพราะท่านทำให้เกิดอุบัติเหตุเอง
ค. มีความผิด เนื่องจากไม่ชะลอความเร็วของรถเมื่อขับรถในทางโค้ง
ง. มีความผิด เพราะขับรถไปชนเสาไฟฟ้า

9) เมื่อท่านขับรถที่มุ่งหน้าเข้าหาหน้าผาของภูเขาสูงแสดงว่า
ก. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นตัดผ่านภูเขา
ข. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นจะต้องเป็นทางโค้งขวาหรือโค้งซ้าย
ค. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นอาจเป็นทางตันไม่สามารถขับผ่านไปได้
ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.

10) ท่านเห็นรถ ก. ชนกับรถ ข. อย่างแรงจนรถทั้ง 2 คันพังยับเยินผู้ขับรถทั้ง 2 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุตรงบริเวณสามแยก โดยเห็นว่ารถ ข. วิ่งออกจากซอย ชนกับรถ ก. ที่วิ่งมาบนถนนสายหลัก ดังรูปถามว่ารถคันใดทำผิดกฎหมาย เพราะอะไร
ก. ผู้ขับรถ ก. ผิด เพราะไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก
ข. ผู้ขับรถ ข. ผิด เพราะไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน
ค. ทั้งผู้ขับรถ ก. และผู้ขับรถ ข. ผิดด้วยกันทั้งคู่ ด้วยเหตุผลตามข้อ ก. และ ข.
ง. ผิดทั้งคู่ เพราะผู้ขับรถ ก. ไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก และผู้ขับรถ ข. ไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน

11) เมื่อท่านจะขับรถออกจากปากซอย ดังรูป เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ที่ท่านเป็นฝ่ายถูก
ก. ท่านเลี้ยวซ้ายทันที
ข. ท่านเลี้ยวขวาทันที
ค. ท่านขับตามช่องทางเดินรถไป 1 ช่องแล้วเลี้ยวขวา
ง. ท่านขับรถถึงปากซอยแล้วหยุดทันที

12) ท่านขับรถคัน ก. เมื่อท่านขับรถถึงบริเวณสี่แยกที่ไม่มีไฟสัญญาณจราจร (ดังภาพ) กรณีใดที่ท่านไม่ใช่เป็นฝ่ายผู้กระทำผิด
ก. เลี้ยวซ้ายทันที
ข. เลี้ยวขวาทันที
ค. ขับตรงไปทันที
ง. หยุดทันทีเมื่อถึงทางแยก

13) ในขณะที่ท่านกำลังขับรถเลี้ยวขวา ดังรูป ท่านเห็นว่าเบรกไม่ทันรถของท่านจะชนรถคันหน้าจะหักพวงมาลัยรถไถลลงข้างทางไปชนต้นไม้ ถามว่าการกระทำของท่านทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่
ก. ไม่ผิด เพราะไม่ได้ชนรถที่อยู่ข้างหน้า
ข. ผิด เพราะไม่ได้ขับในช่องทางเดินรถแต่ไปชนต้นไม้
ค. ผิด เพราะไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางร่วมทางแยก
ง. ไม่ผิด เพราะไม่มีผู้เสียหาย

14) ข้อใดที่แสดงว่า ท่านขับรถไม่เป็น
ก. ขณะที่กำลังขับรถอยู่ มีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ ท่านหักหลบสุนัขลงข้างทาง
ข. ขณะที่กำลังขับรถอยู่ ถูกรถที่ตามหลังมาชนท้ายอย่างแรงจนรถของท่านไปกระแทกรถคันข้างหน้า
ค. ขณะที่กำลังเลี้ยวซ้ายเข้าที่จอดรถ มีรถขับตัดหน้าแย่งเข้าจอดรถ ท่านจึงเหยียบเบรกอย่างแรงแต่รถก็ยังชนรถที่ตัดหน้า
ง. ขับรถไปซื้อของที่หน้าปากซอยท่านก็คาดเข็มขัดนิรภัย

15) ท่านขับรถคัน ก. เหตุการณ์ต่อไปนี้ ท่านเป็นฝ่ายกระทำผิดเพราะอะไร
ก. แซงอย่างผิดกฎหมาย
ข. ขับล้ำเข้าไปในช่องทางรถสวน
ค. ไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางโค้ง
ง. ขับรถย้อนศร

16) ท่านขับรถคัน ข. จากรูปรถของท่านถูกรถของนาย ก. คัน ก. ชนบริเวณสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร
ก. ท่านผิด เพราะไม่ลดความเร็วในรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก
ข. นาย ก. เป็นฝ่ายผิด เพราะกลับรถในบริเวณทางร่วมทางแยก
ค. ท่านเป็นฝ่ายผิด เนื่องจากประมาท
ง. ทั้งท่านและนาย ก. ผิด เพราะขับรถโดยประมาท

17) รถของท่าน (คัน ข.) ชนกับรถของนาย คัน ก. ตรงบริเวณที่ท่านกำลังเลี้ยวขวาเข้าซอย ดังรูป
ก. ท่านเป็นฝ่ายผิด เพราะขับล้ำเข้าในช่องทางรถสวน
ข. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด เพราะไม่ยอมให้รถเลี้ยวเข้าซอยไปก่อน
ค. ท่านเป็นฝ่ายผิด เพราะไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวขวา
ง. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด เพราะไม่ลดความเร็วของรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก

18) สมมติว่าในขณะที่ท่านรอข้ามถนนได้เห็นเหตุการณ์รถตู้ส่งของมีคนนั่ง 2 คนถูกรถเก๋งชนท้ายด้านขวา ทำให้รถตู้หมุน 3 รอบ คนขับรถตู้กระเด็นออกจากตัวรถ ศีรษะฟาดพื้นถนนเสียชิวิตถามว่า เพราะเหตุใดคนขับรถตู้จึงกระเด็นออกจากตัวรถ
ก. รถตู้ถูกชนอย่างแรงจนหมุนเหวี่ยงคนขับให้กระเด็นออกจากตัวรถ
ข. รถเก๋งชนท้ายรถตู้ในมุมเฉียง ๆ ด้านขวา จึงทำให้รถตู้หมุนอย่างแรง
ค. คนขับรถเก๋งคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนคนขับรถตู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย
ง. คนขับรถเก๋งขับรถด้วยความเร็วสูง ส่วนรถตู้ขับช้า ๆ จึงถูกชนอย่างแรง

19) สมมติว่า นาย ก. มีโปรแกรมขับรถตู้พาครอบครัวจากกรุงเทพฯ ไปท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยออกเดินทางในเวลา 02.00 น. คาดว่าจะไปถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนในเวลาประมาณ 20.00 น. เมื่อขับรถติดต่อกันเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ปรากฏว่ารถเสียหลักแฉลบลงข้างทางชนต้นไม้ เป็นเหตุครอบครัวของนาย ก.ได้รับบาดเจ็บหลายคน ท่านพอจะสันนิษฐานได้หรือไม่ว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากสาเหตุใด
ก. นาย ก. หลับในขณะขับรถ
ข. นาย ก. และคนในครอบครัวของนาย ก. หลับใน
ค. นาย ก. ไม่ชำนาญเส้นทาง
ง. ข้อ ก. และ ข้อ ค. ถูก

20) ข้อใดเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับรถที่ขับช่องขวาสุด

ก. ถูกรถในช่องทางขับข้ามเกาะกลางมาชนประสานงา
ข. ขับชนท้ายรถคันที่ขับอยู่ข้างหน้า
ค. ขับชนท้ายรถที่กำลังเลี้ยวกลับรถ
ง. หลบรถที่ขับตัดหน้าลงข้างทาง

21) เมื่อท่านจะขับรถผ่านบริเวณที่เป็นสี่แยกเล็ก ๆ ดังรูป ท่านคาดการณ์ว่าจะมีเหตุการณ์ใดบ้างที่เกิดขึ้นกับท่าน
ก. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยซ้ายมือมาตัดหน้าท่าน
ข. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยขวามือเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน
ค. น่าจะมีรถสวนฝั่งตรงข้ามท่านเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน
ง. เป็นไปได้ทุกข้อ

 

12.ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ – หมวดกฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายอาญา

1) บุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แบ่งออกได้ดังนี้
ก. บุคคลธรรมดา นิติบุคคล สมาคม
ข. บุคคลธรรมดา นิติบุคคล
ค. บุคคลธรรมดา นิติบุคคล องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ง. บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด สมาคม

2) ข้อใดคือความหมายของการเริ่มของสภาพบุคคล
ก. สภาพบุคคลเริ่มแต่คลอดแล้วดอยู่รอดเป็นทารก
ข. สภาพบุคคลเริ่มแต่คลอดแล้วดอยู่รอดเป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตาย
ค. สภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่คลอดและมีชีวิตอยู่
ง. สภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่บรรลุนิติภาวะ

3) ข้อใดคือบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ก. บริษัท จำกัด
ข. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา
ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

4) คำว่า “การอยู่รอดเป็นทารก” หมายความว่าอย่างไร
ก. ทารกนั้นได้คลอดออกมาแล้ว
ข. ทารกนั้นได้หายใจแล้ว
ค. ทารกนั้นเกิดมาเกิน 25 นาทีแล้ว
ง. ทารกนั้นได้นำไปแจ้งเกิดตามระเบียบราชการแล้ว

5) ความหมายของนิติบุคคล คือข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. เป็นบุคคลที่กฎหมายสมมติ
ข. มีหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา
ค. สามารถทำได้ทุกอย่างเหมือนบุคคลธรรมดา
ง. ทุกข้อถูกต้อง

6) กิจกรรมใดที่นิติบุคล สามารถกระทำได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา
ก. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ข. การแต่งงาน
ค. การโอนทรัพย์สิน
ง. การเกณฑ์ทหาร

7) นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือข้อใด
ก. ทบวงการเมือง
ข. บริษัทจำกัด สมาคม มูลนิธิ
ค. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ง. เทศบาล วัดวาอาราม

8) นิติบุคลตามกฎหมายอื่นได้แก่ข้อใด
ก. บริษัทจำกัด
ข. สมาคม
ค. มูลนิธิ
ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด

9) “การกระทำของบุคคลที่กฎหมายยอมรับและบังคับใช้” เป็นความหมายของข้อใด
ก. นิติกรรม
ข. สัญญา
ค. พินัยกรรม
ง. หนังสือราชการ

10) ความหมายของ นิติกรรม คือข้อใด
ก. การใดๆ ที่ทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
ข. กระทำด้วยความสมัครใจ
ค. มุ่งตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล
ง. ทุกข้อถูกต้อง

11) การกระทำอย่างไรไม่ถือว่าเป็นการแสดงเจตนา
ก. การสั่งการโดยการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
ข. การสั่งการโดยวาจา
ค. การคิดในใจว่าจะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ง. การนิ่งไม่แสดงการปฏิเสธหรือยอมรับ

12) การกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย คือข้อใด
ก. การทำสัญญาซื้อขายเฮโรอีน
ข. การทำสัญญาเช่ารถขนยาเสพติด
ค. การทำสัญญาเช่าซื้อรถ
ง. การจอดรถในที่ห้ามจอด

13) การกระทำด้วยความสมัครใจต้องเป็นการกระทำที่ปราศจากสิ่งใด
ก. การถูกข่มขู่
ข. การถูกหลอกลวง
ค. การโดนบังคับ
ง. การกระทำโดยปราศจากข้อ ก, ข และ ค

14) บุคคลใดต่อไปนี้ไม่สามารถทำนิติกรรมได้โดยลำพัง
ก. ผู้เยาว์
ข. คนไร้ความสามารถ
ค. คนเสมือนไร้ความสามารถ
ง. ถูกทุกข้อ

15) ผู้เยาว์ หมายถึง
ก. บุคคลที่บรรลุนิติภาวะ
ข. บุคคลที่ยังอยู่กับบิดามารดา
ค. บุคคลที่ไม่บรรลุนิติภาวะ
ง. บุคคลที่ยังเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษา

16) คนเสมือนไร้ความสามารถ หมายถึง
ก. คนที่ไม่สามารถจัดการงานทุกอย่างได้ด้วยตนเอง
ข. คนที่ไม่สามารถมีบุตรได้
ค. คนปกติที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จ
ง. คนที่ไม่สามารถอ่านหนังสือได้

17) ข้อใดถูกต้อง
ก. นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาล นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ
ข. นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ
ค. นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ
ง. นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ

18) ผู้พิทักษ์ คือใคร
ก. ผู้ให้ความพิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถ
ข. ผู้ให้ความพิทักษ์ของคนไร้ความสามารถ
ค. ผู้ให้ความพิทักษ์ของผู้เยาว์
ง. ผู้ให้ความพิทักษ์ของผู้แทนโดยชอบธรรม

19) ละเมิด คืออะไร
ก. การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าเป็นตัวเงินได้
ข. การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแต่ผู้อื่น
ค. การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและแต่ผู้อื่น
ง. ถูกทุกข้อ

20) ข้อใดเป็นการกระทำละเมิด
ก. นาย ก ขับรถชนรั้วบ้านของตัวเอง
ข. นาย ข ยินยอมให้นาย ก แตะก้น
ค. นาย ก ขับรถชนรั้วบ้านนาย ข
ง. นาย ก ถูกหมอที่โรงพยาบาลฉีดยาป้องกันบาดทะยัก

21) การกระทำละเมิด ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาท
ข. เป็นการกระทำต่อผู้อื่น
ค. การกระทำนั้นผิดกฎหมาย และผู้อื่นเสียหาย
ง. ต้องเป็นการกระทำที่ประกอบด้วย ก, ข และ ค

22) ในกรณีทำละเมิดให้เขาถึงตายทันที ค่าสินไหมทดแทนใดที่ผู้ละเมิดไม่ต้องชดใช้
ก. ค่าทำศพ
ข. ค่ารักษาพยาบาล
ค. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เสียชีวิต
ง. ค่าอุปการะบิดามารดาผู้เสียชีวิต

23) บุคคลที่จะต้องรับผิดฐานละเมิดร่วมกับผู้อื่นได้แก่ข้อใด
ก. นายจ้าง ต้องร่วมรับผิดลูกจ้างที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องชู้สาว
ข. บิดามารดาต้องร่วมรับผิดเมื่อผู้เยาว์ทำนิติกรรมซื้อรถทั้งที่ได้แสดงเจตนาบอกเลิกไว้ก่อนแล้ว
ค. ผู้ยุยงส่งเสริมให้ถื่อว่ากระทำละเมิดด้วย
ง. บิดาต้องรับผิดชอบหนี้สินที่บุตรบรรลุนิติภาวะได้ก่อหนี้ขึ้น

24) หากรู้ตัวผู้กระทำการละเมิด อายุความฟ้องคดีอันเกิดจากมูลละเมิดข้อใดถูกต้อง
ก. ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิด
ข. ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายแจ้งความ
ค. ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิด
ง. ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายแจ้งความ

25) หากไม่รู้ว่าผู้กระทำละเมิดคือใคร อายุความฟ้องคดีอันเกิดจากมูลละเมิดข้อใดถูกต้อง
ก. ภายใน 5 ปี นับแต่วันละเมิด
ข. ภายใน 10 ปี นับแต่วันละเมิด
ค. ภายใน 15 ปี นับแต่วันละเมิด
ง. ภายใน 20 ปี นับแต่วันละเมิด

26) กรณีใดที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดชอบสินค้าที่ทำการขนส่ง
ก. สินค้าสูญหายเพราะเกิดเหตุสุดวิสัย
ข. สินค้าสูญหายเพราะเกิดจากความผิดของผู้ตราส่ง
ค. สินค้าเสียหายเพราะเกิดจากสภาพแห่งของนั้นเอง
ง. สินค้าเสียหายเพราะส่งมอบชักช้า

27) วัตถุที่มีรูปร่าง หมายถึงสิ่งใด
ก. ทรัพย์
ข. ทรัพย์สิน
ค. ทรัพย์นอกพาณิชย์
ง. อสังหาริมทรัพย์

28) อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง
ก. ที่ดิน ทรัพย์ที่อยู่ติดกับที่ดินถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน
ข. สิทธิทั้งหลายของทรัพย์อันเกี่ยวกับที่ดิน
ค. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
ง. ทรัพย์ที่สามารถแบ่งได้

29) ทรัพย์นอกพาณิชย์หมายถึง
ก. ทรัพย์ที่แบ่งได้
ข. อสังหาริมทรัพย์
ค. ทรัพย์สินที่โอนแก่กันมิได้ด้วยกฎหมาย
ง. สังหาริมทรัพย์

30) ในสัญญาประกันภัย “บุคคลผู้จะพึงได้รับค่าสินไหมทดแทน” คือใคร
ก. ผู้รับประกันภัย
ข. ผู้รับประโยชน์
ค. ผู้เอาประกัน
ง. ผู้รับมอบอำนาจ

เราหวังว่าตัวอย่างข้อสอบพร้อมเฉลยทั้ง 12 หมวด ที่ใช้ในการทดสอบของรับใบอนุญาตขับขี่ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย

เนื้อหา โรงเรียนสอนขับรถแอดวานซ์กรุงเทพฯ